วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ชัยชนะของฝ่ายทหาร ที่ประกาศบอกใครไม่ได้? ผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง!!


ชัยชนะของ"ฝ่ายทหาร"  ที่มี"ฝ่ายพันธมิตร"เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ใน"ศึกสงคราม 3 ฝ่าย"

ความพ่ายแพ้อีกครั้งของ"ฝ่ายทักษิณ" โดยยุทธวิธีแผน"ตุลาการพิฆาตทุน"ชัยชนะของ"ฝ่ายทหาร"ที่เกือบจะถึงตอนจบของภาคแรก  งานนี้หากไม่ได้"ฝ่ายพันธมิตร"ช่วยเตะตัดขาด้วยอีกแรง ในเรื่องการช่วยบล๊อคล้อมรัฐสภาฯ ไม่ให้"ฝ่ายทักษิณ"แก้เกมส์โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ50 ผ่านอำนาจนิติบัญญัติที่มีอยู่ในมือ เหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะมีการเพลี้ยงพล้ำ และไม่ออกมาในรูปการณ์ที่เห็นกันอยู่ในตอนนี้อย่างแน่นอน  น่าจะถือได้ว่า"ฝ่ายพันธมิตร"เลือกช่วงเวลา และสถานที่ ชิงลงมือก่อนได้อย่างเหมาะสม 

วันนี้ท่ามกลางความโล่งอกของเหล่าบรรดาทหารเสือราชินี และเหล่าคณะ"ท่านผู้ปิดทองหลังพระ"ทั้งหลาย ที่ลึกๆ เกือบจะหน้ามืดจำเป็นต้องงัดยุทธวิธี"ยาแรง"ไม้ตายออกมาใช้แล้ว? 

และในครั้งนี้ถือได้ว่ามีแรงกดดันเข้าสู่"ฝ่ายทักษิณ"พอสมควร เหตุเพราะ"นัดวันศุกร์เผากันวันอังคาร" ทุกอย่างกลายเป็นว่าเตรียมการไม่ทัน เล่นเอาปั่นป่วนไปพอสมควร แผนการที่เคยคิดว่าจะนำมาใช้เป็นอันต้องยกเลิกกระทันหัน กลุ่มเสนาธิการของ"นช.ทักษิณ"พลิกตำราเปิดเกมส์สู้ไม่ถูก ใช้อำนาจก็ไม่ได้ หันซ้ายก็ติดขัด หันขวาก็เจอทางตัน ถอยหลังก็ตกคลอง เดินหน้าก็เข้าคุก ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง  คงจะเป็นใบ้? ไปอีกสักระยะหนึ่ง

อารมณ์สู้ต่อของสส."ฝ่ายทักษิณ"บางส่วนที่ยังมีอยู่ อาจเป็นเพราะบนเส้นทางชีวิตที่ยังไม่เจ็บหนักเหมือนนายใหญ่ เลยยังไม่สามารถเข้าใจว่าสู้ไปก็มีแต่จะพ่ายแพ้ สู้ไปมีแต่จะเจ็บตัว แต่ยังไงก็ตามในขณะนี้ก็ยังไม่กล้าขยับตัวกันมากนักเพราะทุกๆ คนต่างรู้ว่า"ฝ่ายทหาร"เอาจริง ของจริง และปะทะด้วยยาก  ดังนั้นการเดินทางถอยกลับของกลุ่มเสื้อแดงหน้า"ศาลปกครอง"บนถนนแจ้งวัฒนะ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอ แบบผิดคาด เหนือการประเมิน อย่างเห็นได้ชัด

(จากข่าว) : "ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านการดูแลรักษาความปลอดภัย นอกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 150 นาย และหน่วยอรินทราชอีก 150 นายพร้อมโล่และกระบองมายืนรักษาความปลอดภัยแล้ว เวลา 9.50 น. มีทหารพลร่มป่าหวายประมาณ 10-15 นายพร้อมอาวุธครบมือ ทั้งปืนเอ็ม16 ลูกระเบิด และปืนพก วิ่งกรูจากประตูด้านหน้าถ.แจ้งวัฒนะเข้ามาภายในอาคารชั้น 3 ของศาลปกครองเพื่ออารักขาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ชุมนุม และถูกผู้ชุมนุมขับไล่ พร้อมกล่าวโจมตีด้วยความไม่พอใจว่า ที่นี่ไม่ใช่ที่ของทหาร ทำไมไม่ไปจัดการกลุ่มพันธมิตรที่สนามบินดอนเมืองและสุวรรณภูมิที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ"

หมากกลยุทธที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งรีบร้อนรนของ"นช.ทักษิณ" ก่อนการแตกแยกของ"เหล่าสาวก"ครั้งใหญ่ ความเข็ดเขี้ยวของเหล่าบรรดานายทุนที่เชื่อมประสาทระหว่างนายใหญ่ กับเหล่าสส. คงจะมีให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ส่วนการปลุกระดมรบรุนแรง หรือสลายแบบเจ็บตัวน้อยหน่อย และยังกลับมายืนบนเวทีการเมืองได้อีก  เป็นสิ่งที่ต้องคิดหนักสำหรับเหล่าสาวกคนรักทักษิณ แผนใหญ่ที่คิดจะระดมพลคนเสื้อแดงนับล้านดั่งที่เคยคุยออกข่าวของสส.พรรคพปช.บางคน อาจจะเป็นหมัน  ตัวอย่างของการปฏิวัติครั้งที่แล้ว ที่เหล่าหัวกระทิบางคนใน 111 คนโดนล๊อคตัวไปเก็บไว้ในเซฟเฮ้าท์ยังติดตาตรึงใจหลอกหลอนอยู่

