วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปีซังข้าว (ตอนจบ)


ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปีซังข้าว (ตอนจบ)

สวัสดีครับท่านผู้อ่านโอเคเนชั่น ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่แวะเข้ามาทักทาย “ทัวร์ข้าวโฮมลาน : ขับขานเพลงปี่ซังข้าว” กับบล็อกของหนุ่มสัญจร มาถึงตอนที่ 6 แล้ว

ตอนนี้ผมยังอยู่ที่ริมฝั่งโขงในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวและการนวดข้าวของชาวบ้านทุ่ง  จากการที่ได้ลงไปสัมผัสกับวิถีชิวิตของชาวบ้านทุ่งมีข้อสังเกตอย่างหนึ่งจากเรื่องของการใช้แรงงานจากระบบครอบครัวมาเป็นการจ้างแรงงานมากขึ้น รวมทั้งระยะเวลาในการทำงานในท้องทุ่งก็เร่งรีบกว่าเดิม ถ้าจะเรียกว่าวัฒนธรรม “เร่งด่วน” ได้ขยายสู่บ้านทุ่งกันบ้างแล้ว

การใช้เครื่องนวดข้าวในหน้าเก็บเกี่ยวทำให้การทำงานในท้องทุ่งเสร็จเร็วมากขึ้น

เครื่องนวดข้าวรุ่นไทยประดิษฐ์

มีเครื่องนวดข้าวมาช่วยทำให้การทำงานเร็วยิ่งขึ้น

หลังจากได้ผลผลิตเป็นข้าวเปลือกจะนำไปเก็บไวที่ยุ้งฉางในหมู่บ้าน ในการขายผลผลิตจะขายเป็นการผ่านพ่อค้าคนกลางในหมู่บ้าน หรือจะนำไปขายให้กับโรงสีที่หมู่บ้าน ซึ่งส่วนมากจะเป็นโรงสีขนาดเล็ก เพื่อรับจ้างสีข้าวชาวบ้านเพื่อนำไปบริโภคในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีโรงสีขนาดกลางในชุมชนที่รับซื้อขายเปลือกจากชาวบ้าน แล้วนำมาสีเป็นข้าวสารเพื่อจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางภายในตัวจังหวัด

ในการจำหน่ายข้าวไปยังต่างประเทศนั้นเจ้าของโรงสีจะขายข้าวสารให้กับพ่อคาขายส่งในประเทศโดยผ่านบริษัทผู้ส่งออกโดยตรง หรือผ่านนายหน้าคนกลางที่เรียกว่า “หยง” นั่นเอง

การนำข้าวสารจากโรงสีต่าง ๆ ผ่านพ่อค้าคนกลางจะมีทั้งข้าวเหนียว ข้าวขาว ข้าวนึ่ง และข้าวหอมมะลิ สำหรับข้าวหอมมะลิจะต้องมีการส่งไปทดสอบทางเคมีในห้องแล็ปของทางโรงสี

 

ในส่วนของการทดสอบจะนำเอาข้าวหอมมะลิจำนวน   100 เมล็ด ไปต้มเป็นเวลา 17 นาที แล้วนำเอาเมล็ดข้าวมาวางเรียงเป็นแถวบนกระจกใสขนาดเท่าฝ่ามือ จากนั้นจะใช้กระจกใสอีกแผ่นกดทับจนแนบติดกัน หากข้าวที่ถูกกดเมล็ดใดมีไต หรือจุดสีขาวขนาดเล็กบริเวณกลางเมล็ด นั่นคือข้าวที่ปลอมมา

เมล็ดข้าวเปลือกหลังผ่านการนวด

นอกจากนั้นในการทดสอบข้าวหอมมะลิด้วยกระบวนการทางเคมีหรือการแช่ด่าง และการทดสอบอมิโลส (Amylose)  ซึ่งเป็นแป้งชนิดหนึ่งอยู่เมล็ดข้าวหอมมะลิที่จะส่งออกต่างประเทศจะต้องผ่านการตรวจดี เอ็น เอ ที่ห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ข้าวสารที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วจะถูกส่งไปเก็บไว้ที่ไซโลภายในโกดัง ก่อนจะลำเลียงสู่การขัดสีฉวีวรรณผ่านเครื่องทำความสะอาดคัดแยกสิ่งแปลกปลอมออกจากข้าวสาร จากนั้นจะผ่านเครื่องขัดมันโดยใช้น้ำฉีดเพื่อให้เมล็ดข้าววาวเป็นมัน ก่อนที่จะนำเข้าเครื่องยิงเม็ดสี (Sortex)  โดยใช้ลำแสงคัดแยกข้าวเปลือกเมล็ดสีเหลืองหรือสีน้ำตาลคล้ำออก สุดท้ายจะผ่านเครื่องแยกเมล็ดทั้งที่เป็นตะแกรงกลม ตะแกรงเหลี่ยม เพื่อคัดเลือกข้าวที่หักไม่สมบูรณ์ออก จากนั้นจึงบรรจุตามขนาดและน้ำหนักที่ลูกค้าต้องการ

การจำหน่ายข้าวไทยไปยังต่างประเทศส่วนหนึ่งก็จะขนถ่ายสู่บริษัทค้าข้าวระหว่างประเทศในลักษณะ “โบรกเกอร์”  พ่อค้าคนกลางจะสั่งให้ผลิตข้าวในแบรนด์ของบริษัทเพื่อส่งออกไปยังประเทศที่ลูกค้าต้องการ

ประเทศรายใหญ่ที่นำข้าวจากประเทศไทย ทั้งโดยตรงหรือซื้อผ่านบริษัทค้าข้าวระหว่างประเทศนำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทย  ได้แก่ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ อเมริกา ส่วนแอปริกาใต้ ไนจีเรีย จะนำเขาข้าวนึ่งเป็นหลัก ประเทศที่นำเขาข้าวขาว ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ประเทศในแอฟริกา และประเทศแถบตะวันออกกลาง เช่น อิรัก อิหร่าน

  

หลังการนวดข้าวเสร็จชาวนาจะเก็บข้าวไว้ที่ยุ้งฉางเพื่อนำไปสีสำหรับบริโภคในครอบครัว

 เส้นทางการเดินทางของข้าวไทยไปยังต่างประเทศนั้นนับเป็นความภาคภูมิใจของเกษตรกรไทยที่ผลผลิตจากหยาดเหงื่อและแรงงานได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารชั้นเลิศของโลก แต่ภายในความภาคภูมิใจเหล่านั้นวิถีชีวิตของชาวนาไทยมิได้ราบรื่นเหมือนกับความสำเร็จระดับประเทศ กว่าจะถึงวันนี้มีรอยยิ้มและความขมขื่นบนเส้นทางของการผลิตของชาวนาไทย แหละที่สำคัญชาวนาไทยยังจนเหมือนเดิม

ข้อมูลประกอบการเขียน             

จักรพันธุ์ กังวาฬ.  ข้าวไทยในวิกฤตอาหารโลก. นิตยสารสารคดี ปีที่ 24 ฉบับที่ 283 เดือนกันยายน 2551.

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net