วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อวันนั้น...คือครั้งแรกของฉัน (3)


               เวรกรรมรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้   หลังเปลี่ยนเป็นชุดคนไข้  อดจะแอบนินทาเล็กๆไม่ได้ว่า  น่าจะหาแบบเสื้อคนไข้ให้สวยๆ บ้าง     แถม size สาวล่ำอย่างฉัน  ก็ต้องเฟ้นหา size เสื้อที่พอดีตัวทุกวัน   เปลี่ยนชุดเสร็จมานั่งหน้าจิ้มลิ้มบนเตียงด้วยความตื่นเต้น ราวกับเจ้าสาวจะส่งตัวเข้าหอ   สักครู่  คุณหมอจ๋า ก็มากันโขยงใหญ่  ซักประวัติละเอียดยิบ  สอนกันไป  ฉันก็นั่งฟังไป   ก่อนลูกพี่จะเดินจากไป ยังหันมาสั่งลูกน้องให้ตรวจร่างกาย   ลูกน้องสั่งให้ฉันนอน  แล้วพวกเธอก็เข้าแถวตรวจทางหน้าท้องของฉันกันอย่างเมามัน  ผ่านไป 4 - 5 คน  เจอ นศพ. ที่เตี้ยที่สุดที่ฉันเคยเห็นมา   เธอต้องเขย่งตรวจ  คงมือใหม่ แถมตัวก็เตี้ย  เธอทุ่มตัวกดหน้าท้องฉันจนฉันร้อง   “ โอ๊ยยย .. เจ็บ”  เสียงดังลั่น    นศพ.ตัวเตี้ยทำหน้าตกใจ   ฉันรีบสรุปให้เธอทันที   “ ไม่ให้ตรวจแล้ว(โว๊ย)   เจ็บจัง  นี่ถ้าเป็นลูกจริงๆ ป่านนี้ ไหลหลุดออกมาแล้ว ”   ได้ผล  กองทัพ นศพ. สลายไปในบัดดล                         สักครู่  พยาบาลเรียกฉันเข้าไปนอนรอในห้องเตรียมร่างกายเพื่อผ่าตัด    ฉันนอนบนเตียงสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ  ผู้ชายไร้สิทธิ์นั้นไม่ว่าจะเดี๋ยวไหน   ฉันนอนรอจนเมื่อยขา (ผู้มีประสบการณ์เท่านั้นจึงจะรู้)  ประมาณกว่า  ½  ชั่วโมง  พยาบาลจึงเข้ามาจัดการก่อน   คิวเชือดฉันต่อไป คือแพทย์ประจำบ้านที่อยู่ประจำตึกที่ฉันเข้า admit   แพทย์ประจำบ้าน เขาเรียนกัน  3  ปี  คิวแรกของฉัน น่าจะเป็นรุ่นน้อง  เธอเข้ามา  “ จก – เบิ่ง ”  เสร็จแล้วบอกฉันว่า เดี๋ยวหมออีก 2 คน จะมาตรวจ  ฉันเริ่มใจไม่ดี เพราะศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก  พอมือสองเข้ามาตรวจ ฉันก็เริ่ม “ เจ็บค่ะ พอแล้วนะ ไม่ไหวแล้ว ”  แพทย์มือ  2   พยักหน้ายินยอม  เฮ้อ...รอดตัวไป  

         กลับมาที่เตียง   แพทย์ผู้พี่มาแนะนำตัวว่า จะเป็นผู้รับผิดชอบชีวิตฉันตอนจะเจี๋ยนพรุ่งนี้ (แค่นั้นเหรอ.... โถ  ฉันนึกว่า จะรับเลี้ยงดูฉันตลอดชีวิตซะเลย)   เธอมาพร้อมกับแพทย์วิสัญญี หรืออาจารย์ฉันไม่แน่ใจ   มาซักประวัติ แถมอธิบายโรคและการวางแผนผ่าตัดได้อย่างน่าตื่นเต้น   เธอให้คำมั่นสัญญากับฉันอย่างจริงใจว่า  “ หมอก็ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอย่างไร  เราต้องผ่าตัดเข้าไปก่อน จึงจะรู้ว่า  ควรเก็บมดลูกไว้หรือตัดออกหมด  แต่บอกไว้ก่อนเลยนะว่า  หากหมอพบว่า เป็น Endomethiosis  (ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่)  หมอจะตัดทิ้งหมดเลยนะ  เข้าใจไม๊ ”  แน่นอน  คนไข้อย่างฉันก็ตอบทันควัน  “ ไม่เข้าใจ  ตัดทิ้งหมด ฉันจะมีลูกได้ไง  ฉันอยากมีลูก”  แบบนางงามรักเด็กอ่ะค่ะ  แพทย์ผู้ที่อุตส่าห์อธิบายฉันอยู่ตั้งนาน ทำหน้าเบื่อหน่าย  หันไปบอกแพทย์ที่มาด้วยกันว่า    “ case นี้  หากมีปัญหา  ให้ส่ง counseling”  ฉันก็สวนทันที  “ไม่ต้องมา counseling  ฉันหรอก   ฉันจบ counseling มา  รู้เรื่องหมดแล้ว”  แล้วเธอก็เดินส่ายหัวไป  คงดีใจมั๊ง ที่เจอคนไข้แบบฉัน  แหะ แหะ   และจนถึงบัดนี้ ฉันต้องมานั่งเสียดายที่ไม่เชื่อคุณหมอคนนั้น  ฉันน่าจะตัดไปซะให้หมด  ซึ่งตอนนี้ ก็ใช้การไม่ได้  มีแต่เปลืองเงินซื้ออุปกรณ์  และคุณหมออธิบายว่า 1 ใน 3 ของคนไข้ที่เป็น จะกลับมาเป็นซ้ำ

            เวรกรรมฉันยังไม่หมดแค่นั้น    มันบังเกิดขึ้นอีกตอนเตรียมผ่าตัดกลางคืนโดยน้องนักศึกษาพยาบาล  แว่วเสียงคุณพี่พยาบาลดุน้องนักศึกษาตลอด คาดว่าน้องคงทำอะไรผิด   ฉันนอนฟังอย่างเงียบกริบ   นึกถึงแต่กรรมที่ฉันเคยทำมาก่อนขณะที่ฉันเป็นนักศึกษาเหมือนกัน   เอ้า  สู้ต่อไปฟะ ....  เสร็จขั้นตอนต่าง ๆ  ก็ได้รับยานอนหลับเพื่อจะให้เป็นเจ้าหญิงนิทรา รอเจ้าชายมาจุมพิต    จนถึง ตีสี่กว่า  ก็ถูกปลุกให้มาเตรียมอาบน้ำ – สระผม ก่อนเข้าห้องผ่าตัด  

โปรดติดตามตอน (4) ต่อไป 

โดย pooklook

 

กลับไปที่ www.oknation.net