วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น่าประทับใจ...ชีวิตต้องสู้..เด็กหญิงฟาริดา


วันก่อนได้มีโอกาสดูรายการทีวี ฝนจากฟ้า...ซึ่งนำเสนอถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตจริงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่ต้องดิ้นรน สู้ชีวิตหาเลี้ยงชีพด้วยการออกไปตีขิมที่ตลาดนัดจตุจักร...ดูแล้วประทับใจมากๆก็เลยอยากนำความประทับใจนี้มาถ่ายทอดแบ่งปันกัน...

....เด็กหญิงฟาริดา ศิริพงษ์ อายุ 12 ปี ต้องมีชีวิตที่ค่อนข้างลำบากหลังจากผู้เป็นแม่จากไปด้วยโรคมะเร็ง  เงินทองที่แม่และป้าสะสมมาก็หมดไปกับการใช้รักษาอาการป่วยของแม่...หลังจากแม่จากไปแล้ว เธอก็อาศัยอยู่กับป้าที่ไม่มีงานทำ   เพื่อความอยู่รอดเธอและป้าจึงนำเงินทุนที่เหลืออยู่เล็กน้อยไปลงทุนขายลูกชิ้นทอด...ที่ตลาดนัดจตุจักร  สุดท้ายเงินทุนก้อนสุดท้ายที่มีอยู่ก็หมดไป......วิธีเดียวที่จะทำให้มีเงิน.. ป้าก็ตัดสินใจขายของในบ้าน   หลังจากขายของที่มีอยู่ในบ้านแล้วป้าก็นำเงินก้อนนั้นมาจ่ายค่าเช่าบ้าน...หลังจากจ่ายค่าเช่าบ้านแล้วทั้งบ้านมีเงินเหลือเพียง 150 บาท เธอนำเงินก้อนนั้นไปซื้อข้าวสารและไข่ไก่ ......เธอและป้าพยายามดำรงชีพให้ประหยัดที่สุดเท่าที่จะทำได้   หลังอาหารเย็นวันหนึ่งป้าได้เอ่ยปากกับเธอว่า..ป้าจะออกไปข้างนอกสักพัก...เธอรีบถามว่าป้าจะไปไหน...ป้าไม่ตอบ  จนเธอต้องถามย้ำไปหลายครั้ง  สุดท้ายป้าจึงยอมบอกว่าเงินในบ้านไม่มีเหลือแล้ว  ป้าจึงจะออกไปขอทานเพราะนั่นเป็นวิธีเดียวที่ป้าคิดออกในยามที่จนตรอกขณะนี้....เมื่อเธอได้ยินป้าบอกเช่นนั้น  เธอก็รีบบอกป้าว่าห้ามป้าออกไปขอทานเด็ดขาด..เธอจะเป็นคนหาเงินเลี้ยงป้าเอง....ด้วยวิธีของเธอ  นั่นคือการนำเอาวิชาตีขิมที่เธอเรียนมาไปแสดงตามที่ต่างๆ...นับว่าเธอยังโชคดีที่สมัยแม่ยังมีชีวิตอยู่ได้ซื้อขิมให้เธอ  และส่งเธอไปเรียนตีขิมตั้งแต่ป.3 จึงทำให้เธอพอที่จะตีขิมได้บ้าง...สถานที่แรกที่เธอคิดว่าจะไปแสดงการตีขิมก็คือที่อนุสาวรีย์  แต่ครั้งแรกเธอก็พลาดมันเสียแล้วด้วยความกลัว  ประหม่า เพราะมีคนเยอะ เธอจึงไม่กล้า.....

     เธอจึงรวบรวมความกล้าอีกครั้งและตัดสินใจว่าจะไปตีที่ตลาดนัดจตุจักร  หลังจากเลิกเรียนเธอและป้าจึงถือขิมตัวโปรดตรงไปยังจุดหมายทันที   หลังจากได้รับคำปลอบใจและกำลังใจจากป้าแล้วเธอก็ลงมือตีขิม ณ.จุดที่เลือกไว้....ความหวังว่าครั้งแรกที่เธอตีนี้น่าจะได้เงินสัก 200-300 บาทเพื่อนำไปเลี้ยงชีวิตของเธอและป้า......คนดีมีน้ำใจยังมีในโลกนี้เสมอ หลังจากตีขิมไปได้สักพักเธอก็ได้รับน้ำใจจากผู้ผ่านไปมา......หนู ขอเพลงเขมรไทรโยคหน่อย....เธอไม่รอช้า รีบบรรเลงเพลงตามที่เสียงนั้นเอ่ยขออย่างสุดฝีมือ...หลังจบเพลง  เจ้าของเสียงนั้นก็ยื่นน้ำใจใส่มือเธอ  แล้วเค้าก็เดินจากไป.....เธอแบมือเพื่อดูน้ำใจนั้น แล้วเธอก็ต้องตะลึง  ตื่นเต้น ดีใจจนน้ำตาแทบไหล  โอ้ทำไมมันช่างมากมายเหลือเกิน  เกินกว่าที่เธอคาดว่าจะได้รับหลายเท่า....1000 บาท มันทำให้เธอเกิดกำลังใจขึ้นมาอย่างมหาศาล  นั่นหมายความว่าเธอและป้าได้รับการต่อชีวิตไปได้อีกหลายวัน....

...........แต่ลำพังการตีขิมก็ไม่อาจหาเงินมาพอที่จะจ่ายค่าเทอมและค่าเช่าบ้านได้  อีกทั้งเธอต้องหาที่เรียนต่อ ม.1ใหม่ จึงทำให้เธอค่อนข้างเครียดมาก    ป้าเสนอให้หยุดเรียนไปก่อน   แต่เธอไม่อยากหยุด เธออยากเรียนต่อ...สุดท้ายมีวิธีเดียวที่จะทำให้เธอเรียนต่อได้.........เธอก็บอกป้าว่า เธอจะเขียนจดหมายถึงในหลวง.....เธอเชื่อว่าในหลวงจะช่วยให้เธอสามารถเรียนต่อได้  เธอจึงลงมือเขียนจดหมายถึงในหลวงทันที ....ในที่สุดความพยายามของเธอก็บรรลุผล...เธอได้รับจดหมายตอบกลับจากสำนักพระราชวัง...เธอได้ทุนเรียนต่อตามที่เธอหวัง....

......คำยืนยันจากผู้อำนวยการโรงเรียน...เธอเป็นเด็กที่เรียบร้อย  เรียนดีมาก..........

........ความพยามของเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆคนนี้คือสิ่งที่น่าปลื้มใจแทนจริงๆ   และสิ่งที่ยืนยันได้อีกอย่างคือ เธอไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว  เธอยังมีเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกที่พร้อมจะหยิบยื่นน้ำใจให้กับเธอ...ให้เธอมีกำลังใจที่จะต่อสู้  และยืนหยัดได้ต่อไป.....

 

                                               

โดย นกน้อยแห่งโพหัก

 

กลับไปที่ www.oknation.net