วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คุณพ่อสไตล์ "ตั้ว-ศรัณยู"


"สังคมทุกวันนี้มีเรื่องต่าง ๆ มากมาย ทั้งเรื่องดีเรื่องไม่ดี เรื่องควรรู้ไม่ควรรู้ แนวทางที่พี่ดูแลลูก ๆ ก็คือ พยายามให้เขามีโอกาสในเรื่องที่ควรมีโอกาส หมายความว่า สังคมในรุ่นที่เขาโตขึ้นมา มีอะไรที่ควรจะรู้จัก เขาก็ควรได้รู้จัก ทั้งเรื่องกีฬา ดนตรี กิจกรรมต่าง ๆ พี่จะพยายามหยิบยื่นให้ลูก เพื่อที่เขาจะได้ทำความเข้าใจว่าสังคมนี้มันมีอะไรบ้าง วันหนึ่งที่เขามีวัยวุฒิมากพอ และจะต้องเลือกทางเดินให้กับตัวเอง เขาจะได้รู้ว่า เขาควรจะไปทางไหน ควรจะชอบ หรือยึดถือในสิ่งใด"

 คำอธิบายสั้น ๆ ง่าย ๆ แต่ได้ใจความด้านบนนี้มาจาก "ตั้ว - ศรัณยู วงษ์กระจ่าง" ในฐานะผู้เป็นพ่อคนหนึ่งที่พยายามบอกว่า ครอบครัวของเขานั้นเป็นครอบครัวธรรมดา ๆ ครอบครัวหนึ่งในสังคมไทยที่มีความรักเป็นปัจจัยพื้นฐาน
       
       "ในฐานะพ่อและแม่ เราดูแลเต็มที่ ทั้งหมดที่เราทำได้ และสมควรทำ ไม่ได้มีข้อกำหนดว่า พ่อดูแลเท่านี้ แม่ดูแลเท่านั้น ครอบครัวเราไม่มีกฎเกณฑ์เหล่านั้น เพราะแต่ละครอบครัวก็มีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน ซึ่งเราก็จะดูว่าลูกเราต้องการการดูแลแบบไหนด้วย"
       
       แต่ทั้งหมดนี้ คุณตั้วยอมรับว่า ได้ยึดเอาความรักเป็นที่ตั้ง เพราะเมื่อเริ่มต้นจากความรัก สิ่งต่าง ๆ ที่มอบให้ลูกก็จะมั่นใจได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่างแน่นอน แต่นอกเหนือจากความรักแล้ว สิ่งที่ครอบครัว "วงษ์กระจ่าง" ปลูกฝังให้กับลูก ๆ อย่างน้องหนุนและน้องหนัง ลูกสาวฝาแฝดมากขึ้นไปอีกนั้น ก็คือเรื่องจริยธรรม การมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
       

       "สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ พี่กับคุณเปิ้ล (ภรรยา) มีแนวคิดตรงกัน และปลูกฝังลูกมาตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว เพื่อให้เขาเป็นคนจิตใจดี มีน้ำใจ รู้จักแบ่งปัน ไม่เอาเปรียบคนที่อ่อนแอกว่า รวมถึงเรื่องของการรักและหวงแหนแผ่นดินไทยด้วย อย่างเรื่องน้ำใจจะเห็นได้ชัด ใครที่ด้อยโอกาสกว่าเขา ๆ ก็จะนึกถึงเสมอในทุก ๆ ด้าน เช่น เพื่อนไม่มีอันนั้นอันนี้ เราก็น่าจะให้เขานะ หรือบางทีเด็กด้อยโอกาสข้างถนน ขอทาน เขาก็จะให้สตางค์บ้าง มันเป็นความเอื้อเฟื้อเท่าที่วุฒิภาวะเขาจะคิดได้ หากเจอเด็กขายพวงมาลัยก็มักจะบอกให้พ่อซื้อสิ ๆ นี่คือน้ำใจของลูกที่พี่เห็น"
       
