วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจตนาใดในพระพุทธรูป ?


ปัจจุบัน ความเคารพนับถือในพระ “ พุทธรัตนะ ”  ดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนไปในคนบางกลุ่ม  พระพุทธรูปซึ่งควรเป็นรูปเคารพที่สื่อให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า หรือพระพุทธคุณ กลับถูกเคารพในฐานะรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีฤทธิ์สามารถบันดาลให้ผู้คนสมหวังในสิ่งที่ร้องขอ

 

ดังเช่นคุณแม่ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า สอนให้ลูกกราบพระพุทธรูป  เพราะกราบแล้วได้เงิน แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ลูกยังไม่มีเงินใช้อยู่เลย พอกราบพระเท่านั้น อีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมามีคนเอาเงินมาให้ถึงบ้าน ทั้งแม่ทั้งลูกกลับมองความบังเอิญว่าเป็นเพราะพุทธคุณบันดาล

 

หรือในบทความบางแห่งปรากฏข้อความที่ระบุว่า “ เป็นคำตรัสของพระพุทธองค์ ”  ใจความว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การทำความดี หรือความชั่วอะไรส่งผลดีหรือร้ายให้บังเกิดแก่ผู้ทำอย่างไร เช่น พระพุทธองค์ตรัสว่าในชาตินี้มีคนนับหน้าถือตาเพราะชาติที่แล้วบูชาพระพุทธรูปด้วยดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม ชาตินี้เกิดมาสวยงามเพราะชาติที่แล้วหมั่นบูชาพระพุทธรูป เป็นต้น

 

คำกล่าวเช่นนี้น่าจะเป็นการรจนาของอาจารย์ท่านใดมากกว่าเป็นพุทธพจน์ เพราะในสมัยพระพุทธองค์ยังไม่มีการสร้างรูปเคารพของพระศาสดา

 

การสร้างพระพุทธรูปเพื่อเป็นการระลึกถึงพระพุทธองค์เกิดขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๔ หรือก็คือหลังจากพุทธปรินิพพานประมาณ ๕00 ปี ในรัชสมัยพระเจ้าเมนันเดอร์ รัชทายาทของอาณาจักรบากเตรีย ( ครองราชย์ปีพ.ศ. ๓๘๔ – ๔0๙ แต่บางตำราว่าปี ๕00 ) พระองค์เกี่ยวข้องกับพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชคือ เมื่อพระเจ้าอเล็กซานเดอร์บุกมาพิชิตตะวันออก ทรงตีได้เมืองใด ก็แต่งตั้งขุนพล หรือพระญาติของพระองค์ปกครองเมืองนั้น พระเจ้าเมนันเดอร์ หรือมินันเดอร์ทรงเป็นทายาทของผู้ที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ได้แต่งตั้งไว้ในตอนนั้น

 

 เมื่อพระเจ้าเมนันเดอร์ ขึ้นครองราชย์ ทรงกรีฑาทัพบุกอาฟกานิสถาน อินเดีย เข้าตีแคว้นปัญจาบ กาศมีระ คันธาระ ไปตลอดลุ่มแม่น้ำคงคาตอนเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วตั้งเมืองสาคละนครเป็นเมืองหลวง 

 

ความที่ทรงปราดเปรื่องทั้งพิชัยสงครามและปรัชญา เมื่อทรงมีอำนาจเหนือภูมิภาคแถบนี้แล้ว โปรดให้เชิญบรรดาคณาจารย์ นักบวชในลัทธิ หรือศาสนาต่างๆเข้าเฝ้าเพื่อโต้ตอบปัญหากันมิได้ขาด วันหนึ่งได้เชิญพระนาคเสนซึ่งเป็นภิกษุในพุทธศาสนาผู้ทรงปัญญาแตกฉานในพระไตรปิฏกและอรรถกถาไปโต้ตอบปัญหาศาสนาและปรัชญากัน คำปุจฉาวิสัชนาของทั้งสองได้ถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร จนเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ มิลินทปัญหา ” ( ชาวอินเดียเรียกพระนามพระเจ้ามินันเดอร์เพี้ยนไปเป็น มิลินทะ ส่วนชาวไทยเรียกตามอินเดียอีกที )

 

หลังการโต้ปัญหา พระเจ้ามินันเดอร์ทรงซาบซึ้งในศาสนาพุทธ จนเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนาแทนการนับถือศาสนาแบบพหุเทวนิยม นั่นคือมีเทพเจ้าหลายองค์ เช่น เทพเจ้าแห่งขุนเขา เทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ เทพเจ้าแห่งสุริยะ เป็นต้น เมื่อเคารพเทพองค์ใดก็สร้างรูปเคารพของเทพองค์นั้นไว้กราบไหว้ บวงสรวง พระเจ้ามินันเดอร์ ได้โปรดให้ช่าง หรือศิลปินชาวคันธาระ สร้างพระพุทธรูปขึ้นโดยอาศัยรูปปั้นของเทพเจ้าเปาโลเป็นเค้าต้นแบบ ดังนั้นพระพุทธรูปในยุคแรกๆ จึงมีพระพักตร์แบบฝรั่ง เรียกว่าพระพุทธรูปแบบคันธาระ และนั่นจึงเป็นการริเริ่มพุทธประติมากรรมสืบมาจนปัจจุบัน

