วันที่ เสาร์ กุมภาพันธ์ 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... เพียงเราเข้าใจ ภาค ตามหาบ่อทองคำ - บทที่ 2 แว่นวิเศษ


บทที่ 2 แว่นวิเศษ...

          หลังจากได้สมุดโน๊ตเล็กๆจากคุณป้า เด็กชายนั้นก็เตรียมตัวจะจดเล็คเชอร์เต็มที่ คุณป้าจึงเอ่ยขึ้นว่า
          "ก่อนจะบันทึกอะไรลงไป ให้แน่ใจนะว่าเป็นสิ่งที่เรารู้ว่าหมายถึงอะไร”
          “จำอันนี้ให้ดี สุ จิ ปุ ลิ แปลว่า ฟัง คิด ถาม จด” เด็กชายรีบจดลงไป

ฟัง-คิด-ถาม-จด 

          “นั่นหมายถึงให้ เป็นนักฟังที่ดี ฟังถ้วนถี่แล้วคิดตาม สงสัยให้ไต่ถาม เข้าใจความค่อยจดลง”
          “โอ้โฮ คุณป้าพูดคล้องกันเลยนะครับ ผมเข้าใจแล้วครับ”
          “กุญแจอยู่ที่ คำถาม ถ้าเรารู้จักถามคำถามที่ดีๆ เราก็จะได้คำตอบที่โดน”

          เด็กชายอมยิ้ม ขำที่คุณป้าใช้คำพูดวัยรุ่นเป็นกับเขาด้วย แต่ก็ดีนะ ค่อยอยากฟังต่อหน่อย อิอิ เอ่ นั่นมันคือสิ่งที่เราน่าจะเก็บไปคิดนี่นะ เด็กชายจดลงไปสมุดโน้ต ด้วยสำนวนของเขาเอง ว่า

ตั้งคำถามให้ดี จึงจะได้คำตอบเด็ดๆ 

          ท่าทางคุณป้าจะมีความสุขดีจัง บ้านก็น่าอยู่ แกทำงานอะไรนะ อยากรู้จัง
          “ผมขอถามอะไรคุณป้าหน่อยได้ไหมครับ”
          “เอ้า ว่ามา” คุณป้าตอบ
          “คุณป้า อยู่คนเดียวทำไมคุณป้าดูมีความสุขจังครับ”
                “อืม ป้าไม่ได้อยู่คนเดียวนะจ๊ะ ป้ามีเพื่อนบ้าน เพื่อนที่ทำงาน เพื่อนเก่าที่ยังคบหาติดต่อกัน ป้าไม่เคยขาดแคลนเพื่อนใหม่ๆ และป้าก็มีญาติๆที่นานๆจะโผล่มาหาสักที แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะป้าพอใจในชีวิตความเป็นอยู่แล้วน่ะสิจ๊ะ เงินทองพอมีพอใช้ ไม่ขัดสน”            
“ดีจังนะครับ ไม่ต้องรวยก็มีความสุขได้”
                “คำว่า รวย ของเธอ หมายถึงอะไรล่ะจ๊ะ หืมม”
                “มีเงินเยอะๆสิครับ แล้วรวยก็เป็นชื่อผมด้วยครับ” เด็กชาย พาซื่อตอบออกไปทันที
               
“เห็นทีเราจะต้องคุยกันยาวซะแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ ป้ามีงานต้องไปจัดการสักหน่อย เธอมาหาป้าได้พรุ่งนี้แต่เช้าเลยนะ มานั่งคุยกันต่อพ่อรวย เออนะเพิ่งจะมาบอกชื่อ”
                “นี่ก็เพิ่งจะบ่ายสองโมง เธอจะรีบกลับบ้านไหมล่ะ ฉันมีเพื่อนคนนึงที่เธอน่าจะได้ไปพบ เขาเป็นจักษุแพทย์ หมอตาน่ะ ไปเปิดร้านที่ในตัวจังหวัดได้สองปีแล้ว วันหยุดอย่างนี้เขามักจะกลับมาพักผ่อนที่บ้านใกล้ๆกันนี่ละ สนใจไหมล่ะ”
                “ครับๆ สนใจครับ” เด็กชายรีบตอบไป ทั้งๆที่คิดว่าแล้วผู้ใหญ่อย่างหมอคนนั้นจะสนใจกับเด็กอย่างเขาหรือ   แล้วมันเกี่ยวอะไรกับบันทึกของแม่ล่ะ 
               
