วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ธรรมะอยู่รอบตัวเรา


คิดเป็นก็เห็นธรรม
มีพี่คนหนึ่งเดินมาถามผมว่า ทำไมเดี๋ยวนึ้ผอมลง ผมตอบสั้นๆ ว่า กินน้อย แต่ในใจอยากจะถามว่าทำไมพี่อ้วนขึ้น ผมคงที่น้ำหนัก ผมไว้ที่ 65 ก.ก. มา 9 เดือนแล้ว จากเดิม 75 .. ประมาณปี 49 จากความสูง 175 มีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้เกิด โยนิโสมนสิการ หรือซาโตริ หรือความคิดกระจ่างเหมือนเงาจันทร์ในบ่อน้ำ เหมือนที่โค่วจงกล่าวในมังกรคู่นิยายของหวงอี้   คือ 1)ต้องการปลดหนี้ 2)เคยเสียดายอาหารและยัดเข้าไปจนจุกหายใจไม่ออก 3)ฟ้นกรามซีกซ้ายร้าวเนื่องจากการกัดกระดูกอย่างแรง ทั้ง 3 ประการนี้ทำให้นึกถึงว่ามนุษย์ เรานั้น สิ่งที่จำเป็นสำหรับร่างกายความเป็นอยู่มีเพียงแค่ปัจจัย 4 เท่านั้นเอง เมื่อคิดได้ทำให้เกิดความเคารพต่อทุกสิ่งที่ที่ได้ไปสัมผัสแตะต้องไม่ว่าจะเป็นข้าวของ สิ่งมีชีวิตรอบตัวที่ได้เดินผ่าน แม้แต่ต้นข้าว คุณเคยทำความเคารพต้นข้าวไหม? มันช่างยิ่งใหญ่ที่เห็นพืชที่ให้ประโยชน์แก่มนุษย์ในการดำรงชีวิตกำลังน้อมรวงของเขาจนเกือบถึงพื้นดินเพื่อแสดงความเคารพต่อผู้ให้กำเนิดเขาคือพระแม่ธรณี ผมจึงทำอย่างเดียวกับเขาคือโค้งคำนับที่เขาเติบโตขึนมาเพื่อต่อชีวิตให้ผม และประชากรอีก 6000 กว่าล้านคน และทำให้เกิดความตั้งใจที่จะทานเขาให้แค่พอเพียงต่อพลังงานที่จะไปใช้แต่ละวันเท่านั้นซึ่งทุกวันนี้ก็ทานแค่ 2 มื้อ เน้นผักมากกว่าเนื้อ วันไหนทานเนื้อมากอีกวันจะกินแต่ผัก ชีวิตอยู่ได้ครับ การเจ็บป่วยน้อยลงมากไม่ค่อยเป็นหวัด ส่วนฟันที่ร้าวก็ยังไม่อยากไปรักษาเพราะจะเก็บไว้เตือนตัวว่าเวลากินต้องระวังเจริญสติระหว่างกินข้าวได้ ไม่ต้องนั่งสมาธิหลับตาก็เจริญสติได้ เพราะถ้าเคี้ยวแรงจะเจ็บ(ซึ่งเป็นเครื่องเตือนว่า ยมฑูตเค้ากำลังมาเตือนเราอยู่น๊ะ) แต่คงจะไม่ถึงกับเอารองเท้าสกีมาต่อยฟันเหมือน ทอม แฮงค์ ในเรื่อง Cast Away   ผมประทับใจฉากตอนใกล้จบที่ แครี่(เฮเรน ฮันท์) ตัดสินใจจะหนีจากครอบครัวจากสามีที่เป็นทันตแพทย์ จากลูกสาวของเธอ เพื่อไปอยู่กับ โนแลน(ทอม แฮงค์) โดยเธอกระโดดขึ้นรถมานั่งข้างคนขับแล้ว โนแลนก็พร้อมจะขับรถออกไป แต่เขาหันมาบอกกับเธอว่า “แครี่ คุณต้องกลับบ้าน” ถามว่าในหัวใจของโนแลนเขารักแครี่ไหม? ผมเชื่อว่าสุดหัวใจ แต่เขาเลือกที่จะปล่อยเธอกลับไป คุณเคยได้ยินไหมครับคำว่า “แค่ปล่อยก็ลอยตัว” ได้ยินคำว่า ลอยๆ แล้วนึกถึง ลอยค่าเงินบาท ยังอดเสียวๆ สันหลัง ไม่หาย กลับมาเรื่องคำว่า “แค่ปล่อยก็ลอยตัว” ประโยคนี้ผมได้ยินบ่อยๆ จากอาจารย์ ว. ซึ่งก็นับถือเป็นอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งนับถือกันผ่านทางงานเขียน นอกเหนือจาก อาจารย์ พุทธทาส อาจารย์ ปอ. ประยุทธ์ พระไพศาล และท่านจันทร์(รักเหมือนกันหลังจากได้พบเจอกันตอนไปพันธมิตรบ่อยๆ แต่กลอนได้กินใจ)  ผมเข้าใจว่าคำว่าปล่อย ท่านล้อมาจากคำว่า ไม่ยึดติดถือมั่น คนเราจะปล่อยอะไรต้องมาจาก 2 เหตุผลคือ

