วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

๔ ขั้นบันไดดับทุกข์ บทความของคุณณัฐรดา


บ้านพระธรรม ขอแนะนำบทความของคุณณัฐรดา

 

เรื่อง ๔ ขั้นบันไดดับทุกข์

 

และยังมีบทความอื่นๆ เกี่ยวกับพุทธธรรม ที่ทรงคุณค่า อีกมากมายเจ้าค่ะ

เชิญติดตามอ่านบทความของคุณณัฐรดา ตามlink ข้างล่างนี้ได้เลยเจ้าค่ะ

 

 

ทุกศาสนาย่อมมีบทบัญญัติที่ชัดเจนในการทำความดี ละเว้นความชั่ว

สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควร แต่ศาสนาที่เป็นทั้งปรัชญาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

และวิถีทางในการดำเนินชีวิต เพื่อความสุขตามอัตภาพ ดูเหมือนจะมีแต่ศาสนาพุทธเท่านั้น 

 

หลักศาสนาพุทธไม่ได้เห็นว่าทางดับทุกข์สูงสุดคือปรินิพพาน

 เป็นทางดับทุกข์เพียงทางเดียว แต่เห็นว่าทุกข์มีหลายระดับ ทำอย่างไร

มนุษย์จึงจะอยู่เป็นสุขได้ตามระดับคุณภาพชีวิต

 

พระพุทธองค์จึงทรงแบ่งทุกข์และการดับทุกข์เป็น 4 ระดับคือ

 

ทุกข์ระดับต่ำสุด เป็นทุกข์เพราะการขาดแคลนเครื่องอุปโภค บริโภค

ทรงสอนให้ดำเนินชีวิตตามหลักปัจจุบัน คือ ขยันหาทรัพย์ รักษาทรัพย์

ดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม และคบคนดีเป็นมิตร

          ทุกข์ระดับกลาง เป็นทุกข์เพราะความเดือดร้อนทางใจ ไม่สบายใจ

ทรงสอนให้บำบัดทุกข์ระดับนี้ด้วยการทำความดี ละเว้นความชั่ว

          ทุกข์ระดับสูง เป็นทุกข์เพราะถูกกิเลสแผดเผา ทรงสอนให้บำบัดทุกข์ระดับนี้ด้วยการเจริญสมถะ เพื่อระงับจิตใจให้สงบ

          ทุกข์ในระดับสูงสุด คือทุกข์เพราะเบื่อหน่ายกับการเวียนว่ายตายเกิด

ทรงสอนให้ กำจัดทุกข์ระดับนี้ด้วยการเจริญวิปัสสนา คือการนำจิตที่เป็นกัมมัฏฐานแล้วไปพิจารณาในหลัก อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนเกิดญาณเห็นแจ้งในอริยสัจจ์ เพื่อกำจัดอวิชชา ตัณหา อุปทาน โลภ โกรธ หลง ให้หมดสิ้นไป

 

          เพื่อการดับทุกข์ในระดับสูงสุดนี้ ทรงแจงเป็นขั้นๆคือ เริ่มจากการมีความเห็นที่ถูกต้องในการดำเนินชีวิตก่อน แล้วจึงมีศีล คืองดเว้นจากการทำชั่ว

เพื่อจำกัดขอบเขตของกิเลสไม่ให้แสดงออกจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน จากนั้น

จึงมีอินทรีย์สังวร คือสำรวมกาย ใจ ไม่ให้แส่รับเครื่องบำรุงเลี้ยงกิเลส

ต้องมีการประมาณในการรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้อิ่มหนำสำราญเกินไป

ต้องพยายามตื่นอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้เกียจคร้าน

         ต่อจากนั้นจึงก้าวไปสมาธิ คือฝึกสติให้ตื่นตัวอยู่กับอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง

ฝึกจิตให้สงบนิ่ง พัฒนาจิตมีกำลังแข็งกล้าจนกระทั้งนิวรณ์สงบ ระงับจิตใจให้บริสุทธิ์แล้วจึงนำจิตนี้ไปพิจารณาอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา จนเกิดญาณเห็นแจ้ง เมื่อญาณเกิด ญาณนั้นจะกำจัดอวิชชาให้หมดสิ้นไป เมื่ออวิชชาอันเป็นหลักใหญ่ดับไปแล้ว ตัณหาอุปาทาน โลภ โกรธ หลง ก็จะดับไปด้วย

         ตามหลักการแท้จริงทางพุทธศาสนา ชาวพุทธควรดำเนินชีวิตตามหลักทั้ง 4 แต่เราท่านส่วนใหญ่มักปฏิบัติได้แค่ระดับต่ำและระดับกลางเท่านั้น อีก 2 ระดับ

ยังไม่ค่อยสนใจ หรือขาดความรู้ที่จะปฏิบัติให้เข้าถึง หรืออาจจะด้วยภาระทางโลกที่มากมายจนรบกวนเวลาในการปฏิบัติทางธรรม

             ทำให้บันไดดับทุกข์อีก 2 ระดับ ยังค่อนข้างห่างไกลชาวพุทธในยุคปัจจุบัน

 

           ร้อย และกรอง จาก “ ประทีปธรรม “ โดยศาสตราจารย์แสง จันทร์งาม

 สำนักพิมพ์สร้างสรรค์บุคส์ พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ.2544

 

บทความจากคุณณัฐรดา

ลงวันที่ 28 ตุลาคม ๒๕๕๑

 

คัดลอกมาโดย ก้อนหินยิ้ม เจ้าค่ะ 

๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑

โดย บ้านพระธรรม

 

กลับไปที่ www.oknation.net