วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กลับหลังหัน 180 องศา


เพื่อนเก๋าของผมตายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เพราะพิษสงของยาฆ่าแมลงที่ขจรขจายไปทั่วพื้นที่ (ผมว่าน่าจะทั่วโลกเลยนะ แต่คุณๆอาจไม่รู้สึก)ทุกวันนี้ผมจึงต้องถูกควบคุมความประพฤติ ด้วยการถูกล่ามโซ่ให้นอนอยู่ใต้ถุนกระท่อมเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่เป็นไร เมื่อเช้านี้ผมยังได้ไปวิ่งเล่นที่ในป่าท้ายไร่ เพราะเจ้านายพาผมไปเป็นเพื่อนเพื่อเก็บฟืนมาหุงต้ม

ผมรู้ว่าการเก็บฟืนคือความสุขของเจ้านาย แม้แกจะเหลียวหน้าเหลียวหลังระแวดระวังอยู่บ้าง ก็น่ากลัวอยู่หรอกฮะ ป่าเปลี่ยว คนก็เดียวดาย ผมจึงเข้าใจและคอยดูแลอยู่ใกล้ๆเสมอ (ยกเว้นเวลามีหมาถึกตัวอื่นวิ่งผ่านไร่ ผมอาจเผลอใจวิ่งตามไปเพื่อข่มขู่บ้าง ก็อะนะ...หมาต่างถิ่นน่าหมั่นเขี้ยวจะตายไป)

อ้อ..ผมมีหน้าที่อย่างหนึ่ง ที่ต้องทำแบบเต็มใจบ้างไม่เต็มใจบ้าง คือการดูแลน้องใหม่ น้องของผมจริงๆฮะ เจ้าสองตัวมาจากท้องเดียวกันกับผม แต่คนล่ะพ่อ คุณเชื่อไหม พ่อของพวกมัน..ผมเคยท้าต่อยท้าฟัดมาแล้วตอนที่มันมาติดพันแม่ผม แต่ผมแพ้คร๊าบ แพ้ราบคาบ หลักฐานมีอยู่ที่ติ่งหูผมซึ่งแหว่งเป็นแผลเป็น ดังนั้นความร้ายกาจของเจ้าตัวเล็กไม่ต้องพูดถึง ผมล่ะหมั่นไส้แอบงับคอมันบ่อยไป

.

เจ้าตัวนี้ชื่อด๊อกกี้ เด็กข้างไร่ตั้งชื่อให้มันนะฮะ คุณสมบัติพิเศษของมันคือปากมาก จอมโวย

.

เจ้าตัวนี้คือ จิ๊กกี๋ เจ้านายตั้งให้ เป็นผู้หญิง แกคงคิดถึงเจ้าเก๋า

.

แต่ละวันเราก็อยู่กันอย่างนี้ อย่างธรรมดาสามัญหมา สามัญมนุษย์ ซึ่งผมคิดว่าแรงสะเทือนจากโลกภายนอกไม่น่าจะมาถึงที่นี่ได้ แต่มันก็มาถึงจนได้

เจ้านายผมนั่งดูทีวี ที่ใช้ไฟฟ้าจากพลังแสงอาทิตย์ ดูเจ้าจอนั่นแล้วก็ถอนหายใจ บางครั้งก็กระพริบตาถี่ๆ สงสัยแสบตา
ผมจึงเข้าไปดูใกล้ๆ อ้อ..เห็นแล้ว เรื่องของปัญหาโลกนี่เอง

เจ้าจอสี่เหลี่ยมนี่ช่างเก็บเรื่องร้ายๆมาพูดกันจังเลยนะ ผมว่า..แต่เอ..บางทีเจ้านายก็หัวเราะทั้งน้ำตา นั่นไง วันนี้มีเรื่องของชาวเลที่เกาะเหลา มีบางคนที่เจ้านายรู้จักอยู่ในนั้นด้วย พวกเขาช่วยกันสร้างบ้านให้ชาวเลมอแกน พี่น้องจากที่ต่างๆ รวมทั้งที่ลันตา ก็มาด้วย แบบนี้เจ้านายต้องยิ้มได้แน่นอน จริงด้วย..แกยิ้มทั้งน้ำตาอีกแล้ว

