วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“เนวิน” แค้นนี้ต้องชำระ! ต้อน “ทักษิณ-พจมาน”จนมุม


“เนวิน ชิดชอบ” ตัวแปรสำคัญตั้งรัฐบาลใหม่ ลูกก๊วนเผยแผนอำพรางตัว กันถูกซื้อตัวกลับ –รักษาความปลอดภัย ชี้เหตุ “แตกหัก” มาจากกรณี “ทักษิณ”ขวาง “สมัคร”นั่งนายกฯรอบสอง – ถูกกล่าวหา “ทรยศนาย” เป็นฟางเส้นสุดท้าย เล็งเก้าอี้ “คมนาคม” เมินข้อเสนอ “หญิงอ้อ” ด้านแกนนำประชาธิปัตย์ยอมรับ “เนวิน”สบช่อง “ฟอกตัว”ลบภาพ “ยี้”
       
       ภาพความเคลื่อนไหวของการประสานรอบทิศ จับขั้วเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ในครั้งนี้แม้ในด้านหนึ่งอาจจะเป็นเหตุการณ์ทางการเมือง ที่เคยเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม แต่ทว่าสิ่งที่น่าสนใจการเปลี่ยนขั้ว ของ5 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมกับอีกหนึ่งก๊วนหลักคือ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่ถูกประสานจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รอบนี้กลับเต็มไปด้วยสีสันและคึกคักเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากละครฉากใหญ่รอบนี้มี “ตัวละคร”หลัก ที่ล้วนแล้วแต่เก่ง กล้า สามารถ ชนิด“เขี้ยวลากดิน” ด้วยกันทั้งสิ้น
       
       ไม่ว่าจะเป็นสุเทพ มือประสานสิบทิศ ทำหน้าที่ผลักดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก้าวขึ้นเป็นนายกฯคนที่27 ให้จงได้ ด้วยการวิ่งวุ่นจับมือกับแกนนำพรรคร่วม และหาทางยื้อ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ออกมาจากมือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ อดีตภริยา ที่ต้องลงทุนบินข้ามประเทศมาจัดการให้พรรคเพื่อไทยสามารถกุมเสียงข้างมากตั้งรัฐบาลอีกครั้งในทุกหนทาง
       
       การปรากฏตัวของเนวิน เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.เพื่อแสดงจุดยืนของกลุ่มที่จะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำภาพ “แตกหัก” ไร้เยื่อใยระหว่าง “เนวิน”กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ต้องมีคำอธิบายอื่นใด และในขณะเดียวกันยังเป็นการย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของก๊วนเพื่อนเนวิน ว่าพวกเขาคือ“ตัวแปร”ของการจัดตั้งรัฐบาลอย่างแท้จริง
       
       ต่อรอง “คมนาคม”
       เมินข้อเสนอ “ทักษิณ”

       
       ตลอดระยะเวลาของการเคลื่อนไหวสลายขั้ว 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิมของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ดูเหมือนว่าแทบจะไม่มีใครได้เห็น เนวิน เปิดตัวอย่างชัดเจน มีเพียงการให้สัมภาษณ์และท่าทีที่ถูกส่งผ่านจากบรรดาส.ส.ในกลุ่มอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการตัดสินใจหนุนพรรคประชาธิปัตย์ , การใช้แผน “เก็บตัว”ส.ส.ที่โรงแรมพูล แมน แหล่งพำนักของกลุ่มเพื่อป้องกันการถูกซื้อตัวกลับพรรคเพื่อไทยของคุณหญิงพจมานและพ.ต.ท.ทักษิณ ล้วนแล้วแต่เป็นยุทธวิธีที่แยบยลและสร้างความอึดอัดให้กับฝ่ายพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ไม่น้อย
       