1.   เราเหลือที่จะใช้ประโยชน์จากมันแล้วหรือมีพอแล้ว  อันนี้เห็นชัด เช่น เงินทองเหลือเก็บก็ทำบุญ แจกจ่ายเจือจาง เสื้อผ้าที่ไม่ใช้ไม่ใส่แล้วก็บริจาคต่อไป ของกินเหลือก็เลี้ยงหมูหมากาไก่ข้างถนน เป็นต้น ต่างจากทิ้งน๊ะครับเพราะไม่มีประโยชน์สำหรับเราจึงทิ้ง ฟังดูแง่ลบไปหน่อย

2.   เราเข้าใจว่าตัวเราไม่ใช่เจ้าของสิ่งนั้นๆ อันนี้สำคัญมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเรา “เป็น” หรือ “ไม่เป็น” เจ้าของสิ่งนั้นๆ เริ่มได้ง่ายมากดูที่ตัวเราก็ได้ ถ้าผมบอกว่าเราไม่ใช่เจ้าของตัวเราเองคุณจะเชื่อไหม? เราเกิดมาจากสมมุติ ตัวอย่าง เมื่อเราลืมตาดูโลกมา พ่อแม่ก็ สมมุติให้เราว่าเราชื่อ นาย ก. ชื่อเล่น มาร์ค (อันนี้ไม่ได้เชียร์ ครับ ไม่ได้เชียร์ ว่า นาย ก. ชื่อเล่น มาร์ค) พอโตขึ้นอยู่มัธยมเพื่อนๆ จะไม่เรียกชื่อเราแต่จะเรียกชื่อพ่อเราแทนตัวเราเสียนี่ แล้วเราก็ดันหันทุกที(ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กผู้ชาย) พอวัยทำงานคนรอบข้างก็จะไม่เรียกชื่อเราอีก แต่จะเอาตำแหน่งมาเรียกชื่อแทน เช่น คุณตำรวจ จ่า หมวด ท่านนายพล  คุณหมอ  คุณครู อาจารย์  หัวหน้า นาย  เอง  อั๊ว  ลื้อ  คุณเลขา  นายช่าง  ไอ้#$%^&  อี*&^#@  ไอ้หมัก  ไอ้แม้ว  โนบิตะ  ฆาตกร  เป็ดเหลิม  ชัยโมเช่   ยี้ห้อย120  มากมายแล้วแต่จะเรียก ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างของสมมติสัจจะ  เมื่อมันเป็นสมมติมันก็จะต้องเข้ากฎ 5 กฎของโลก

1.  อตุนิยาม

2.  พีชนิยาม  การเจริญเติบโต การสืบพันธ์ ของสิ่งมีชีวิต

3.  จิตนิยาม

4.  กรรมนิยาม

5.       ธรรมนิยาม ซึ่งกฎธรรมชาติ หรือกฎแห่งธรรมะ เป็นกฎข้อที่ 5 คือ ต้องเกิดขึ้น ตั้งอยู่ซักระยะ แล้วจะเสื่อมสลายไป เป็นกฎการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใครสามารถแก้ไข หรือหลีกหนีได้ อยู่ในส่วนที่เรียกว่า ปรมัตถสัจจะ เมื่อเรารู้ความจริงข้อนี้เราจะยับยั้งได้อย่างไร เราจะหนีไปไหน พระอาทิตย์ก็ยังต้องขึ้นที่ทิศตะวันออก และตกที่ทิศตะวันตก สิ่งเหล่านี้ถ้าเรายังเป็นคนอยู่ ยังดำรงชีวิตแล้วบอกว่าเราเกิดเป็นคน เรายังไม่รู้หรอกครับ แต่เมื่อใดเราได้ขบคิดมันอย่างแยบคายที่เรียกว่า “โยนิโสมนสิการ หรือซาโตริ หรือคิดได้” เมื่อนั้นเราจะเปลี่ยนจากคนไปเป็น มนุษย์ หรือ มโน(ใจ)+อุษย์(สูง) คือ ผู้มีใจสูง  เมื่อนั้นการปล่อย ของคุณจะนำมาซึ่ง อิสรภาพที่แท้จริง 

