วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผมรู้แล้วว่า ทำไมอาจารย์ที่เชียงใหม่ถึงไม่ต่อต้านทักษิณ


จังหวัดที่ผมรู้สึกผูกพันมากเป็นพิเศษ มีอยู่ 2 จังหวัด
คือ

อุดรธานี บ้านเกิดผม กับ เชียงใหม่ เมืองที่ผมรักและคุ้นเคย


แค่โปรยประโยคขึ้นต้นมาอย่างนี้ ก็ฮากันไม่ออกแล้วใช่ไหมล่ะ ท่านผู้อ่าน

สุดยอดจริง ๆ ชีวิตผม ทำไมถึงได้ดวงดี ถูกหวยสองต่อ เล่นไพ่ออกป๊อกเก้าสองเด้งได้ขนาดนี้

เชียงใหม่ไม่ใช่บ้านเกิด ไม่ใช่สถานศึกษาที่เคยเรียน แต่ผมก็ไปชีวิตอยู่เชียงใหม่หลายช่วงเวลา แม้แต่ละช่วงจะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็มีความสุขล้น

จะมีเมืองไหนอีก ที่มีทั้งศิลปะวัฒนธรรม ความงาม ความเจริญ มีนักคิด นักเขียน นักปราชญ์ราชบัณฑิต นักเคลื่อนไหว นักเมา นักโม้ ฯลฯ เดินชนกันไหล่แทบทรุดเหมือนที่เชียงใหม่

ช่วงหลังๆ ผมมีความคิดว่า อยากไปลงหลักปักฐานอยู่ที่เชียงใหม่
คืออย่างน้อยๆ ถึงจะไม่ได้ไปอยู่ในเวลาปัจจุบัน ก็ไปลงทุนทำมาหากิน ดูที่ทาง ไว้เผื่ออยู่อย่างสงบ ที่ช่วงต่อไปของชีวิต

...

ช่วงที่ผมไป ลงทุน (น่าจะเรียกว่า "ลงแรง" มากกว่า) ทำกิจการเล็กๆอยู่ที่เชียงใหม่ ในตอนต้นปี 2551 ที่ผ่านมา แบบไม่ได้อยู่ประจำ ไปๆกลับๆ ระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จนเมื่อยตูด(นั่งรถ) เชียงใหม่เริ่มจะ "เปลี่ยนไป" บ้างแล้ว ในเรื่องความขัดแย้ง เหตุพิพาททางการเมือง แต่ก็ไม่ถือว่า "รุนแรง" อะไรมากนัก

ยังพอจะ "ขำๆ" แบบขอกันกินได้
ผมก็ได้แต่ "ดู" ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งอะไรหรอก



นี่เป็นภาพชุดสุดท้าย ที่ผมถ่ายไว้ที่เชียงใหม่
เป็นภาพอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในตอนที่กำลังมีพิธีบวงสรวงประจำปี ตอนปลายเดือนเมษายน
ร้านของผม อยู่ข้างอนุสาวรีย์ฯนั่นเอง
และหลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ที่ลานอนุสาวรีย์ฯแห่งนี้
ก็มีกลุ่มพันธมิตรเชียงใหม่ มาชุมนุม ตั้งจอโปรเจคเตอร์ถ่ายทอดรายการ ASTV จากกรุงเทพฯ
ผมไม่ได้เข้าไปรวมกลุ่มอะไรกับเขาหรอก
เพราะบอกตามตรง ถึงผมจะเป็นคน "ไม่ชอบทักษิณ" แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็น พลพรรคพันธมิตรที่ดีได้ เพราะก็ไม่ได้ชอบแนวทางของกลุ่มพันธมิตรอยู่หลายเรื่อง
ก็ได้แต่แอบดู และแอบเชียร์ (บางเรื่องก็แอบเชียร์ บางเรื่องก็แอบด่า)

การชุมนุมวันนั้น ยังไม่ได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจัง
เพราะหลังจากตั้งจอโปรเจกเตอร์ ติดตั้งเครื่องขยายเสียงไม่นาน
กลุ่มคนใส่เสื้อสีแดงจำนวนมาก (ที่ผมมารู้ทีหลังว่า ชื่อกลุ่ม "คนรักเชียงใหม่ 51") ได้บุกเข้ามาทำลายข้าวของ รื้อจอ และไล่ทำร้ายกลุ่มพันธมิตรที่มีจำนวนน้อยกว่า

ผมยืนดู อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก มันปนเปอยู่ระหว่าง ตกตะลึง กับ เศร้าใจ คาดไม่ถึงว่า เมืองเชียงใหม่ที่ใครๆ ก็บอกว่า ผู้คนรักสงบ อ่อนน้อม มีมิตรไมตรี จะเป็นคนป่าเถื่อนบ้าคลั่งได้ถึงเพียงนี้

ผมเริ่มรู้สึกไม่ดี กับเมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่วันนั้น
นี่เหรอ เมืองที่คิดจะมาอยู่ เมืองที่น่าอยู่.....................

