วันที่ อาทิตย์ พฤศจิกายน 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เมื่อวันนั้น...คือครั้งแรกของฉัน (4)


            อาบน้ำ – สระผมเสร็จ   ชักเริ่มปอดแหก  วาดภาพต่างๆ นานา   จะมีอะไรกับเราอีกหนอ  ถ้าผ่าแล้ว ตายไปล่ะ  อืมมม  ก็ดีเหมือนกันนะ  จะได้ไม่ทรมาน  ตายคาเขียงไปเลย   สารพัดจะคิด คิด คิด   สักครู่  เจ้าหน้าที่เข็นเตียงมารับ  โอ๊ย...ถึงเวลาแล้วเหรอ  พยาบาลถามชื่อซ้ำ ถามโน่น ถามนี่  ผ่านกี่ด่าน  ก็ถามซ้ำซาก ชักรำคาญเพราะหงุดหงิด และกลัว และ...สารพัดอารมณ์ไม่ดี  ที่จริง เขาจะเช็คเพื่อป้องกันการผิดพลาด  ฉันถูกเข็นมานอนรอหน้าห้องผ่าตัด เตรียมเข้าประเดิมเป็นรายแรก   พยาบาลเดินเข้ามาคุย  มาซักถาม  เธอก็ปลอบใจ เพราะรู้ว่าเป็นครั้งแรก  ฉันเลยได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า  ขณะวิกฤติของชีวิต  หากมีใครสักคน มาแสดงความเข้าใจ เห็นใจ พูดดีกับเรา  มันทำให้รู้สึกดี และสร้างกำลังใจขึ้นได้มากเลย  ฉันก็เรียนมา  แต่ได้เจอกับตัวเอง  อืมมมม  มันช่วยตอกย้ำ ช่วยให้ฉันจำไว้ขึ้นใจ  

              ขณะนอนรอ  ความคิดต่างๆ ก็แว่บเข้ามา   นึกถึงกระรอกที่เคยเลี้ยงที่หอพัก  ฉันรีบไปควงเวรข้างนอก กลับมาถึงหอ  เจอกระรอกนอนตายแห้งเหี่ยวอยู่ที่ระเบียง  ซึ่งเวลากลางวัน ตรงระเบียงจะร้อนมาก  กระรอกคงวิ่งหนีร้อน  สร้อยโซ่เลยพันคอ  แห้งตายแหงแก๋    นึกถึงปลาทองที่เคยเลี้ยง  ก็ไปควงเวรอีก  กลับมา  ปลาตายลอยอืด    นึกถึงไก่ตอนเด็กๆ  ไปขอคนข้างบ้านเชือดคอ เพราะอยากลอง ฉันเข้าใจว่า การเชือดคอไก่เป็นการแสดงความสามารถว่าเป็นผู้ใหญ่  ทั้งๆ ที่กลัวมาก   นึกถึงกระต่ายสีขาวที่เคยเลี้ยง    ดีที่ยกให้เพื่อนไปซะ ก่อนที่จะถึงแก่ชีวิตเหมือนสัตว์อื่นๆ ที่เคยเลี้ยง    เลยสัญญากับตัวเองว่า ต่อนี้ไป จะใส่บาตรตรงวันเกิด คือ วันจันทร์  ฉันจึงใส่มาจนทุกวันนี้  ตอนนี้ แถมเป็น อาทิตย์ละ 3 วัน   แล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้สัตว์เหล่านั้น  และฉันก็จะไม่เอาสัตว์ต่างๆ มากักขังให้สิ้นอิสรภาพอีกเลย

               หลังจากนั้น  ฉันก็เริ่มสวดมนต์สารพัดเท่าที่พยายามนึกมาท่องได้  จน  9.00 น. ฉันถูกนำไปขึงพืดบนเตียงผ่าตัด    ฉันเริ่มวุ่นวายอีก  หมอคะ  ช่วยตัดไส้ติ่งออกไปด้วยเลยได้ไหมคะ  หมอคะ  ช่วยตัดไขมันหน้าท้องออกให้หน่อยนะคะ  หมอคะ  พี่คะ  ..... ฉันพูดไม่หยุด  หมอยังมีแก่ใจอธิบายฉันอีกว่า “ไม่ได้หรอก  ต้องคุยกันตั้งแต่แรก  มาคุยตอนได้รับยานอนหลับไปแล้ว ถือว่า ไม่มีสติสมบูรณ์พอ”  ฉันต่อรอง  “ เอาเหอะ  ตัดออกสักนิดไม่เป็นไรหรอกน่า  หมอ ”   แล้วพยาบาลก็ให้ฉันนับ จำได้ว่า 1 – 2 – 3 – 4   มารู้สึกตัวอีกที  ได้ยินพยาบาลปลุก เรียกชื่อ    รู้สึกตัว  ถูกเข็นออกมา  ดูนาฬิกาประมาณ 11 โมงกว่า   ไปถึงตึก  ถึงเตียงแล้ว   รู้สึกตัวอีกที ก็บ่ายมากแล้ว  พยาบาลมาวัดสัญญาณชีพ  รีบบอกเลย  “หิวน้ำจัง ” ได้อมน้ำแข็งก้อนเล็ก ไม่สะใจ   ขออีก ก้อนใหญ่ๆ  แบบเคี้ยวได้หน่อย   คนที่บ้านชักไม่แน่ใจ ว่าฉันสติดีแล้วหรือยัง จะเป็นอันตรายไหม เพราะมีป้ายงดอาหารและน้ำ แขวนไว้  ฉันบอก  ไม่เป็นไรน่ะ เชื่อฉันเหอะ  แต่เขาก็ไม่เชื่อกัน เพราะเขารู้ว่า เรื่องกิน  ฉันยอมทำได้ทุกอย่าง  แต่เมื่อถามพยาบาลแล้ว ก็ให้เอาใจฉันอีกก้อนเดียวเอง   แหม... ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกน่ะ....

          24  ชั่วโมงหลังผ่าตัด  ได้ยาแก้ปวด  ฉีดทีนึง ก็อ๊วกทีนึงแล้วค่อย สบาย  เออ... side effect ยา เป็นอย่างนี้เอง  อาหารเหลวมื้อแรกก็รวดเดียว หมดแก้ว  ไม่พอ จะขออีก แต่อาการมันฟ้อง คือ ท้องอืด    ผ่านไป .. อีก 1 วัน เจ็บพอทน แต่หิวเหลือทน  นอนนึกถึงแต่ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง  น้ำลายไหลลงไปเต็มกระเพาะ  ได้แต่นึกว่า เดี๋ยวเหอะ  ออกจาก รพ.ไปจะกินให้เต็มคราบเลย

             เหล่าหมอแวะมาดูทุกวัน  อธิบายกันไปจนฉันขี้เกียจฟัง   มาเปิดดูแผลผ่าตัดที่ท้องน้อย    ได้ยินเสียงแว่วๆ เข้าหู  ว่าสิ้นฤทธิ์แล้ว  เอ..เขาพูดถึงใครก็ไม่รู้    

 

โปรดติดตามตอนต่อไป ซึ่งเป็นตอนอวสานแล้วจ้า...

โดย pooklook

 

กลับไปที่ www.oknation.net