“แต่ว่า…เรื่องบันทึกของแม่ผม…คุณป้า…...”
                “ไม่ต้องห่วงไปหรอก เดี๋ยวเธอจะได้บันทึกของเธอเองแล้วไง ถึงเวลานั้น ค่อยเอาบันทึกของแม่เธอไป”
                “อ้อ ป้านะชื่อพอใจ  เรียกป้าเฉยๆก็แล้วกัน รอประเดี๋ยวนะ ป้าจะโทรไปบอกหมอก่อนว่า จะส่งเธอไป” แล้วคุณป้าก็หายเข้าบ้านไป คงจะไปโทรศัพท์
                “อืมม การมีเพื่อนนี่ที่สำคัญเหมือนกันนะ” เด็กชายหยิบสมุดโน๊ตขึ้นมาแล้วจดลงไปว่า

เพื่อน

                ค่อยเติมละกันว่า คำว่าเพื่อนมีความหมายแค่ไหนและสำคัญยังงัย หวังว่าที่มาวันนี้คงจะคุ้มนะ
                หลังจากคุณป้ากลับออกมา ก็ยื่นกระดาษที่มีร่างแผนที่ทางไปบ้านคุณหมอ พร้อมทั้งอธิบายให้เสร็จสรรพ ด้วยเกรงว่าเขาจะหลงทาง แต่ก็ไม่ลืมย้ำให้เขากลับมาพรุ่งนี้ เพราะมิเช่นนั้น เขาจะต้องมาใหม่วันเสาร์หน้า เมื่อเด็กชายได้ร่ำลาคุณป้าแล้ว ก็รีบไปพอคุณหมอ เพื่อน ของคุณป้า เพราะไม่อยากจะถึงบ้านค่ำมืด

                “สวัสดีครับ” เด็กชายตะโกนเข้าไปในบ้านคุณหมอ แล้วยืนรอเงียบๆ แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัวที่ประตูบ้านเลื่อนเปิดเอง เขายืนมองอย่างตะลึง บ้านคุณหมอมีบริเวณกว้างขวาง สนามหญ้ามีต้นไม้หลากพันธ์ มีน้ำตกที่น้ำไหลลงมาจริงๆ สวยมาก ถึงบ้านจะเป็นเรือนไทยสูง แต่ก็ดูทันสมัยด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก เขาไม่เคยเห็นบ้านแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
             “โอ แม่เจ้า” เขาอดรำพึงออกมาดังๆไม่ได้
               
“มานี่เลย เจ้าหนู แดดมันร้อนเข้ามา กินน้ำกินท่าเสียหน่อยก่อน”
                “ขอบคุณครับ” เด็กชายเดินแกมวิ่งเขาไปนั่งเก้าอี้ ที่คุณหมอชี้ แล้วจิบน้ำเย็นเสียนิดนึง เพื่อเอาใจคุณหมอ ในเวลาเดียวกันก็แอบลอบมองสำรวจไปด้วย อืมม คุณหมอต้องเป็นคนจีนแน่ๆ  มีพุงนิดๆ หน้าตาท่าทางใจดี 
               
“ว่าไงล่ะเรา ชื่ออะไรนะ”
                “ชื่อ รวย ครับ สำรวย คือชื่อเต็ม แต่ใครๆเรียกผมว่า รวย”
                “ชื่อดีนี่ อยากรวยไหมล่ะ”
                “อยากสิครับคุณหมอ” ใครนะจะไม่อยากรวย ถ้าเรารู้ซะตอนนี้ ตอนโตคงจะรวยเร็วกว่าคนอื่น ฮิฮิ   อ่า คุณป้าบอกให้ตั้งคำถามให้ดี เอางัยดีหว่า
               