คำว่า"ฝ่ายทหาร"คือ"บุ๋น" และ "ฝ่ายพันธมิตร"คือ"บู๊" น่าจะเป็นคำกล่าว(เคยเขียนไว้)ที่ไม่ผิดนัก  "พันธนาการความสัมพันธ์"ที่ต้องมี เพื่อจะเอาชนะ"ระบบทักษิณ"ให้ได้  แม้หลายครั้ง"เหล่าบรรดาแกนนำพันธมิตร"อาจจะยังไม่แน่ใจ ในยุทธวิธีของ"ทหาร" และยังเข้าไม่ถึง "ลับ ลวง พราง" ดังนั้นบนเวทีพันธมิตรจึงจะได้เห็นการใช้คำด่าที่หยาบคายกับ"ฝ่ายทหาร"บ่อยครั้งเสมอมา

ภาคแรกตอน"ตุลาการพิฆาตทุน"ของ"ศึกสงคราม 3 ฝ่าย"กำลังจะใกล้ยุติแล้ว  คงเหลืออีกแค่"คดีเดียว?"ที่สำคัญต่อ"นช.ทักษิณ"ยิ่งกว่าคำสั่งศาล"ยุบพรรค"  บ้านเมืองจะเกิด"วิกฤตตุลาการ" โดยการใช้ความรุนแรงหรือไม่?  การที่เหล่าแกนนำเสื้อแดงต้องประเมินจิตใจของคนเข้าร่วมชุมนุมว่าจะได้อย่างเหล่า"เสื้อเหลืองคนพันธมิตร"หรือไม่? เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา"ฝ่ายพันธมิตร"ได้พิสูจน์จิตใจของผู้ชุมนุมแล้วว่าได้เลยจุดของคำว่า"กลัวตาย"ไปแล้ว เพราะทุกคนมาด้วยใจจริงๆ ไม่มีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยว เพราะฉะนั้นหากเกิดอะไรขึ้น ความลังเลก็จะไม่เกิดขึ้นในหัวใจ

"พรรคจะถูกยุบ" หรือ "สส.จะถูกลอยแพ" ไม่ใช่เรื่องที่ "นช.ทักษิณ"จะกังวล หรือสนใจมากนัก เพราะพวกนี้เป็นได้แค่"เบี้ย"ในใจของ"นช.ทักษิณ"เท่านั้น  แต่จะมีแค่ 2 เหตุผลหลักที่ต้องสู้ยิบตาเท่านั้น คือ

1. เงินที่ถูกอายัดไว้ 7-8 หมื่นล้านบาท

2. คดีต่างๆ ของตนเอง และครอบครัวที่มีผลทำให้ติดคุก หมดศักดิ์ศรีของความเป็นคน ?

ระยะเวลาอีกแค่ไม่น่าจะเกินเดือนมกราคม คดีสำคัญที่สุดกำลังจะผ่านกระบวนการศาล บวกกับการดิ้นรนแก้ไขรัฐธรรมนูญ50 นิรโทษกรรมย้อนหลังเพื่อหักล้างความผิดทั้งหลาย  จุดพลิกผันสุดท้ายที่"ฝ่ายทหาร"จะต้องประคองผ่านให้ได้  และน่าจะเป็นการพักนี้ไม่นานนักสำหรับ"ฝ่ายพันธมิตร"

แต่สำหรับเหล่าบรรดาทหารเสือราชินี และเหล่าคณะ"ท่านผู้ปิดทองหลังพระ"  กลุ่มคนผู้ซึ่งไม่เคยได้รับคำชมใดๆ ความเจ็บปวดตลอดระยะเวลาที่ได้รับคำด่าจากทุกฝ่ายเสมอมา  เพียงเพราะเค้าเหล่านั้นทำเพื่อชาติ และไม่สามารถประกาศ"ชัยชนะ"กับใครได้ ไม่สามารถออกทีวีเอาหน้าสร้างชื่อเสียง ที่สำคัญยังต้องเหนื่อยกันอีกนานนับปีเพื่อจะหยุดหยั้งระบบทักษิณให้ได้ เพื่อแผ่นดินที่พวกเขารัก  และสถาบันพระมหากษัตริย์ที่พวกเขาเทิดทูล

"อดทน อดกลั้น เสียสละ"

"ขอฝันใฝ่ ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อ ไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์ รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟัน ผองภัยด้วยใจทะนง

จะแน่วแน่ แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติ จนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตาย หมายให้เกียรติดำรง จะปิดทอง หลังองค์พระปฏิมา

ไม่ท้อถอย คอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวน พะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้น น้อยใจ ในโชคชะตา ไม่เสียดาย ชีวา ถ้าสิ้นไป

นี่คือ ปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรม อันสดใส
ถึงทนทุกข์ ทรมาน นานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติ องอาจครัน

โลกมนุษย์ ย่อมจะดี กว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้ แม้ถูกหยัน
จงยืนหยัด สู้ไป ใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญ ก็เพราะปอง เทอดผองไทย
"

.

.

.

.

------------------------------------------------------------------------

หมายเหตุ :

โดย คนในแผ่นดิน

 

กลับไปที่ www.oknation.net