       "ข้อดีอีกอย่างคือลูกพี่ไม่เป็นคนขี้นินทา บางทีในหมู่เพื่อนมีเพื่อนแกล้งบ้าง แต่ก็รู้จักอดกลั้นไม่ใช้ความรุนแรงโต้ตอบ อย่างเรื่องที่พี่ไปชุมนุมฯ พี่ก็ได้อธิบายให้เขาฟัง เขาก็เข้าใจระดับหนึ่ง แต่มีอยู่วันหนึ่ง ลูกกลับมาจากโรงเรียนแต่นิ่ง ๆ ไป มาทราบจากคุณเปิ้ลว่าเพื่อนมาว่าเขา ว่าดูสิพ่อบ้าหรือเปล่า ไปประท้วง ไปทำอะไรอย่างนี้ ซึ่งลูกพี่ก็อดทน ไม่ได้ตอบโต้ ซึ่งพี่เลยอธิบายให้เขาฟังไปว่า เพราะอะไรพ่อถึงทำ เห็นได้ชัดว่าลูกเข้าใจ หลังจากเข้าใจแล้วก็กลายเป็นความสนใจใคร่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน อย่างไร บ้านเมืองเป็นยังไง คนโกงกิน เป็นอย่างไร พี่ก็ดีใจที่ได้เห็นสิ่งเหล่านี้อยู่ในตัวลูก"
       

       นอกจากนั้นในเรื่องของการชอบเล่นกีฬา ชอบดนตรี คุณตั้ว-ศรัณยูบอกว่า เหมือนได้เห็นตัวเองตอนเด็ก ๆ
       
       "พี่เชื่อว่า ดนตรีทำให้ลูกมีจิตใจอ่อนโยน ส่วนกีฬา ก็ทำให้เขารู้จักมุ่งมั่น รู้จักการต่อสู้ รู้จักแพ้ชนะ รู้จักความผิดหวัง แต่วันหนึ่งที่เขาโตขึ้นมาก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาจะต้องไปเจอกับสังคมอีกหลาย ๆ แบบ ทั้งอารยธรรมตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามา หรือสังคมของเพื่อน ๆ ในโรงเรียน แต่เรื่องดี ๆ ที่พ่อแม่ปลูกฝังไว้ตั้งแต่เด็ก ๆ จะติดตัวเขาตลอดไป"
       
       สุดท้าย เมื่อถามถึงความภูมิใจสูงสุดกับครอบครัวที่สร้างขึ้นโดยมีความรักความเข้าใจเป็นพื้นฐานนี้ คุณตั้วเล่าว่า "สิ่งที่ภูมิใจมากสุดกับครอบครัวตอนนี้คือ ครอบครัวพี่มีความเข้าใจเป็นที่ตั้ง การสอนของเราลูกจึงเข้าใจ ซึ่งพี่พยายามสอนลูกว่า เราก็เป็นคนธรรมดาเหมือนคนอื่น ๆ ไม่ได้มีอภิสิทธิ์เหนือใคร การที่มีคนรู้จักพี่ หรือพี่รู้จักคนมันเป็นธรรมดาเพราะทำงานอยู่ในวงการนี้ แค่ลูกเข้าใจ ไม่ฟุ้งเฟ้อ ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว"
       
       "ทั้งหมดที่พูดมาเนี่ย พี่ภูมิใจที่ได้เห็นว่ามันอยู่ในตัวลูกพี่ ภูมิใจที่สิ่งที่เราคิด เราเตรียมการ มันได้เห็นในตัวลูกเราจริง ๆ ดีใจที่ได้ตัดสินใจเลี้ยงลูก สอนลูกแบบนี้ ทั้งเรื่องการไม่เอารัดเอาเปรียบ การเป็นคนมีความยุติธรรม จริยธรรม รู้จักสงสารผู้คน"
       
       หากครั้งหนึ่งในชีวิตของคนเป็นพ่อจะได้มีโอกาสภูมิใจในตัวลูก ๆ และครอบครัว เราก็เชื่อว่า ครอบครัววงษ์กระจ่าง คงมีคุณพ่อที่ภูมิใจในครอบครัวมากที่สุดอีกหนึ่งคนค่ะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

       

โดย ดำตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net