...

นับตั้งแต่ หลังเหตุการณ์รัฐประหาร 19 กย. 2549
ใครที่ติดตามข่าว ก็ต้องรู้ว่า
ที่เชียงใหม่ มีกลุ่มอาจารย์ นักวิชาการ ไม่ว่าจะสังกัดกลุ่มเที่ยงคืนหรือไม่เที่ยงคืนก็ตาม จำนวนหนึ่ง
ได้แสดงตน ต่อต้านการรัฐประหารอย่างชัดเจน ตามมาด้วยการต่อต้านรัฐบาลขิงแก่ที่มาจากรัฐประหาร ต่อต้านกลุ่มพันธมิตร กระทั่งถึงปัจจุบัน แนวความคิดนี้ก็ยังดำรงอยู่

หลายคน มองภาพนี้ด้วยความรู้สึกไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจ ว่าทำไม อาจารย์ นักวิชาการเหล่านั้น ถึง "คิด" และ "ทำ" ไม่เหมือนอาจารย์ นักวิชาการ ในภาคส่วนอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย
บางคนก็ตีความไปถึงว่า อาจารย์เหล่านี้ ทำตัวเป็นแนวร่วมของระบอบทักษิณไปเสียแล้ว โดนทักษิณเอาเงินซื้อไปแล้วกระมัง ฯลฯ

ผมก็พยายามคิด และก็ไม่ค่อยเข้าใจ เหมือนหลายๆท่านนะแหละ
อาจารย์ นักวิชาการ หลายๆคน เป็นคนที่ผมให้ความเคารพรัก ทั้งในแง่ส่วนตัวและทัศนะทางสังคม
แต่ทำไม บางที กลับไปมีบทบาท ไม่ได้ต่างจาก หมอเหวง ครูประทีป จานจรัญ ของฝั่ง นปก.เลย

จนถึงวันนี้ ผมถึงได้เข้าใจ ว่าทำไม?

เมื่อเหตุการณ์ความรุนแรง ทวีสูง จนเชียงใหม่กลายเป็นแดนสนธยา บ้านป่าเมืองเถื่อน ที่การเข่นฆ่า ทำร้าย ใครก็ได้ที่เห็นต่าง จนกลายเป็นเรื่องปกติ
เลือดไหลลงแผ่นดินเชียงใหม่รายวัน วิถีอนารยะถูกนำมาใช้อย่างไร้ขีดจำกัด
จนแม้กระทั่ง ลุงแก่ๆคนหนึ่ง ยังถูกบุกไปรุมทำร้าย ทุบตี เอาปืนจ่อยิง คาบ้าน อย่างอำมหิต เหี้ยมโหด

ผมจึงเข้าใจแล้ว ว่าทำไม อาจารย์ นักวิชาการ ที่เชียงใหม่ จึงต้องแสดงทัศนะเป็นศัตรูกับฝ่ายต่อต้านทักษิณ
ผมไม่ใช่คนเชียงใหม่ อยู่เชียงใหม่อย่างผิวเผิน ไม่ได้รู้ลึกถึงแก่นแกนความเป็นไปของเชียงใหม่ เหมือนเหล่าครูบาอาจารย์ ที่อยู่เชียงใหม่ตลอดมา และจะต้องอยู่ตลอดไป

ผมไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับเชียงใหม่เลย!!!!

วันนี้ ผมเห็นใจ และเข้าใจ พวกท่านอย่างถ่องแท้แล้ว

...

รำลึก นึกถึง พี่น้องผองเพื่อน ที่อยู่เชียงใหม่เหลือเกิน
พวกเขาจะใช้ชีวิต อยู่กันยังไง
จานเทพฯ
พี่สุนทรี
พี่จี๋
ยาย
นนท์
ภู เชียงดาว
เสี้ยวจันทร์
มหรรณพ
รวิวาร
อ้ายแสงดาว
อ้ายไพทูรย์
ฮวก สุดสะแนน
ฯลฯ

...

คงไม่ได้พบหน้ากันอีกนาน

หรืออาจตลอดไป ที่เชียงใหม่

ผมคงไม่ไปเหยียบอีกแล้ว

โดย piss_it

 

กลับไปที่ www.oknation.net