วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิถีแห่งเสียงเงียบ สามล้อถีบ เมืองนนท์


       ท่ามกลางความเร่งรีบของสังคมปัจจุบัน จำต้องแข่งขันกันเพื่อเข้าสู่สนามภูมิในช่วงเช้าของวันทำงาน ทำให้การจราจรบนท้องถนน ถูกปกคลุมไปด้วยเสียงเครื่องยนต์ชนิดต่างๆ ทั้งยังพัดพาฝุ่นควันที่ไม่เป็นมิตรแผ่กระจายไปทั่วรูขุมขน ที่เราสัมผัสจนชาชิน

          จอมโจร ขอพาท่านไปสัมผัสวิถีแห่ง “เสียงเงียบ” ของสามล้อถีบ (อีกครั้ง) ที่ยังคงให้บริการประชาชนทั่วทุกหัวระแหงตามท้องถนนเมืองนนทบุรี

 

 เปิดใจ ”ลุงคูณ” ผู้ถีบสามล้อกว่าครึ่งชีวิต

          ที่บริเวณท่าน้ำนนท์ซึ่งมีสามล้ออยู่กระจัดกระจาย ฉันมุ่งตรงไปหาคุณลุงคนหนึ่ง ที่นั่งเลือนลอยมองหาลูกค้าด้วยแววตาที่ไม่สดใสมากนัก เมื่อไปยืนอยู่ตรงหน้าฉันบอกจุดประสงค์กับลุงว่า “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”

 

 

 

            แต่คำตอบที่ได้รับจากคุณลุงนั้นไร้เยือใย เมื่อลุงบอกว่า “โอ้ย! จะคุยอะไร คุยไม่เป็น” ด้วยน้ำเสียงแข็งๆ แต่แววตาดูเหมือนหวาดๆ ว่าผู้ถามจะถามอะไรยากๆ จนตอบไม่ได้หรือเปล่า เมื่อยิงคำถามแรกว่า “ลุงถีบสามล้อมากี่ปี” เท่านั้น ลุงเริ่มแย้มสรวล แล้วว่า “50 ปี” ฉันยิ้ม นี่แหละคือที่อยากรู้ที่สุด เมื่อลุงคลายความกังวลใจ ลุงได้เล่าเรื่องต่างๆ ให้อาคันตุกะ ด้วยความสุนทรีย์และน้ำเสียงที่สดใส

 

สามล้อที่รอผู้โดยสารมาใช้บริการ หน้าปากซอยเรวดี

 

   

         ลุงคูณ ถนอมกาล วัย 68 ปี เล่าว่า เดิมเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา เข้ามาสู่มหานครเมื่อ 20 ปีก่อน ก่อนจะมาจับจองอาชีพถีบสามล้ออยู่ย่านท่าน้ำนนท์ และปักหลักพำนักบนรถสามล้อตลอด 24 ชั่วโมง

            “เมื่อก่อนลุงอยู่โคราชลุงก็ถีบสามล้อนี่แหละ มันอิสระดี ไม่ต้องไปเป็นลูกน้องใคร อยากมาทำงานตอนไหนก็มา ตั้งแต่เกิดยังไม่เคยทำอาชีพอะไรนอกจากถีบสามล้อ พอเข้ากรุงเทพลุงมาเมืองนนท์เลย มาเช่ารถสามล้อเขาถีบ เมื่อก่อนค่าเช่าวันละ 5 บาท 7 บาท เดี๋ยวนี้ 50 บาทเข้าไปแล้ว แต่คันนี้ลุงเพิ่งซื้อมาได้ 2 ปี ราคา 5,000 บาท พอดีช่วงนั้นมีเทศกาลทุเรียนคนมาเที่ยวเยอะ รายได้ดีเลย ลุงเลยเอาตังค์ไปซื้อ ดีใจที่มีเป็นของตัวเองไม่ต้องไปเช่าเขา” 