       จนในที่สุดพรรคเพื่อไทย ต้องหันมาใช้แผน “ซื้อใจ”พรรคร่วมด้วยการเปิดทาง ให้นายกฯมาจากตัวแทนพรรคร่วมทุกพรรคได้ ขณะเดียวกันมีการปล่อยข่าวตัวเลขเม็ดเงินหลายสิบล้านที่บิ๊กพรรคเพื่อไทยพร้อมประเคนให้กลุ่มเนวิน หากคิดเปลี่ยนใจ แต่ในที่สุดข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบรับจากเนวิน แต่กลับมีข่าวว่า สุเทพ เลขาฯปชป.พร้อมที่จะสละเก้าอี้ “รมว.คมนาคม” กระทรวงเกรดเอ ที่เต็มไปด้วยแหล่งผลประโยชน์มหาศาลเพื่อแลกกับการได้เป็นพรรครัฐบาล
       
       การเล่นเกมยื้อกลุ่มเพื่อนเนวิน กันไปมาระหว่าง “ทักษิณ”กับพรรคประชาธิปัตย์ ตลอดหลายวันที่ผ่านมานั้น สามารถแสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายล้วนแล้วแต่เห็นคนอย่างเนวิน ชิดชอบ เป็นของดี มีราคาขึ้นที่ต้องแย่งชิงเพื่อสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ให้ได้มากที่สุด โดยที่ต่างฝ่ายต่างยอมเฉือนผลประโยชน์ให้ชนิดยอมทุ่มไม่อั้น.
       
       สั่งลูกก๊วน “อำพรางตัว”
       
       แหล่งข่าวจากกลุ่มเนวิน เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่พวกเขาประกาศจุดยืนที่จะหนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้นปรากฎว่าได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ส.ส.ในกลุ่มถูกชาวบ้านในพื้นที่ต่อต้าน หรือแม้แต่กระแสข่าวลือว่าจะมีการส่งคนมา “อุ้ม”เนวิน นั้นอาจเป็นเพราะสาเหตุมาจากการที่กลุ่มเพื่อนเนวิน คือหัวหอกสำคัญในการทำงานด้านการเมืองมาโดยตลอด และเคยมกุมอำนาจ บทบาทสำคัญภายในพรรคพลังประชาชน ทำงานใกล้ชิดพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นอย่างดี
       
       และจากความโดดเด่นของกลุ่มและแกนนำอย่างเนวิน ในทางการเมือง รวมทั้งงานฝ่ายบริหารในรัฐบาลสมัคร ที่แม้เนวิน จะติดล็อคสมาชิกบ้านเลขที่ 111 แต่กลับสามารถส่งส.ส.ในก๊วนเข้าไปนั่งเก้าอี้สำคัญในครม.และในสภาผู้แทนฯ แต่ในที่สุดการอยู่ร่วมกันภายในพรรคพลังประชาชนดูจะไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากในระยะหลังพ.ต.ท.ทักษิณ มักไม่ให้ความสำคัญและ “ไม่เชื่อใจ” พวกเขาจนเป็นที่มาของการถูกริดรอนอำนาจและนำไปสู่การแตกหักกรณีขัดขวางไม่ให้สมัคร สุนทรเวช ได้กลับเข้าไปนั่งนายกฯอีกครั้ง กลับเลือกผลักดัน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ น้องเขยแทน ทั้งที่เนวิน ได้เคยเสนอข้อคิดเห็นเอาไว้แล้วว่าจะเกิดปัญหาตามมาภายหลัง แต่พ.ต.ท.ทักษิณ กลับไม่เชื่อและกล่าวหาว่าพวกเขา “แข็งข้อ”และมองว่ากำลังคิด ทรยศ
       
       “ เราได้บอกเอาไว้แล้วว่า ถ้าให้คุณสมชาย เป็นนายกฯแล้วจะเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งการกระทำของคุณยงยุทธ ที่ทำให้พรรคต้องถูกยุบ แต่คนเหล่านั้นกลับได้ประโยชน์และคุมอำนาจภายในพรรค ทั้งที่ผ่านมามีแต่พวกเราที่ต่อสู้ให้นายมาตลอด
       
       วันนี้เราก็ยังรักนาย แต่เราเห็นแล้วว่าบ้านเมืองมันไปต่อไม่ได้ ถ้าไม่ตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งออกมา”
       