“คุณหมอรวย จากค่าการเก็บค่ารักษาคนไข้หรือครับ คุณหมอคงต้องทำงานหนัก ใช่ไหมครับ”
                “ไม่ใช่สิ การทำงานหนักเป็นสิ่งที่ดี แต่การทำงานอย่างฉลาดดีกว่าแน่นอน คนเราไม่รู้ตัวหรอกว่า อยู่ในโลกที่เบลอกันทั้งนั้น ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ ที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตนะ ล้วนเริ่มต้นมาจากการมองการณ์ไกลทั้งสิ้น ลองไปค้นคว้าดูนะ อันนี้ คนพวกนี้เขามองตัวเองว่าอยู่ตรงไหน ต้องการอะไร เมื่อรู้แน่ชัดแล้ว จึงพุ่งเป้าไปยังจุดนั้น โดยไม่ว่อกแว่ก ลังเล หรือย่อท้อ หมอแค่รู้วิธีเป็นหมอที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำอย่างไรอยากรู้ไหม มา เอาสมุดโน๊ตของเธอมานี่ จะวาดอะไรให้ดู”

           

            

                “หมอเชื่อว่า ใครที่สวมแว่นตาอันนี้ของหมอแล้ว จะเห็นโลกชัดเจนขึ้น จำแต่ภาษาไทยก็พอ สำหรับตอนนี้”
                “สำหรับหมอ เมื่อใส่แว่นนั้นแล้วก็เริ่มวางแผนชีวิตและแผนทางการเงินเสียใหม่ หมอทำงานก็จริงแต่ขณะเดียวกันก็นำเวลา สติปัญญา และเงินไปลงทุนในสิ่งที่ให้ผลตอบแทนให้หมอเลี้ยงตัวเองอยู่ได้ อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ช่วยคนรอบข้างไปด้วย เข้าใจไหมที่พูดมานี้” พูดเสร็จ คุณหมอก็หันไปคว้ากระดาษ ดินสอ มาเขียนอะไรลงไป ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นเตรียมที่จะบรรยายต่อ
                “พอจะเห็นภาพครับ แต่ผมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเป็นอย่างไร ผมยังเป็นเด็กอยู่เลยครับ”
                “อยากฟังต่อไหมละ”
                “ครับ” เด็กชายรวยเริ่มติดลมบน ชักจะไม่อยากกลับบ้านแล้ว ได้อะไรยอะแยะเลยวันนี้ เขาคิดในใจ

“ตอนนี้ตั้งใจฟังให้ดีนะ คนเราจะรวยได้ ไม่ใช่จากสิ่งที่ตัวเองมีเท่านั้น แต่รวยได้เพราะเวลา หรือ Time ความสามารถ หรือ Talent ความสนใจ หรือ Interest และสิ่งที่คนรอบๆตัวเรามี หรือ Resource of Those around you มันขึ้นอยู่ที่การสื่อสารกับคนอื่น การสื่อสารนั้นมีหลายระดับ ฟังเป็นความรู้ไว้ อีกหน่อยคงจะได้เรียนในโรงเรียนเองแหละ หมอแทรกภาษาอังกฤษเข้าไปด้วย สะกดเป็นไหมล่ะ”

                “ผมจดตามที่คุณหมอเขียนให้ดูแล้วครับ”
                “อืมม เก่งนะ อ่านหนังสือกลับหัวได้ ไม่เบานะเรานี่ ฮะ ฮ่าฮ่า” คุณหมอชมแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