            “ลุงถีบสามล้อตรงนี้ จอดตรงนี้ และนอนมันตรงนี้ ใครมาเห็นลุงตลอดแหละ เพราะลุงอยู่ตรงนี้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้กลับไปนอนบ้านเหมือนคนอื่นเขา เพียงแค่เช้ามากลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแค่นั้น ตีห้าหกโมงลูกค้าประจำเขามาเรียกลุงให้ไปส่ง อันนี้นะไป แต่ถ้าสามทุ่มเที่ยงคืนมาเรียกให้ไปส่ง ไม่ไปหรอก ลุงจะนอน” ลุงว่าอย่างขำๆ   

            ลุงบอกว่า สมัยก่อนบริเวณท่าน้ำนนท์รถรามันยังไม่เยอะขนาดนี้ รายได้จากการถีบสามล้อมันดี ถึงขนาดส่งลูกเรียนจนจบ

 

 

            “ตอนลุงมาถีบสามล้อใหม่ๆ แถวนี้ยังไม่มีมอไซต์รับจ้างเลย รถรับจ้างน้อย เมื่อก่อนลุงแข็งแรงกว่านี้ตั้งเยอะ รายได้จากการถีบสามล้อวันๆ ได้เงินตั้งหลายบาท ส่งลูกเรียนจนจบ สภาพท่าน้ำนนท์ตอนนี้กับปัจจุบันเป็นแบบนี้แหละ เพียงแต่ว่ามันเป็นถนนลูกรัง ยิ่งเดี๋ยวนี้รถรับจ้างเกิดขึ้นเป็นแถว เห็นไหมมันแยะไปหมด รายได้ลุงพลอยหายไปด้วย แต่จะไปว่าคนนั่งเขาไม่ได้ อะไรที่เร็วกว่า ถูกกว่าเขาต้องไปใช้บริการ ตอนนี้เวลาจะถีบสามล้อต้องคอยระวัง ไม่งั้นเดี๋ยวมันมาชนเรา”

            ถีบสามล้อส่งลูกเรียนจนจบ ทำไมถึงไม่อยู่บ้านให้ลูกเลี้ยง เพราะด้วยวัยที่ใกล้จะ 70 ปีไปทุกที ลุงบอกว่า ลูกให้อยู่บ้านเหมือนกัน แต่คนเคยถีบสามล้อ จะให้ไปอยู่บ้านเฉยๆ ไม่สบายตาย นี่ลุงถีบมาไม่เคยหยุดสักวัน

            การถีบสามล้อเป็นสาเหตุที่ทำให้รถติดหรือเปล่านั้น ลุงแทบจะปรี๊ดขึ้นหูว่า “ไม่เกี่ยวเลยไอ้ที่ทำให้รถติด เราถีบชิดซ้ายตลอด ไอ้พวกที่จะวิ่งก็วิ่งไป เราไปทำให้มันติดตรงไหน ส่วนไอ้อุบัติเหตุที่เราจะไปชนเขานะ มันไม่มีหรอก ถ้าเราไปชนเขาจะเอาปัญญาที่ไหนไปชดใช้ค่าเสียหาย ลำพังแค่ร้อยสองร้อยก็ถีบมันทั้งวันแล้ว มีแต่พวกมันแหละจะขับมาชนเรา บางทีจอดอยู่ดีๆ พวกมอไซต์มันยังมาชนเลย” ลุงว่าอย่างมีอารมณ์

            แต่ถึงกระนั้น ลุงยอมรับว่า ยังมีรถสามล้อบางคนที่คิดจะเลี้ยวก็เลี้ยวมันมีอยู่แต่ไม่เยอะ

            ด้านลุงยุทธ์ ก่อแก้ว อายุ 60 ปี ซึ่งถีบสามล้ออยู่บริเวณตลาดสดตรงข้ามเมเจอร์ เล่าว่า เริ่มต้นถีบสามล้อมาตั้งแต่ปี 2505 จนกระทั่งปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นลุงบอกว่า ถีบสามล้อเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น

