วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การปฏิบัติกรรมฐานตามแนวอาจารย์ โคเอ็นกา


เชื่อว่าผู้ปฏิบัติกรรมฐานคงเคยได้ยินชื่อของอาจารย์โคเอ็นกามาบ้างแล้ว บทความนี้ขอเสนอถึงประวัติของท่าน แนวทางการสอน และสำนักปฏิบัติตามแนวทางท่านที่มีอยู่ในประเทศไทย

อาจารย์ สัตยา นารยัน โคเอ็นกา เป็นผู้สอนการปฏิบัติกรรมฐานที่มีชื่อเสียง  ได้ก่อตั้งศูนย์ปฏิบัติกรรมฐานอันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่อิคัตบุรี ใกล้นครบอมเบย์  การสอนของท่านเป็นที่นิยมในปัจจุบันมาก จนมีสาขากว่า ๗0 แห่งทั่วโลก

            

ประวัติความเป็นมา

            

ประวัติของท่านคือ ท่านเป็นชาวอินเดียที่เกิดในพม่า เดิมเป็นนักธุรกิจ มีโรคประจำตัวคือไมเกรน ท่านได้พยายามหาทางรักษาแต่ไม่หาย สุดท้ายมีผู้แนะนำให้ลองปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ท่านจึงได้ไปศึกษากับอาจารย์ อูบาขิ่น ซึ่งเป็นอาจารย์สอนกรรมฐานที่มีชื่อเสียงของพม่าในขณะนั้น

            

หลังฝึกกรรมฐาน ๑0 วัน อาการปวดหัวหายหมดไป อีกทั้งสภาวะจิต และพฤติกรรมก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น ด้วยความเลื่อมใส ท่านจึงเปลี่ยนจากการนับถือศาสนาฮินดู มาเป็นศาสนาพุทธ และฝึกวิปัสสนาอย่างจริงจังนับสิบปี จนอาจารย์อูบาขิ่นเห็นว่ามีภูมิรู้ภูมิธรรมที่จะสอนได้ จึงอนุญาตให้สอนกรรมฐาน

            

ต่อมาทั้งอาจารย์โคเอ็นกา และอาจารย์อูบาขิ่นเห็นว่าพุทธศาสนาเกิดที่อินเดีย ขณะนี้มีชาวอินเดียที่เรียนรู้จนสามารถถ่ายทอดได้แล้ว น่าจะได้นำสิ่งที่เรียนรู้ไปเผยแพร่ในอินเดียอันเป็นแดนพุทธภูมิ ดังนั้น อาจารย์โคเอ็นกา จึงเลิกอาชีพทางโลก สอนการฝึกกรรมฐานเพียงอย่างเดียว

            

หลักสูตรการสอนตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกา

            

การอบรมตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกาคือผู้ปฏิบัติต้องปฏิบัติเต็มอย่างน้อย ๑0 วัน โดยมีวิธีฝึกโดยสังเขปได้ดังนี้

             

สามวันแรก  เจริญอานาปนสติ โดยฝึกสมาธิเป็นหลัก ( สมถะกรรมฐาน) เริ่มจาก ฝึกพิจารณาลมหายใจ เข้า ออก ให้ระลึกรู้ลมหายใจเข้า ออก กำหนดสติรู้บริเวณทางเข้าออกของลมที่ปลาย หรือในช่องจมูก วันต่อๆมากำหนดจุดรับรู้ให้แคบลง เหลือจุดที่ลมกระทบเพียงจุดเดียว ( ช่องใต้จมูก หรือริมฝีปากบน )  เมื่อจุดพิจารณาแคบเข้า จิตก็จะแหลมคมขึ้น สติและสมาธิก็จะแหลมคมขึ้นตามไปด้วย

           

วันที่ ๔ เป็นต้นไป เลิกฝึกสมถะกรรมฐาน  เพราะถือว่าได้ปูฐานสมาธิไว้ระดับหนึ่งแล้ว แต่หันไปทำวิปัสสนาแทน โดยพิจารณาความเป็นจริงในส่วนต่างๆของร่างกายตลอดทั่วร่างอย่างเป็นระบบ โดยเลื่อนจากศีรษะ ค่อยๆเลื่อนไปถึงปลายเท้า โดยพิจารณาพื้นที่แต่ละครั้งประมาณ ๒ – ๓ ตารางนิ้ว ไปตามลำดับ ไม่กระโดดไปมาตามอำนาจกิเลส

          

ต่อมาพิจารณาความรู้สึกบนพื้นผิวของร่างกาย เพราะตามผิวของเราในขณะปฏิบัติมักเกิดความรู้สึกตลอดเวลา เช่น คัน ขนลุก ขนชัน ตัวอุ่น ตัวเย็น ตัวหนัก ตัวเบา จักจี้ เป็นเหน็บ ปวดเมื่อย เป็นต้น

          

ต่อมาพิจารณาความรู้สึกเข้าไปในร่างกาย เช่น รู้สึกถึงความสั่นสะเทือนอันละเอียดอ่อน อันเกิดจากการเกิด ดับ ของธาตุ ๔ ( ดิน น้ำ ลม ไฟ ) ซึ่งทำปฏิชีวสัมพันธ์กัน ก่อให้เกิดพลังงานไหลหล่อเลี้ยงร่างกายอยู่ตลอดเวลา

