วันที่ พุธ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อปฏิบัติการม้วนเดียวจบใกล้เป็นผล..แสงสว่างปลายทางก็เริ่มรำไร


หลังจากการประกาศรวมพลครั้งสุดท้ายของสุดท้ายของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันอาทิตย์ที่

23 พฤศจิกายน 2551 และเรียกปฏิบัติการครั้งนี้ว่า "ม้วนเดียวจบ" หากย้อนกลับไปนึกถึง

ปฏิบัติการครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมอย่างต่อเนื่องเมื่อ 25 พฤษภาคม 2551 และมีการยึด

ทำเนียบเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมซึ่งครั้งนั้นเรียกว่าปฏิบัติการ D-Day แม้ว่าจะทำอะไรรัฐบาล

ไม่ได้ แต่ทางกลุ่มพันธมิตรก็สามารถยึดทำเนียบรัฐบาลอันเป็นสถานที่ทำงานของคณะ

รัฐบาล เมื่อเวลาผ่านเลยพันธมิตรได้ผ่านกระแสทางสังคมมาอย่างมากมาย ทั้งการรวมพล

ก็มีขึ้นมีลง ต้องเรียกเรทติ้งให้ผู้ชุมนุมอยู่บ่อยครั้ง และรวมถึงเมื่อสถานการณ์คงที่ ก็ยากที่

จะมีข้อเรียกร้องให้เห็นผลว่า สุดท้ายเราจะชนะได้อย่างไร บางครั้งในฐานะคนเอาใจช่วยห่าง

บ้างใกล้บ้างก็เริ่มถอดใจ แต่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 การเคลื่อนพลไปปิดล้อมรัฐสภาของ

กลุ่มพันธมิตร และเกิดการนองเลือด พี่น้องประชาชนบาดเจ็บ เสียชีวิต จากการใช้กำลังและ

อาวุธปราบปรามของตำรวจ ทำให้สังคมส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงการใช้อำนาจของรัฐ อย่างไม่

ถูกต้องมากขึ้น ทั้งเรียกร้องให้รับผิดชอบ แต่ก็เปล่าประโยชน์ ภายหลังเกิดเหตุวันที่ 7 ตุลา

กลุ่มพันธมิตรเผชิญกับความรู็สึกสูญเสียและเจ็บแค้น รวมทั้งการออกมาแถลงข่าวของทาง

ตำรวจ และการแสดงความรับผิดชอบของรัฐบาล ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จากความ

แค้นเปลี่ยนมาเป็นพลัง ภายหลังจากนั้นที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล โดนปาระเบิด และโจมตี

เว้นวันเว้นคืน เมื่อสถานการณ์บ่มเพาะลงจังหวะ ข่าวการแก้รธน.ของฝ่ายรัฐบาลมาอีกระลอก

พันธมิตรประกาศ สงคราม "ม้วนเดียวจบ" ยืนยันคำเดิมว่า เราต่อต้านการแก้รธน.ตามธงเดิม

ที่ได้ตั้งเอาไว้

ปฏิบัติการม้วนเดียวจบครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่หนังสั้น หากแต่หนังม้วนนี้อาจยาวเหมือนดีวีดี

หนึ่งแผ่นที่มีความจุมากมาย การยึดสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรในเย็นวันที่

25 พฤศจิกายน หลังจากยึดทำเนียบชั่วคราว(ดอนเมือง) ได้ในวันจันทร์ที่ 24 ก็ดูเหมือน

เงื่อนไขที่พันธมิตรเรียกร้อง เริ่มดูมีน้ำหนัก มากขึ้น และเป็นชนวนที่จะสามารถบีบรัฐบาล

ได้มากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนที่ต้องถอยทัพกลับมาตั้งต้นใหม่

สนามบินสุวรรณภูมินั้นกลายเป็นชนวนที่บับรัฐบาลได้อย่างไรหรือ ในฐานะที่สนามบิน

แห่งนี้เคยเป็นความภาคภูมิใจของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรที่สามารถผลักดันให้สนามบินนี้

เปิดบริการในช่วงที่รัฐบาลของตนทำหน้าที่ หากแต่สนามบินแห่งนี้ใช้เวลาสร้างเป็นเวลา

กว่าสิบสองปี ผ่านรัฐบาลมาไม่รู้กี่สมัย ผ่านการโกงกินและดูดเงินของนักการเมือง ซึ่งไม่เว้น

รัฐบาลที่ภาคภูมิใจกับสนามบินแห่งนี้ก็มีการทุจริตตั้งแต่เรื่องของรันเวย์ไปจนถึงเครื่องตรวจ

วัตถุ CTX

สุวรรณภูมินั้นยิ่งใหญ่ด้วยภาพของการเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย รวมถึงการ

เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อหรือที่เรียกว่า airport link เมื่อสุวรรณภูมิถูกพันธมิตรยึด

แล้ว การเดินทางโดยผู้โดยสารขาออกถูกปิด และผู้โดยสารขาเข้าติดค้าง แปลว่า

การเดินทางเข้า-ออกต่างประเทศ หยุดชะงักไปโดยปริยาย แน่นอนส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ

และภาพลักษณ์ของประเทศ หากแต่นี่คือสัญญาณหรือฉากไฮไลท์ ของหนัง"ม้วนเดียวจบ"

ของทางพันธมิตร ที่ทำให้รัฐบาลและทหาร ต้องตกใจจนถึงขั้นตกเก้าอี้เลยทีเดียว

การแสดงออกของกลุ่มพันธมิตร ที่ส่งสัญญาณไปให้ทั่วโลกรับรู้ว่า เราไม่ต้องการรัฐบาล

นี้ให้บริหารประเทศอีกต่อไปแล้ว เราพยายามทำมาทุกอย่าง ทั้งการยึดทำเนียบ

ไปรัฐสภา แต่ไม่เคยเป็นผล รัฐบาลมองว่าเป็นปัญหาภายในประเทศที่จัดการได้

แต่วันนี้ไม่ใช่แล้ว ทางกลุ่มพันธมิตรได้ส่งเสียงไปถึงทั่วโลก เป็นทางกดดันอีกวิถีทางหนึ่ง

ซึ่งคราวนี้น่าจะเป็นวิถีทางที่เป็นเงื่อนไขเพียงพอ ให้รัฐบาลยอมออก เพื่อยุติการชุมนุม

ของกลุ่มพันธมิตร เพราะหากยิ่งปล่อยให้ยืดเยื้อไปมากเท่าใด ก็ยิ่งจะทำให้ภาพของรัฐบาล

แลวร้ายลงไปมากกว่าเดิมอีก

สงคราม "ม้วนเดียวจบ"นี้ ใกล้สิ้นสุดแล้ว รวมถึงการเป็นต่อของพันธมิตร แม้ว่าเราจะ

สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ในภาวะนี้รัฐบาลต้องยอมรับเงื่อนไข และแสดงความรับผิด

ชอบ โดยเร็วที่สุด เพราะสุดท้ายถ้าเราจะโทษใคร ก็ต้องมองกลับไปว่า คนที่ทำให้เกิด

การออกมาเรียกร้องของมวลมหาประชาชนคือใคร มันก็คือ "รัฐบาล" นั้นแล

โดย nuning

 

กลับไปที่ www.oknation.net