 

จึงเห็นว่าในสมัยพุทธกาล ไม่มีพระพุทธรูปให้คนทั่วไปกราบไหว้ ดังนั้นการที่บอกว่า พระพุทธองค์ตรัสถึงการบูชาพระพุทธรูปว่าจะนำลาภสักการะใดๆมาสู่ผู้บูชา จึงน่าจะเป็นคำกล่าวของผู้เลื่อมใสพระศาสนาในยุคหลังๆที่กล่าวขึ้นเพื่อเป็นอุบายให้คนไหว้พระ ให้ทำความดีมากกว่า

 

เจตนาดี ผลลัพธ์อาจออกมาดี  แต่บางครั้งกลับเปลี่ยนไปเป็นตรงข้าม

 

ศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม ได้ให้ความเห็นไว้ในหนังสือประทีปธรรมถึงการมีพระพุทธรูป ผลดี และผลเสียของการมีพระพุทธรูปไว้ว่า

 

“ การสร้างรูปเคารพของพระศาสดาตนนั้น มีประโยชน์หลายประการ เช่น

 

๑. ทำให้พุทธศาสนิกชนรู้สึกว่าตนได้อยู่ใกล้ชิดพระศาสดา เกิดความอบอุ่นใจ ไม่ว้าเหว่เกินไป แม้พระพุทธองค์จะปรินิพพานไปนานแล้ว

 

๒. พระพุทธปฏิมาจะทำหน้าที่เป็นอนุสาวรีย์เตือนใจให้ระลึกถึงพระบรมครูและคุณความดีต่างๆของพระองค์ ทำให้เกิดกำลังใจในการทำความดี ทำให้เกิดความละอายใจในการทำชั่ว

 

๓. ตามปกติ ชาวพุทธจะทุ่มเทศรัทธา แรงงาน ทุนทรัพย์ เวลา และความสามารถทางศิลปกรรมอันสูงส่งให้แก่การสร้างพระพุทธปฏิมา ทำให้พระพุทธรูปกลายเป็นศิลปวัตถุอันล้ำค่า มีความสวยงาม น่าเคารพเลื่อมใส สามารถชักนำจิตใจของผู้ได้พบเห็นให้เกิดศรัทธาปสาทะในพระพุทธศาสนาได้

 

๔. พระพุทธปฏิมาย่อมเป็นโบราณวัตถุอันคงทนถาวร เป็นพยานส่องให้เห็นสภาพการณ์ต่างๆในอดีต นักโบราณคดีจึงได้อาศัยพระพุทธปฏิมาเป็นเครื่องศึกษาประวัติศาสตร์ของชาติได้เป็นอย่างดี

 

ข้อเสียในการมีพระพุทธปฏิมา

 

อย่างไรก็ตาม การมีพระพุทธปฏิมาก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เพราะคนผู้มีศรัทธามาก มีปัญญาน้อย เมื่อเห็นพระพุทธปฏิมาเข้า แทนที่จะถือว่าเป็นเพียงอนุสาวรีย์ เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ กลับถือว่าเป็นพระพุทธองค์เสียเอง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วก็กราบไหว้บูชา บวงสรวงพระพุทธปฏิมานั้นโดยตรง ถ้านับถืออย่างนี้ พระพุทธปฏิมาแทนที่จะเป็นอนุสาวรีย์เตือนใจให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า กลับเป็นเครื่องขัดขวางไม่ให้เห็นพระพุทธเจ้า เป็นกำแพงมิให้เข้าถึงพระพุทธรัตนะอันแท้จริงที่อยู่เบื้องหลัง ”

 

การกราบไหว้พระพุทธรูป จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสียดังที่ได้เล่ามา

 

เมื่ออ่านบทความนี้จบแล้ว อยากให้ลองถามตัวเองดูนะคะ 

 

ว่าเราควรจะเลือกเคารพพระพุทธรูปในรูปแบบไหน ?

........................................................................

อ้างอิง

ศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม  ประทีปธรรม  สร้างสรรค์บุ๊คส์ ๒๑๗ ซอยสุขุมวิท ๒0 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย  กรุงเทพ

 

นวองคุลี  เหตุเกิดหลังพุทธปรินิพพาน วัดสุวรรณประสิทธิ์ คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพ

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net