วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตะกรุดโทนหลวงพ่อทอง


** ตะกรุดโทนหลวงพ่อทอง

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัยท่านนักปราชญ์ผู้มีความรู้  ในเรื่องเครื่องรางของขลังทุกท่าน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ชำนาญความรู้ในเรื่องตะกรุดโทน  ผู้เขียนมิได้มีเจตนาในการอวดอ้างความรู้ในเรื่องนี้แต่อย่างใด  เพียงแต่ได้ยินได้ฟังจากเถราจารย์หลายท่าน  และประกอบกับประสบการณ์ที่ได้พบมา  จึงขออนุญาตเขียนเพื่อเล่าเรื่องราวตามที่ได้เรียนมาเท่านั้น 

นบรรดาเครื่องรางของขลัง  ที่เกจิอาจารย์ทั่วทุกสารทิศยอมรับว่าทำได้ยากมากชนิดหนึ่ง คือ ตะกรุดโทน  ที่ผู้เขียนบอกว่าทำได้ยากนั้น  เพราะถ้าจะทำให้ตะกรุดมีความเข้มขลังเอกอุแล้ว  ต้องใช้ความพยายามในการทำมาก  ขอยกความพยายามที่ว่ายากในการทำตะกรุดโทน  พอเป็นการเรียกน้ำย่อยสักเล็กน้อย เช่น 

ารลงอักขระเลขยันต์นั้น  ผู้ลงอักขระขอมต้องใช้สมาธิอย่างสูง  ขณะเขียนอักษรขอมแต่ละตัว  ต้องภาวนากำกับอักษรและภาวนาพุทธคุณของอักษรขอมตัวนั้น  จะเขียนเส้นแต่ละเส้นก็ต้องภาวนากำกับเช่นเดียวกัน  และแผ่นโลหะที่นำมาทำตะกรุดนั้น  ก็มีความยากง่ายในการเขียนไม่เหมือนกัน  ถ้าเป็นประเภทตะกั่วหรือเงินจะมีความนิ่มและยืดหยุ่นสูงจึงเขียนง่าย  แต่ถ้าหนักมือเกินไปทำให้เสียรูปทรง  ถ้าเป็นประเภทโลหะแข็งเช่น นาก ทองแดง ทองเหลือง  จำพวกนี้มีความแข็งความยืดหยุ่นน้อย  แต่มีความลื่นบนผิวมาก  จึงต้องใช้ความพยายามในการเขียนสูง  และที่ขาดไม่ได้เลยคือโลหะที่ใช้เขียนหรือเหล็กจาร  การทำเหล็กจารของเกจิอาจารย์แต่ละท่านมีความแตกต่างกันไป  แต่พูดรวมๆว่าเห็กจารมีลักษณะเหมือนดินสอที่ช่างไม้ใช้ขีดเส้นในงานช่างไม้  แต่ต่างกันที่ใช้โลหะแทนไส้ดินสอ(แท่งกราไฟท์)  ไม้ที่ใช้ทำด้ามก็แตกต่างจากเล่มดินสอ  เพราะต้องใช้ไม้มงคลหรือกาฝากที่หายากมาทำด้าม  นี่คือความยากอย่างแรก

ต่อมา  เมื่อลงอักขระบนแผ่นโลหะแล้ว  นำมาม้วนให้มีลักษณะเป็นหลอดกลมๆ  แล้วจึงอธิษฐานจิตปลุกเสกซึ่งก็แตกต่างกันออกไป  ผู้เขียนขอยกตัวอย่างวิธีอธิษฐานจิตของหลวงพ่อทอง  ซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อท่านได้เล่าให้ฟังว่า  หลวงพ่อท่านต้องดำน้ำลงไปอธิษฐานจิตใต้น้ำบริเวณท่าน้ำวัดดอนสะท้อน  ซึ่งรู้กันว่าเป็นแหล่งจระเข้ชุกชุม  ผู้เขียนเข้าใจว่าเจตนาของหลวงพ่อคือ  ไม่อยากให้ใครไปรบกวนสมาธิ  เพราะท่านต้องใช้เวลาในการอธิษฐานจิตเป็นชั่วโมงๆ  ท่านจึงเลือกสถานที่เช่นนี้

มื่ออธิษฐานจิตเสร็จสิ้น  หลวงพ่อจะลองว่าใช้ได้มีความเข้าขลังจริงหรือไม่  โดยหลวงขึ้นมาจากน้ำแล้วโยนตะกรุดลงไปในน้ำอีกครั้ง  ตะกรุดดอกไหนลอยและพุ่งทวนกระแสน้ำแสดงว่าใช้ได้  ดอกไหนจมน้ำใช้ไม่ได้ให้ทิ้งไปเลยหลวงพ่อท่านบอกอย่างนั้น  ถ้าได้ตามที่ต้องการแล้ว  ก็นำตะกรุดมาถักให้แน่นขึ้นอีก  ขณะถักก็ต้องภาวนากำกับด้วย

ย่างตะกรุดโทนดอกนี้เห็นจะมีไม่มาก  หลวงพ่อท่านทำให้กับลูกศิษย์คนหนึ่ง  ซึ่งต้องไปรับราชการทหารสู้รบกับข้าศึกสมัยสงครามอินโดจีน  โดยปกติหลวงพ่อจะไม่ทำให้ใคร  ถ้าผู้นั้นไม่ใช่ผู้รับใช้ชาติอย่างทหารหรือตำรวจ  ปัจจุบันตะกรุดดอกนี้ถูกเก็บไว้เป็นอย่างดี  เจ้าของหวงมากเพราะเป็นสิ่งที่หาได้ยากและมีคุณค่าทางจิตใจสูง

ผู้เขียนได้รับความอนุเคราะห์จากลูกศิษย์หลวงพ่อท่านนี้  เพราะรู้จักมักคุ้นกันดีและยินดีอย่างยิ่ง  เมื่อรู้ว่าผู้เขียนจะนำมาลงเพื่อเผยแพร่พุทธคุณของหลวงพ่อให้เป็นที่รู้จัก  จึงขออนุโมทนามา ณ ที่นี้ด้วย

 

โดย ศิษย์หลวงพ่อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net