       แหล่งข่าวระบุว่า ความเคลื่อนไหวของพวกเขานั้น เนวิน ได้สั่งให้ปิดเป็นความลับ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อ ถูกดึงตัวกลับจากแกนนำพรรคเพื่อไทย รวมทั้งเพื่อความปลอดภัย ดังนั้นโรงแรมพูลแมน ที่ซอยรางน้ำ จึงไม่ใช่สถานที่เพียงแห่งเดียวที่เนวิน จัดไว้ให้ส.ส.ในก๊วนใช้เป็นเซฟเฮ้าส์ อย่างแน่นอนจนกว่าจะผ่านวันโหวตเลือกนายกฯ ในสภาผู้แทนฯ เสร็จสิ้นลงไป
       
       “ก๊วนเนวิน”
       ตัวแปรชัยชนะ “พท.-ปชป.”

       
       อย่างไรก็ตามหากประเมินจากจำนวนตัวเลขส.ส.ในกลุ่มเนวิน แล้วอาจจะพบว่าน้อยกว่าพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่นๆ ที่ประชาธิปัตย์กำลังเพียรพยายามดึงให้มาสนับสนุนอภิสิทธิ์ ก็ตาม แต่เมื่อประเมินถึงคุณภาพที่มีชื่อเนวิน แล้วหลายคนอาจต้องยอมรับในความสามารรถการบริหารจัดการทางการเมืองได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในบางแง่มุมการต่อสู้ทางการเมืองที่ผ่านมาของเขา จะไม่ค่อยได้รับการยอมรับบ้างก็ตาม
       
       อิสระ สมชัย กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยอมรับว่าหากการประชุมสภาฯ เพื่อโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ ยังยืดเยื้อออกไปนานเท่าใด ย่อมไม่ส่งผลดีต่อประชาธิปัตย์ ที่เสนอตัวเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างแน่นอน เนื่องจากการเมืองยังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับพรรคที่แสดงความชัดเจนมากที่สุดคือพรรคมัชฌิมาธิปไตย เนื่องจากพบว่ามีการลงรายมือชื่อส.ส.ของพรรคครบทั้งหมด
       
       ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆยังคงถูกแกนนำพรรคเพื่อไทยยื่นข้อเสนออย่างหนัก ในกรณีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นมีการยื่นข้อเสนอให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานที่ปรึกษาพรรค รับตำแหน่งนายกฯ ซึ่งเท่ากับว่าพรรคเพื่อไทยใช้ไม้ตายดึงพรรคเพื่อแผ่นดินกลับไปจับขั้วเหมือนเดิม ส่วนกรณีกลุ่มเนวิน ที่แม้จะมีจำนวนส.ส.ไม่มาก แต่กลับเป็น “ตัวแปร”สำคัญเพราะเป็นการแสดงให้เห็นคนภายนอกเห็นว่าแยกตัวออกมาจากพรรคเพื่อไทย รวมทั้งคนใกล้ชิดเนวิน ก็ล้วนแล้วแต่ถูกคุกคามจากฝ่ายหนุนพรรคเพื่อไทย ในพื้นที่ต่างๆ อย่างหนัก
       
       “ สำหรับคุณทักษิณแล้ว หากสามารถจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่สำเร็จ เขาจะเสียหาย แต่ถ้าเอาชนะไปได้ คุณทักษิณ ก็มีหลายอย่างที่จะต้องเดินหน้าต่อ
       
       แต่เมื่อวันหนึ่งคุณเนวิน ในฐานะแกนนำหลักที่มีฝีมือในด้านการเมือง มาประกาศกลับลำไม่หนุนพรรคเพื่อไทยต่อ ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับคุณทักษิณ ก็ยิ่งมีมากขึ้น”
       
       “ ยี้” แต่ “เก่ง”
       
       กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า หากมองเฉพาะความเป็นตัวตนของเนวิน นั้นต้องยอมรับว่า หากเขาไม่แน่จริงคงไม่กล้าตั้งกลุ่มก๊วนการเมืองขึ้นภายในพรรคพลังประชาชน แผ่ขยายอิทธิพลเกินหน้าแกนนำคนอื่นๆในพรรค จนคว้าเก้าอี้สำคัญในครม.และในสภาผู้แทนฯมาให้กับส.ส.ในกลุ่ม ทั้งที่เนวิน ติดล็อค สมาชิกบ้านเลขที่ 111
       
