วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลังสีแดง บอยคอต ‘องค์บาก 2’



คอลัมน์ : ฮอตสกู๊ป

     วันนี้ ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ของเสี่ยเจียง เปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง “องค์บาก 2” ที่ทุ่มทุนสร้างเป็นเงินหลายร้อยล้าน ออกฉายทั่วประเทศ หลังจากที่ทุ่มเงินอัดฉีดโฆษณาสร้างกระแส ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ผลิตภาพยนตร์ ที่หวังจะให้หนังของตัวเองนั้นโกยทั้งเงินและคำชมจากคนดูให้ได้มากที่สุด เรียกได้ว่า หวังจะได้ทั้งเงินและกล่องในเวลาเดียวกัน
 
      “องค์บาก 2” เป็นภาคต่อของ “องค์บาก” ที่ทำให้ “จา-พนม ยีรัมย์” เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกพร้อมๆ กับศิลปะการต่อสู้แบบแม่ไม้มวยไทย
 
     แต่ครั้งนี้ สำหรับ “องค์บาก 2” อาจจะพบกับ “วิบากกรรม” มาตั้งแต่ต้น เพราะดูเหมือนว่าเส้นทางของการทำคลอด “องค์บาก 2” ไม่ได้ราบเรียบเหมือนภาคแรก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งของพระเอกที่ผันตัวมาเป็นผู้กำกับ เรื่องของเงินๆ ทองๆ เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ที่กำหนดงบไว้แค่ 100 ล้าน แต่กลับเลยเถิดไปถึง 300 ล้านบาท
 
     ใครติดตามความเป็นมาเป็นไปของการทำหนังเรื่องนี้ ก็จะได้เห็นกรณีแถลงข่าวอัดกันไปอัดกันมาระหว่างผู้กำกับ กับเจ้าของเงินทุน และการหายตัวไปของผู้กำกับในช่วงหนึ่ง ซึ่งทำให้หลายคนต้องลุ้นว่า แล้วจะรอดออกมาเป็นหนังได้ไหมนี่
 
     นอกจากปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ ปัญหาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ การคัดเลือกตัวแสดงหรือดาราที่ถือเป็น “ตัวขาย” เป็น “แม่เหล็ก” ที่จะดึงดูดให้คนยอมควักสตางค์ซื้อตั๋วเข้าชม 
    
     ปรากฏว่า มีนักแสดงคนหนึ่งในบท “เจ้าพระยาราชเสนา” เจ้าเมืองรัฐเพื่อนบ้าน ซึ่งนักแสดงคนนี้เพิ่งถูกปลดออกจากรายการทีวีหลายสี เพราะมีคนรักประชาธิปไตย ทนกับพฤติกรรม “ดิบ เถื่อน ถ่อย” ขึ้นเวทีเป็นแกนนำพันธมาร รุ่น 3 ปล้นประเทศไม่ไหว จึงต้องไปร้องเรียนต่อเจ้าของช่องให้ปลดพิธีกรผู้ทำลายประชาธิปไตยคนนี้ไปเสีย เพราะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็กและเยาวชน!   
    
     แต่นึกไปนึกมา บทที่นักแสดงคนนี้ได้รับ ก็ช่างเหมาะเจาะสอดคล้องกับพฤติกรรมที่แท้จริงของเจ้าตัวเสียจริงๆ เพราะรับบทเป็น “ผู้ร้าย” ของเรื่องที่ไปก่อกรรมทำเข็ญไว้กับครอบครัวพระเอก และถูกฆ่าตายอย่างน่าอนาถ ถ้าเวรกรรมในหนังเป็นจริง ชีวิตจริงก็ไม่น่าจะพ้นกฎแห่งกรรมข้อนี้ไปได้เช่นกัน
    
     สำหรับแก่นของหนังเรื่ององค์บาก 2 ถูกโปรโมตว่ามีแก่นแท้ที่เป็นหัวใจหรือธีมสำคัญของเรื่อง ก็คือการนำเสนอและถ่ายทอดศิลปะการต่อสู้ และเรื่องราวของวีรบุรุษที่ต้องฝันฝ่าอุปสรรคนานัปการ เพื่อค้นหาสัจธรรมและความหมายที่แท้จริงของ “ศรัทธาแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์” “ความดี ความเลว” และสิ่งที่ถูกเรียกขานว่า “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้”
 หนังเรื่องนี้พยายามที่จะสอน หรือ สร้างคุณค่าให้แก่คนดู แต่สิ่งที่คนดู หรือสาธารณชนต้องตั้งคำถามกลับไปต่อเจ้าของเงินทุน และผู้สร้างหนังเรื่องนี้ก็คือ
 “ความดี ความเลว” ของผู้สร้างหนังเรื่องนี้อยู่ตรงไหน?
 
     ความรับผิดชอบต่อประชาชน ในฐานะ “บุคคลสาธารณะ” และในฐานะของผู้สร้างหนัง ที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม ความรับผิดชอบชนิดไหนกันที่นำดารา นักแสดง ซึ่งมีส่วนร่วมในการทำลายประชาธิปไตย และประเทศชาติให้เสียหายย่อยยับเป็นจำนวนเงินหลายแสนล้านบาท โดยเฉพาะสินค้าภาคการเกษตร ที่เสียหายวันละ 30,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกดอกไม้สด พืชผัก ปศุสัตว์ จากการปิดสนามบิน มาร่วมแสดงในหนังเรื่องนี้ 
 
     ตามอาณัติสัญญาณที่แกนนำชาวสีแดง ผู้รักและพิทักษ์ระบอบประชาธิปไตย ได้ให้แนวทางไว้ในการบอยคอตสินค้า ข้าวของเครื่องใช้ ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนพันธมาร เพื่อเป็นมาตรการในการใช้อารยะขัดขืนเพื่อให้คนกลุ่มนี้ได้ตะหนักและสำนึก
 
      สำหรับหนังเรื่ององค์บาก 2 แล้ว จึงควรใช้แนวทางเดียวกัน เพื่อให้เป็นตัวอย่างแรกที่ชาวเสื้อแดงจะใช้เป็นรูปธรรมในการบอยคอต รวมทั้งใช้มาตรการที่เด็ดขาดเพิ่มมากขึ้น ไปสู่สินค้าและบริการอื่นๆ ที่ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหล่าพันธมาร!
 
     รวมพลังแสดงออกอย่างสันติ ด้วยการบอยคอต และส่งสัญญานไปยังต่างประเทศ ที่ผู้สร้างหนังวาดหวังไว้ว่าจะได้คว้าตลาดของ อเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส 
      เพื่อเป็นบทเรียนให้แก่ผู้สร้างที่ต้องกลับไปพิจารณาเสียใหม่หรือให้เลิกหวังไปเสีย
     แสดงพลังให้เห็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในหัวใจของคนที่รักประชาธิปไตย
     ให้รู้ว่า ต่อให้หนังดังแค่ไหนก็มีวันดับลงเพียงแค่ชั่วข้ามคืนเหมือนกัน ถ้าไม่รับผิดชอบต่อประชาธิปไตย!

โดย ดำตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net