          

ผลการปฏิบัติ

          

การปฏิบัติตามแนวของอาจารย์โคเอ็นกานี้ ผลที่เห็นได้ชัดอันดับแรกคือ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของจิต โดยพฤติกรรมเก่าๆของจิตคือ จิตจะปรุงแต่งความรู้สึกที่ชอบที่เข้ามากระทบให้เป็นอารมณ์ยินดี ปรุงแต่งสิ่งที่ไม่ชอบ ให้เป็นอารมณ์ไม่ยินดี ก็คือเกิดการสร้างกิเลสใหม่ให้ไหลไปสมทบกับกิเลสเก่าที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน ( อนุสัยกิเลส ) ทำให้มีกำลังแก่กล้าขึ้น

          

ผู้ปฏิบัติที่มีสติและเฝ้าพิจารณาความรู้สึกที่ปรากฏทางกายอย่างต่อเนื่อง จะพบทั้งความรู้สึกที่ชอบ ( เบาสบาย ปิติ ความสั่นสะเทือนอันละเอียดที่เลื่อนไหลเป็นสายตลอดร่าง ) และความรู้สึกที่ไม่ชอบ ( คัน ปวด เมื่อย ตื้อทึบ ตึงในบางส่วนของร่างกาย ) เมื่อพบความรู้สึกเช่นนี้ จิตก็มักปรุงแต่งไปตามพฤติกรรมเดิมของจิต คือยินดีในสิ่งที่ชอบ ไม่ยินดีในสิ่งที่ไม่ชอบ ซึ่งเป็นทางสร้างกิเลส ตัณหา และอุปาทานแก่จิต

         

อาจารย์โคเอ็นกาท่านเน้นการไม่ปรุงแต่งต่อทุกอารมณ์  ให้วางใจเป็นอุเบกขา ให้มีความเข้าใจในปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นว่าล้วนเหมือนกันคือ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่ควรเข้าไปยึดมั่น เมื่อไม่ปรุงแต่งต่อ กิเลสใหม่ก็จะไม่เกิด ขณะเดียวกัน กิเลสเก่าที่ผุดขึ้นมาเพื่อรับการปรุงแต่ง เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองก็จะอ่อนกำลังลง และสลายตัวไปในที่สุด เมื่อเป็นดังนี้ จิตก็จะค่อยๆสะอาด บริสุทธิ์ขึ้น จนสามารถขจัดกิเลสให้หลุดล่อน เบาบางลง หรือจนถึงกระทั่งหมดไป

         

.........................................................................

ที่มา  :  รองศาสตราจารย์ดร.สุจิตรา อ่อนค้อม  การฝึกสมาธิ  สำนักพิมพ์ดับเบิ้ลนายน์  ๒๑/๑0 ม. ๘ ซ. วัดตะโน ( จรัลสนิทวงศ์ ๑๓ ) บางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพ , พิมพ์ครั้งที่ ๘ พ.ศ. ๒๕๔๗ 

หมายเหตุ  : ศูนย์วิปัสสนาตามตามแนวทางอาจารย์โคเอ็นกาในประเทศไทย

ศูนย์วิปัสสนาตามตามแนวทางอาจารย์โคเอ็นกาในประเทศไทย อยู่ในความดูแลของสำนักงานมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในสังฆราชูปถัมภ์ มีสำนักงานในจังหวัดต่างๆดังนี้

          

กรุงเทพ ศูนย์วิปัสสนาธรรมธานี แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพ  ๑0๕๑0 โทรศัพท์ 0๒ – ๙๙๓ – ๒๗๑๑ , 0๒ – ๙๙๓ – ๒๗00

 

กาญจนบุรี ศูนย์วิปัสสนาธรรมกาญจนา ๒0๑๖ ม.๒  บ้านวังขยาย ต.ตรังเผล อ.สังขระบุรี จ.กาญจนบุรี ๗๑๒๔0 โทรศัพท์ 0๓๔ – ๕๓๑ – ๒0๙ , 0๘๑ – ๕0๖ – 0๓๘๙

 

ขอนแก่น ศูนย์วิปัสสนาธรรมสุวรรณา ๑๑๒ ม. ๑ ต.บ้านกง อ.หนองปรือ จ.ขอนแก่น ๔0๒๔0 โทรศัพท์ 0๘๖ – ๗๑๓ – ๕๖๑๗

 

พิษณุโลก ศูนย์วิปัสสนาธรรมอาภา กม.ที่ ๔๙ + ๔00 ทางหลวงหมายเลข ๑๒ ( พิษณุโลกหลุมสัก ) ๑๓๘ แยกเข้าบ้านห้วยพลู ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ๖๕๒๒0 โทรศัพท์ 0๕๕ – ๒๖๘ – 0๔๙ , 0๘๑ – ๖0๕ – ๕๕๗๖

 

ปราจีนบุรี ศูนย์วิปัสสนาธรรมกมลา กม. ๑๖๖ + ๙00 ทางหลวงหมายเลข ๓๓ ( สุวรรณนคร ) ๒00 บ้านเนินผาสุก ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ๒๕000 โทรศัพท์ 0๓๗ – ๔0๓ -๕๑๖

 

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net