 

เป็นมนุษย์เป็นได้เพราะใจสูง  เหมือนหนึ่งยูงมีดีที่แววขน

ถ้าใจต่ำเป็นได้แต่เพียงคน     ย่อมเสียทีที่ตนได้เกิดมา

ใจสะอาดใจสว่างใจสงบ        ใครมีครบควรเรียกมนุสสา

เพราะทำถูกพูดถูกทุกเวลา     เปรมปรีดาคืนวันทุกสันต์จริง

ใจสกปรกมืดมัวและร้อนเร่า    ใครมีเข้าควรเรียกว่าผีสิง

เพราะทำผิดพูดผิดจิตประวิง    แต่ในสิ่งนำตัวกลั้วอบาย

คิดดูเถิดถ้าใครไม่อยากตก     จงรีบยกใจตนรีบขวนขวาย

ให้ใจสูงเสียได้ก่อนตัวตาย      ก็สมหมายที่เกิดมาอย่าเชือนเอย.

พุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม

 

 

 

 

 

อุปสรรค

หนักหนา

จงฝ่าข้าม

ด้วยนิยาม

นักสู้

ไม่รู้หนี

แม้ทุกข์ยาก

ลำบากลำบน

อดทนซี

ทุกข์ใช่มี

ไว้เพื่อท้อ

ต่อความทุกข์

     แต่มีไว้

เพื่อสู้

ให้รู้ว่า

โลกนี้หนา

แท้จริง

ใช่สิ่งสุข

ทั้งเช้าสาย

บ่ายเย็น

ล้วนเป็นทุกข์

อย่าปล่อยใจ

เจ่าจุก

ทุกข์ประจำ

     เมื่อเป็นทุกข์

ก็ให้เห็น

ว่าเป็นทุกข์ 

ความสนุก

อร่อยนิ่ม

ไม่อิ่มหนำ

หลงสนุก

หนีทุกข์จริง

ยิ่งระกำ

สนุกนำ

ทุกข์ถนัด

เต็มอัตรา

     เมื่อเป็นทุกข์

ก็ให้เห็น

ว่าเป็นทุกข์

เพราะความสุข

แท้จริง

ใช่วิ่งหา

แต่คือเรียน

ทุกข์ในโรค

เป็นตำรา

เพื่อค้นคว้า

ความพ้นทุกข์

จนสุขจริง

     ความทุกข์กาย

เกิดอยู่

ทุกผู้ป่วย

ก่อนมอดม้วย

กลายเป็นศพ

สงบนิ่ง

ป่วยทางกาย

จงรักษา

อย่าประวิง

ทุกชายหญิง

ย่อมไม่สร่าง

ทุกข์ทางกาย

     ความทุกข์จิต

เกิดอยู่

ทุกหมู่เหล่า

คือจิตเศร้า

เหงาเหลือ

จิตเบื่อหน่าย

เหมือนอยู่กิน

ในโลกันต์

อันตราย

เร่งขวนขวาย

ออกจากโลก

โศกอารมณ์

     มาอ่อนน้อม

ยอมรับ

กับทุกสิ่ง

คือยอมรับ

กับความจริง

ทุกสิ่งสม

ทุกคนทุกข์

ทรมาน

มานานนม

เมื่อยอมรับ

ปรับอารมณ์

ไม่ตรมใจ

     อุปสรรค

หนักหนา

จงฝ่าข้าม

ด้วยอดทน

พยายาม

พ้นหนามไหน่

แล้วจะรู้

ว่าโลกนี้

ไม่มีอะไร

ทุกข์เท่าใด

ก็แค่เป็น

" เช่นนั้นเอง "

...พฤษภาคม ปี 2538  คราวเดินทางไปภูเก็ต...

จาก หนังสือ " เจ็บแต่ก็โอเค "  ท่านจันทร์

 

Biggo2004   10/12/51

 

โดย biggo2004

 

กลับไปที่ www.oknation.net