            “ลุงถีบสามล้อมาตั้งแต่ปี 2505 คิดดูว่ากี่ปีมาแล้ว ถีบจนอายุ 60 ปี แต่ลุงไม่ได้ถีบเป็นอาชีพอะไร เพียงแค่ทำเป็นอาชีพเสริมเท่านั้น ปกติลุงขับรถเมล์สาย 64 แต่เป็นคนขับมือสอง ประมาณว่าถ้าคนไหนเขาขาดเขาลา ก็ไปขับแทนเขา แต่วันนี้ไม่มีลุงเลยมาถีบสามล้อ ส่วนรายได้อยู่ที่ประมาณ 150-200 บาท ถ้าต่ำกว่านี้คงอยู่ไม่ได้ เพราะค่าเช่าปาไป 50 บาทแล้ว ไหนจะค่ากิน ถ้าได้ 100 บาทคงไม่พอ เมื่อก่อนรายได้ดี เพราะรถมันไม่เยอะ ถีบอยู่แค่ตลาดถึงท่าน้ำ วันๆ ได้หลายร้อย เดี๋ยวนี้รถมอไซด์รับจ้างเยอะขึ้น สามล้อเครื่องจอดอยู่เป็นแถว รายได้เลยลดลง ส่วนอุบัติเหตุ ตั้งแต่ถีบมายังไม่เคยเจอกับตัว แต่มีบ้างที่มีรถยนต์ขับมาเฉี่ยวชนสามล้อ แต่ก็ไม่ใช่อุบัติเหตุร้ายแรงจนถึงขนาดเสียชีวิต” ลุงเล่าด้วยทีท่าที่หงุดหงิดกับการรอลูกค้า ที่ยังไม่มีใครจ้างให้ลุงไปส่ง ลุงตอบคำถามพลางมองดูนาฬิกาไปพลาง พร้อมกับบ่นด้วยความหงุดหงิดใจว่า “เป็นชั่วโมงแล้วยังไม่มีลูกค้ามานั่งสักคน หนูมาคุยกับลุงเป็นสิบๆ นาทีแล้ว ยังไม่มีลูกค้าสักคน เงินกว่าจะได้แต่ละบาท”

            เลยไม่อยากให้คุณลุงต้องหงุดหงิดใจไปมากกว่านี้ เลยขอให้ลุงถีบสามล้อไปส่งที่ท่าน้ำนนท์ ลุงบอกว่า ฉันเป็นเจ้าแรกของวัน หลังจากจ่ายค่าโดยสารราคา 10 บาท ลงมือลุงแล้ว น้ำเสียงนั้นแปรเปลี่ยนไปทันที ทั้งยังมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ตรงหน้า พร้อมทั้งอวยพรให้ผู้นั่งโชคดีอีกด้วย

            ฉันเองได้แต่หวังว่า ให้ลุงได้รับพรนั้นอย่างที่อวยพรให้ผู้นั่งด้วย

            ด้านคุณลุงกลุ่ม เกตุวงษ์วัย 69 ปี ผู้ซึ่งถีบสามล้ออยู่ภายในซอยเรวดีมา 9 ปี บอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความอารมณ์ดี ว่าเป็นคนสุพรรณบุรี แต่มาทำงานที่กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในตำแหน่งช่างเลื่อย แต่หลังจากที่ปลดเกษียณเมื่อวัย 60 ปีแล้ว ด้วยวุฒิการศึกษาและอายุที่มากขึ้น สามล้อถีบจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

 