ฮาโหล...อ้าว ๆๆ เสียงฮาโหลกันอีกแล้ว คุณเชื่อไหม ตั้งแต่มีข่าวระเบิดฆ่ากันตายที่เมืองหลวง มีฮาโหลมาหาแกบ่อย แล้วแกก็พูดๆๆๆ ผมฟังออกว่า มีอะไรบางอย่างผิดปกติ

"ถ้าทนไม่ไหวจะไปร่วมก็ได้ แต่ต้องตั้งสติให้ดีๆนะคะ" แกว่าแบบนี้ แต่ผมไม่มีความเห็นอะไรนอกจากคิดว่าทุกวันนี้เราทั้งหลาย ก็รักๆเกลียดๆกันตามธรรมดาอยู่แล้ว ชีวิตของผมก็ยืนอยู่บนความเสี่ยง บางทีความตายก็มาถึงได้ง่ายๆเช่นกัน แต่ถ้าต้องตายเพื่อเจ้านายผมก็จะทำฮะ ผมว่าเป็นธรรมดาของความเป็นสิ่งมีชีวิต แต่เจ้านายผมสิ หมู่นี้ไม่ค่อยทำงานในไร่เอาแต่นั่งฟังรายการวิทยุที่พูดแต่เรื่องธรรมะ แล้วแกจะออกไปตายกับเขาด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้

ผมตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องการกลับหลังหันของชีวิต ชนิดหันทีเดียว 180 องศา เพื่อความอยู่รอดของตัวผมและเพื่อโลกของผม เพราะวันนี้เป็นวันแรกที่มีการปลูกต้นไม้เพื่อพ่อหลวง

เราอยู่ที่นี่ งานหลักคือการปลูกต้นไม้อยู่แล้ว ทุกๆเย็นเป็นเวลาที่ผมมีความสุขที่สุด ผมชอบวิ่งไล่จับนก จริงๆนะฮะ ไล่จับนกกลางอากาศ กระโดดให้สู้งงงง เท่าที่จะทำได้ แต่ในที่สุด ก็ทำได้แค่หมาไล่งับอากาศ

.

.

การงับอากาศเป็นความเพ้อฝันส่วนตัวของผม ส่วนความฝันของเจ้านายผมคือการมีไร่แบบป่าๆที่สมบูรณ์เป็นของตัวเอง มีความฝันที่จะตื่นเช้าขึ้นมาแล้วหิ้วตะกร้าลงไปเดินเก็บผักเก็บดอกไม้ มาบำรุงบำเรอร่างกายจิตใจตัวเองอย่างเงียบๆแต่ไม่เหงาหงอย เพราะนี่คือการพึ่งตนเองจริงๆ ไม่ต้องเอาชีวิตไปแขวนแกว่งไว้บนสายพานของเครื่องผลิตสินค้าอุตสาหกรรมให้หวาดเสียว

ฮะ..การหันหลังกลับ อาจจะไม่สามารถทำได้ขนาด 180 องศา แต่ก็น่าจะได้หลายองศา หากว่าเรื่องราวจากภายนอกยังคงวุ่นวายแบบนี้ ผมเข้าใจความคิดของเจ้านายที่อยากมีชีวิตสงบๆ แต่ผมก็อยากถามแกเหมือนล่ะว่า

"ถ้าประเทศนี้ มีการแบ่งแยกออกเป็นสองประเทศ เจ้านายมิต้องโดดเดี่ยวในป่านี้เพียงลำพังเหรอฮะ เพราะญาติสนิทมิตรสหายเขาอยู่ทางใต้กันทั้งนั้นนี่ฮะ"

ผมว่าคำถามผมฉลาดแล้วนะฮะ หมาก็หมาเถอะ..เรื่องบางอย่าง ผมมีบทเรียนจากบ้านเมืองอื่น สงครามกลางเมืองเราเลี่ยงได้ ถ้าอยากจะเลี่ยง เพียงแต่ยอมเชื่อในสันติวิธีให้หนักแน่น ถึงขั้นที่เรียกว่า...."ศรัทธา" ให้ได้ไงฮะ

ที่สุดผมก็จบบันทึกนี้ ด้วยเรื่องการเมืองอยู่ดี...ฮ่วย !!!

โดย กู่

 

กลับไปที่ www.oknation.net