วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วันที่คืนกลับสู่...


วันที่คืนกลับสู่...

          เดือนปีผ่านพ้นคืนวันก็ผันผ่าน เวลาก็หมุนเปลี่ยนไปไม่เคยหยุดนิ่ง นี่คงจะเป็นกลไกของโลกใบนี้ และก็คงเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสูญสิ้น เฉกเช่นเดียวกันกับชีวิตมนุษย์ก็คงจะคล้ายกัน มีวันเวลาที่ต้องก้าวผ่าน คืนวันที่ล่วงผ่านเลยที่ไม่เคยหยุดนิ่ง  และชีวิตก็ดำเนินแปรเปลี่ยนตามกาลเวลาไปด้วย

           เป็นเวลาเกือบสิบปีที่ฉันใช้ชีวิตอยู่กับโรงงาน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันชอบมัน แต่มันเป็นวิถีที่ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ จบทางด้านช่างมาจะไปทำนาก็กระไรอยู่  ฉันไม่ได้ดูถูกชาวนาเพราะบรรพบุรุษฉัน พ่อแม่ฉัน รวมถึงตัวฉันเองก็ทำนา เพียงแต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยน และวิถีชีวิตถูกกำหดให้เดินทางนี้

           มีคำกล่าวไว้ว่า คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทางเดินเองได้ บางครั้งคำกล่าวนี้ฉันก็เชื่อบ้างแต่ก็ไม่เสมอไป ฉันเชื่อว่าสภาพชีวิตที่ต้องดำเนินต่างหากที่เป็นตัวกำหนดให้เราเลือกเดิน ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็ตาม

       ฉากชีวิตที่เปลี่ยนไปแต่ละฉากของช่วงชีวิตนั้นก็แตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ ตามสภาพ บางครั้งก็สุข บางครั้งก็ทุกข์ มีสมหวัง มีผิดหวัง ปนเปกันไป อาจจะเรียกได้ว่าเป็นรสชาติของชีวิตก็ว่าได้ คงจะเข้ากับคำว่า ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ

 

             ชีวิตฉันก็เช่นกัน บางครั้งก็นั่งนึกถึงวันเก่าๆ ชีวิตที่ผ่านมา จากเรียน ทำงาน และร่วมเดินทาง  กับ วงโฟล์คเหน่อ นึกขำกับชีวิตตัวเองเหมือนกัน  เออว่ะ! เป็นไปได้แฮะ

           

ฉากและช่วงชีวิตที่ฉันได้เดินทางร่วมกับ วงโฟล์คเหน่อ จะว่าเป็นช่วงที่มีค่าและมีความสุขที่สุดของช่วงชีวิตเลยก็ว่าได้ ได้เดินทาง ได้รู้จักผู้คนมากมาย ได้เพื่อน ได้มิตรภาพทั้งภายในวงเอง และผู้คนรอบข้าง เราไปแสดงที่ไหนมีแต่รอยยิ้ม และความสุขให้ต่อกัน

            สิ่งคิดที่ว่ามันเป็นไปไม่ได้แต่มันก็เป็นไปแล้ว ชีวิตฉันไม่ค่อยคาดหวังกับอนาคตสักเท่าไหร่   ฉันไม่ค่อยยึดติดกับอดีตที่ผ่านมาสักเท่าไหร่ เพียงแต่มีความทรงจำกับมันเท่านั้นเอง ถ้าฉันยึดติดกับโรงงานที่ฉันทำมา ณ เวลานี้คงไม่ได้เห็นอย่างที่เป็นอยู่แน่ แต่เพราะความไม่ยึดติดนี่เอง

              ต้นเดือนสิงหา ฉันได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนมาด้วยกัน และชีวิตเขายังโลดแล่นอยู่ในโลกของ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทันสมัยอยู่ คำถามแรกที่ถูกยิงมาที่ฉันคือ

                   “มึงยังอ่านวงจรอิเล็กทรอนิกส์ และยังใช้คอมพิวเตอร์ได้อยู่หรือเปล่า“

             ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงตอบโดยไม่ต้องคิด แต่พอมาวันนี้ฉันต้องคิดก่อนตอบมัน ถ้าฉันตอบมันว่าไม่ได้ มันก็คงจะหัวเราะเยาะฉันเป็นแน่ แต่ฉันก็ตอบแบบกลางๆ ว่า

                      “ก็ยังพอจำได้อยู่บ้าง“

          พอมันได้ยินคำตอบอย่างนี้ มันก็พูดต่อว่า  “ดีแล้ว งั้นมึงมาช่วยกู เพราะ กูเปิดบริษัทออกแบบเกี่ยวกับงานด้านอิเล็กทรอนิกส์ ฉันยังไม่ได้ตอบตกลงเพื่อนในทันทีและบอกกับเพื่อนว่าขอคิดดูสักพักก่อน

            วันคืนผ่านฉันนั่งนอนคิดอยู่กับคำพูดที่มันทิ้งท้ายไว้ให้ฉันคิด “แก้วนำมาปัดฝุ่นหน่อยก็เงาเหมือนเดิมแล้ว” ก็จริงอย่างคำมันพูดถึงฉันจะทิ้งไปหลายปีแต่พอมารื้อฟื้นแป๊บเดียวเท่านั้นฉันก็กลับมาได้ เพียงแต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ทั้งรูปลักษณ์หน้าตามันเปลี่ยนไปหมดสมกับที่ไม่ได้ติดตามมันมาหลายปี ฉันเลยต้องทำการบ้านอย่างหนัก แต่ก็อย่างว่ามันอยู่ในสายเลือดแล้วในที่สุดฉันก็กลับมาสู่โลกแห่งเทคโนโลยีอีกครั้ง ช่างผิดและแตกต่างจากฉากของนักดนตรีเหลือเกิน ขนาดฉันไม่ได้จับขึ้นมาทบทวนไม่กี่วันฉันก็ยังสะเปะสะปะเล่นไม่เป็นท่าเลย เฮ้อ!คิดแล้วเหนื่อยพรสวรรค์ฉันคงไม่มี

                 แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นฉันไม่ได้มีชีวิตอยู่คนเดียว  ยังมีอีกหลายชีวิตที่อยู่รอบข้างที่ต้องดูแลเกื้อหนุนกัน และฉันต้องเล่นละครในหลายๆ บทและหลายๆ ฉาก วันข้างหน้าก็ยังไม่รู้ว่าละครฉากไหนที่จะลาโรงก่อนกัน แต่ ณ ปัจจุบันฉันยังเป็นตัวแสดงอยู่ แต่ละฉากฉันจึงต้องแสดงให้ดีที่สุด

            

          

            

 

 

 

 

โดย กระโศป

 

กลับไปที่ www.oknation.net