            “หลังจากที่ปลดเกษียณแล้ว ลุงหันมาถีบสามล้อเลย เพราะค่าเช่ามันถูก พอดีรู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง เขาเลยให้เราเช่าถูกๆ วันละ 40 บาท แถมลุงยังไปนอนที่อู่เขาด้วย ส่วนรายได้ก็พอได้บ้าง วันนี้เพิ่งจะได้ 70 บาท” ลุงว่าพร้อมกับล้วงเงินในกระเป๋าให้ดู

 

ลุงกลุ่ม

 

 

            ลุงกลุ่ม บอกว่า ทุกๆ วันลุงจะมาถีบสามล้อที่หน้าปากซอยเรวดี ตื่นเมื่อไรก็มาถีบเมื่อนั้น และจะถีบไปจนกระทั่ง 6 โมงเย็น

            “ถ้าลุงตื่นตี 5 ลุงก็ออกมาถีบสามล้อ ถีบมันจนกระทั่ง 6 โมงถึงหนึ่งทุ่ม เพราะเวลาค่ำๆ สายตามันเริ่มจะมองไม่เห็น จริงๆ ลุงไม่ได้จอดรถตรงนี้ แต่จอดอยู่ที่นอกถนนใหญ่ พอดีแดดตรงโน้นมันแรง ก็ต้องหาที่หลบแดด ส่วนเรื่องปวดเมื่อยมากนั้น เป็นธรรมดา หาหยูกหายามาทาเดี๋ยวก็หาย”

            แล้วจู่ๆ ลุงได้เล่าเรื่องส่วนตัวแบบขำๆ ให้ฟังว่า ลุงนี่เป็นคนอาภัพเมียคนแรกก็ตาย คนที่สองก็หย่า ตอนนี้อยู่กับเมียคนที่ 3 แต่นานๆ จะไปหากันสักครั้ง ลุงมีลูกทั้งหมด 5 คน ต่างคนต่างทำงานกันหมด เมื่อก่อนทำงานมีรายได้ ใครเจ็บไข้ได้ป่วยลุงพาไปหาหมอหมด แต่เดี๋ยวนี้ต้องดูแลตัวเอง ไม่มีใครพาไป อีกอย่างลุงไม่ค่อยป่วยด้วย เพราะได้ออกกำลังกายทุกวัน ส่วนลูกเต้านั้น เขาให้เงินใช้บ้าง แต่ไม่ได้บ่อย ทั้งยังไม่ได้ให้ทุกคน และไม่ได้ให้เงินลุงใช้ทุกเดือนด้วย ลุงหากินของลุง พูดง่ายๆ คือทำเองกินเดียวคนเดียว

 

 

            ส่วนเรื่องน้อยใจลูกไหมนั้น ลุงบอกว่า มันก็มีบ้าง เพราะเราอายุขนาดนี้แล้ว เลี้ยงเขามาด้วย แต่ทำใจได้เพราะเรายังหากินของเราได้อยู่

            ส่วนจะถีบสามล้อไปอีกนานแค่ไหนนั้น ลุงบอกว่า ตอบไม่ได้ เพราะวันไหนที่ลุงอยากหยุดถีบแล้วไปต่างจังหวัดลุงก็ไป แล้วตอนไหนที่ลุงอยากหาเงินลุงก็มา เลยตอบไม่ได้ว่าจะหยุดถีบสามล้อเมื่อไร

            อย่างไรก็ตาม ข้อดีของการนั่งรถสามล้อนั้น ลุงกลุ่มบอกว่า นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังนั่งสะดวกสบาย ทั้งยังมีอุปกรณ์ป้องกันความร้อนจากไอแดดและป้องกันฝนในช่วงฤดูฝนได้ด้วย ถ้านั่งมอเตอร์ไซด์รับจ้างมันไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอะไรเลย มีเพียงความรวดเร็ว ยิ่งถ้าฝนตกเขาไม่ขับกัน จะเข้าบ้าน ช่วงนี้จึงเป็นโอกาสงามของคนถีบสามล้อ

โดย จอมโจร

 

กลับไปที่ www.oknation.net