       “ที่ผ่านมาแม้วิธีการต่างๆทางการเมืองของคุณเนวิน อาจจะไม่ได้รับยอมรับมากนักก็ตาม แต่ถ้าใครที่เคยได้ทำงานกับเขามาก่อน จะรู้ดีว่าคุณเนวิน เป็นคนทำงานเป็น บริหารจัดการคนเป็นอย่างดี”
       
       เมื่อย้อนกลับไปในช่วงที่เนวิน เคยรุ่งเรืองทางการเมืองและถูกโจมตีจากกรณีซื้อเสียงที่จ.บุรีรัมย์ จนกลายเป็นที่มากระแส “ยี้” นั้นต้องยอมรับว่าเนวิน ได้เคยมีโอกาสทำงานและสร้างความพอใจให้กับอดีตนายกฯมาแล้ว ถึง 3 คนด้วยกัน ทั้ง พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ,บรรหาร ศิลปะอาชาและ ชวน หลีกภัย ในยุค “ชวน2” จนมาถึงยุครัฐบาล “ทักษิณ” ,นายกฯสมัคร ก่อนที่จะถูกลิดรอนอำนาจจากกลุ่มทายาท ชินวัตร ในยุค “สมชาย1” ไปที่สุด
       
       “ จำได้ว่าเมื่อครั้งยุคชวน 2 คุณเนวิน ได้รับเก้าอี้รมช.เกษตรฯ แรกๆก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มีการตั้งแง่กันบ้าง
       
       แต่พรรคก็ต้องตกลงเพราะต้องการเสียงจากพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนั้น ต่อเมื่อคุณเนวิน ทำงานไปสักระยะ ก็ท่าทีพอใจออกจากคนในพรรคเอง คือต้องยอมรับเขาว่าทำงานเก่ง”
       
       จากนั้นเมื่อเนวิน ย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักไทยในระยะแรก ก็มีกระแสไม่พอใจจากหลายคนในพรรคเช่นเดิม แม้แต่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เอง แต่ในท้ายที่สุดเนวิน ก็สามารถสร้างความไว้วางใจและกลายเป็น “ขุนพล”ข้างกายพ.ต.ท.ท.ทักษิณ และทำให้แกนนำในพรรคหลายคนไม่พอใจ ซึ่งว่ากันว่าเนวิน นั้นสามารถบริหารจัดการทั้งเรื่องคนและงานได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลงานที่ติดตาประชาชนก่อนที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกปฏิวัติยึดอำนาจในปี2549 เนวิน คือคนใกล้ชิดที่วางแผนโปรโมทพ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการวางโปรแกรม “เรียลริตี้แก้จน” พาอดีตนายกฯทักษิณ เดินสายไปตามจังหวัดต่างๆนั่นเอง
       
       ฉวยจังหวะ “ฟอกตัว”
       ทิ้งซาก “ทักษิณ”

       
       ทั้งนี้ แกนนำจากพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ถึงการตัดสินใจของเนวินต่ออนาคตทางการเมือง ว่า หากเนวิน เลือกตัดสินใจจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์นั้น ในอีกด้านหนึ่ง ไม่เพียงแต่จะสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคเท่านั้น แต่ “ผลประโยชน์”ที่เนวิน และกลุ่มจะได้รับเป็นอันดับแรกน่าจะอยู่ที่ “กระแส”ตอบรับที่เป็นบวกจากสังคมที่เพิ่มมากขึ้น หากเทียบกับการเลือกหนุนนายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง “อำนาจต่อรอง”ทางการเมืองกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเนวิน เชื่อว่าสิ่งที่เขาและกลุ่มจะได้รับนั้นน่าจะมากกว่าที่เคยได้รับจากพ.ต.ท.ทักษิณ มาแล้ว
       