                “การสื่อสารมีด้วยกัน 4 ระดับนะ หนึ่งคือ การ แลกเปลี่ยน หรือ Exchange สองคือการเชื่อมโยงกันและกัน สามารถสื่อถึงกันได้อย่างเข้าอกเข้าใจ เรียกว่าเป็นนักสื่อสารที่ดี หรือ สร้าง Connectได้  สามคือการจูงใจ หรือ Motivate คนที่จะนำใครได้ต้องมีคุณสมบัตินี้ เมื่อจูงใจคนได้ จึงจะสามารถเชื่อมโยงกันได้และยังสร้างมสดุลย์ทางความคิดได้อีกด้วย อันที่สี่ อันสุดท้ายนี่ละสำคัญ คือ การจุดประกาย หรือ Inspire ไม่ใช่จะทำง่ายๆ ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์เชียวละ ต้องเป็นยอดคนนะ แบบนี้เพราะจะนำผู้นำได้ จดทันไหมละ เห็นยิกยิกเชียว”
                “ใครที่จะนำคนที่เป็นผู้นำคนอื่นได้ ต้องมาสามารถจุดประกายได้ เข้าใจไหม ดังนั้น หมอจึงเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำของผู้นำอีกทีนึงไงละ”
                “งั้น นั่นคือ Vision ของหมอหรือครับ” เอ๊ะนี่ผมพูดภาษาอังกฤษกับหมอแล้วหรือเนี่ย ฮิฮิ อืมม จดๆๆ

คุยกับใคร ใช้ภาษาของเขา

ต้องมี Vision ของตัวเอง

                วันนี้เขาได้การบ้าน ที่จะต้องกลับไปคิดเยอะมาก จนป่านนี้ เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่า คุณหมอทำอย่างไร ถึงได้รวย แต่ก็ได้อย่างอื่นมา รวมทั้งภาษาอังกฤษด้วย เขาอ่ะ บ่ยั่นอยู่แล๊น เขาอ่านทบทวนคำย่อที่จดไว้ อืมๆ

แว่นวิเศษ

Vision มองการณ์ไกล
Clarity
ให้ชัดเจน
Focus  เน้นจุดสำคัญ

การสื่อสารมี 4 ระดับ
1.
       Exchange แลกเปลี่ยน
2.
       Connect เชื่อมถึงกันได้ =>
นักสื่อสารที่ดี
3.
       Motivate จูงใจ =>
ผู้นำ
4.
       Inspire จุดประกาย => ผู้นำของผู้นำ

  เด็กชายรวย เหลือบมองดูนาฬิกาบ้านคุณหมอ คุยไม่นานปาเข้าไปสามโมงครึ่งแล้วหรือนี่ คงต้องรีบกลับบ้านแล้วละ
         “ขอบคุณคุณหมอมากครับ ผมได้ความรู้มากมาย แต่ถึงเวลาต้องกลับบ้านแล้วครับ เดี๋ยวพ่อผมจะเป็นห่วงครับ”
         “หมอก็ว่าอย่างนั้นแหละ มายังไง แล้วจะกลับยังไงละ”
         “ผมอาศัยรถคนที่หมู่บ้านมาลงที่ถนนใหญ่แล้ว ต่อรถ บขส มาครับ”
         “งั้นรอเดี๋ยวหมอมีนัดในเมือง เราติดรถไปลงที่ท่ารถก็แล้วกัน แวะรับเพื่อนหน่อยก็ไปได้แล้ว อ้อ เวลามาบ้านหมอละก็นะ กริ่งน่ะเขามีไว้ให้กด ไม่ต้องตะโกนหรอกนะ”

  อ้าว เด็กชายทำหน้าจ๋อยไปนิดนึง แต่ก็ยิ้มขึ้นมาได้ที่เห็นหมอ เลี้ยวรถไปที่บ้านคุณป้าพอใจ

  ระหว่างทางไปท่ารถ เด็กชายรวยเห็นคุณหมอคุยกับเพื่อน ซึ่งก็คือคุณป้าพอใจน่ะแหละ ก็เลยนั่งนิ่งๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย  ก่อนจากไปขึ้นรถ ก็ขออนุญาติทั้งสองท่านกลับมาอีกในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทั้งสองท่านก็พยักหน้ายิ้มตอบอย่างใจดี

  

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net