       “โอกาสนี้ถ้าจะบอกว่า คุณเนวิน ได้จังหวะฟอกตัวก็คงไม่ผิด เพราะตอนที่อยู่กับคุณทักษิณ แม้จะเคยเป็นคนใกล้ชิด ได้รับความสำคัญมากกว่าแกนนำคนอื่นมาก่อน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพลักษณ์ของเนวิน ถูกยี้อย่างหนัก”
       
       เท่ากับว่าการตัดสินใจของเนวิน ที่หันมาจับมือตั้งรัฐบาลกับประชาธิปัตย์นั้นทำให้ต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ที่ลงตัวด้วยกันทั้งคู่ แต่การให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและเรื่องคดีความ คดีทุจริตกล้ายาง ซึ่งเวลานี้อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามที่มีกระแสข่าวนั้นคงไม่มีความเป็นไปได้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์คงไม่สามารถก้าวล่วงอำนาจของตุลาการได้แน่นอน
       แฉส.ส.เดินสาย
       รับเงินสองทาง
       

       ในความเป็นจริงแล้วเกมการสลับขั้ว จัดตั้งรัฐบาลใหม่ของทั้งพรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ กำลังได้รับความสนใจอย่างมาก ทั้งที่การเจรจาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี รวมถึงผลประโยชน์ระหว่างแกนนำต่างพรรคแทบทั้งหมดยังไม่ได้ข้อยุติอย่างใดอย่างหนึ่งออกมาชัดเจน นั่นเป็นเพราะการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีตัวแปรสำคัญอย่างกลุ่มเพื่อนเนวิน ของเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มที่หอบหิ้วลูกน้องที่เขาอ้างว่ามีอยู่ในมือถึง 30 กว่าคนพากันทอดทิ้ง “นายใหญ่”
       
       แกนนำจากพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยว่าการจนถึงขณะนี้ต้องยอมรับว่าการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลระหว่างทุกพรรคการเมืองยังไม่มีความลงตัว ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนำก็ตาม เพราะต้องยอมรับว่าทั้งผลประโยชน์เรื่องตำแหน่งและเงินที่จะมีการทุ่มซื้อกันในรอบสุดท้าย ก่อนที่จะมีลงมติโหวตเลือกนายกฯคนใหม่ในสภาผู้แทนฯ
       
       “ ตอนนี้ถ้าจะบอกว่าฝุ่นควันมันยังตลบอยู่ก็คงไม่ผิดนัก เพราะแม้จะมีแกนนำจากพรรคร่วมรัฐบาลบางคนไปแถลงข่าวจับมือกับประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆนั้นจะไม่เดินเข้าไปรับเงินกับพรรคเพื่อไทย เวลานี้ก็ยังพูดกันว่าเป็นช่วงเดินสายรับเงินกันทั้งนั้น”
       
       ดังนั้น ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วฝันของอภิสิทธิ์ ที่จะคว้าตำแหน่งนายกฯคนที่ 27 ได้จริงหรือไม่ หรือพรรคเพื่อไทยจะต้องยอมรับกับความพ่ายแพ้ที่ไม่คาดคิดมาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่วันนี้ย่อมไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า “เนวิน ชิดชอบ” กลับมาเป็นตัวแปรสำคัญต่อเกมการเมืองครั้งนี้ อย่างโดดเด่น โดยที่แทบไม่ต้องปรากฏกายให้เอิกเกริกเสียด้วยซ้ำ...
       
       *************
       
       การเมืองฝุ่นตลบ
       เล่นเกมหักเหลี่ยม
       ชิงตั้งรัฐบาล ‘ปชป. – เพื่อไทย’

       
       ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย จนถูกถอนสิทธิการเลือกตั้ง เป็นจำนวน 109 คน รวมถึงนำไปสู่การแตกรังของส.ส.อดีตพรรคร่วมรัฐบาล และวิ่งเข้าหาพรรคใหม่สังกัดให้ได้ภายใน 60 วันตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ตัวเลขกลมๆจำนวนส.ส.ในขณะนี้อยู่ที่พรรคพลังประชาชน 232 คน ลดลงไป 14 คน คงเหลือ 218 คน
       
       พรรคชาติไทยจากเดิม 34 คน ลดลง 19 เหลือ 15 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 24 เสียง ขณะที่พรรคอื่นๆตัวเลขยังคงเดิมได้แก่ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน พรรคประชาราช 5 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 165 คน รวมทั้งสิ้น 447 คน จากเดิม 480 คน
       
       ทั้งนี้ นอกจากคดียุบพรรคจะส่งผลให้รัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นสภาพไปในที่สุด ซึ่งในช่วงสุญญากาศนี้เอง ที่เหล่าบรรดาส.ส.ไร้สังกัดจะถูกดึงเข้าพรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทยโดยหวังจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาใหม่ในขั้วพรรคร่วมเดิม ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์เองก็หวังจะพลิกขั้วทางการเมืองเมื่อโอกาสเปิดอีกครั้ง
       
       ขณะที่ ภาคธุรกิจและสังคมก็สะท้อนมุมมองไปยังภาคการเมืองในเชิงบวกถึงการเปลี่ยนขั้วในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ที่ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตชี้ว่า ประชาชนร้อยละ 57 เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
       
       การเปลี่ยนขั้วทางการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์พร้อมชู อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ร่วมกับส.ส.อดีต 4 พรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคเพื่อแผ่นดินซึ่งตัวเลขส.ส.สูงถึง 260 คน ท่ามกลางกระแสข่าวการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาทหารบก อยู่เบื้องหลัง
       
       ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ส.ส.ส่วนใหญ่มาจากพรรคพลังประชาชนเดิม ก็ยืนยันตัวเลขเบื้องต้นที่ ประมาณ 210 คนโดยเมื่อรวมกับพรรคร่วมรัฐบาลเดิมตาม“สัตยาบัน” ที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งมีการประกาศตัวเลขเบ็ดเสร็จสูงถึง 250 คน แม้ว่าจะมีปัญหาในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ตาม โดยพรรคเพื่อไทยถึงกับยอมสละเก้าอี้นายกฯให้กับ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลเดิม อาทิ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก พล.ต.สนั่นขจร ประศาสน์และพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร
       
       อย่างไรก็ตาม การเดินเกมของกลุ่มเพื่อนเนวินถูกกดดันทั้งจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเพื่อขอให้นำส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินเข้าสังกัดพรรคเพื่อไทยแต่เนวินก็ประกาศว่า “ยอมเสียเพื่อน เสียพรรค เสียนาย แต่จำเป็นต้องทำเพื่อบ้านเมือง” และเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป รวมถึงกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รวมถึงประชาชนในพื้นที่ก็ร่วมกดดันการย้ายขั้วครั้งนี้เช่นกัน
       
       แน่นอนว่าตัวเลขส.ส.จาก 2 ฝั่งพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อรวมกันนั้นสูงกว่าตัวเลขสุทธิของส.ส.ที่มีอยู่ทั้งสิ้น 447 คน ตัวเลขที่ยังคงไหลอยู่และถูกอ้างโดยแกนนำของทั้ง 2 ฝ่ายนั้นจะยังคงยากที่จะหยุดนิ่ง แม้ว่าจะมีการเปิดโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีบางส่วนแล้วก็ตาม
       
       ทว่า ตราบใดที่ยังไม่มีบทสรุปในการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อเลือกนายกฯจน เสร็จสิ้น ความจริงของการเมืองไทยที่ว่า “การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร”นั้น อาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกขณะ ดังนั้น ตัวเลขส.ส.ของทั้ง 2 ฝ่ายที่เกินจริงอยู่นั้นพรรคใดที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลกันแน่ซึ่งขึ้นอยู่กับชั้นเชิงทางการเมืองที่ว่าใครเหนือกว่ากัน และยังพิสูจน์ให้เห็นอีกว่ายุคนี้ เม็ดเงินของพ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมาน จะยังทรงพลังเช่นในอดีตอีกหรือไม่?

โดย ASTVผู้จัดการรายสัปดาห์11 ธันวาคม 2551 08:15 น.

โดย ดำตานี

 

กลับไปที่ www.oknation.net