วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

o^oอานิสงส์ของความถึงพร้อมด้วยศิลo^o


 




**..พระพุทธสาทิสลักษณ์ เมื่อครั้งพระพุทธองค์เจริญพระชนมายุได้ สี่สิบเอ็ดชันษา
จากฝีมือของ อัครสาวกของพระพุทธองค์องค์หนึ่ง ซึ้งบัดนี้ได้เก็บรักษาไว้ที่ พิพิธภัณฑ์
สถานแห่งชาติ ประเทศอังกฤษ สมบัติล้ำค่าของพุทธทั่วโลก
หมายเหตุ:...ภาพนี้ลูกค้าญาติธรรมได้มาจาก วัดภูค่าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินค่ะ



ภาพพุทธปาฏิหารริย์ที่ต้นโพธิ์พุทธคยา
...โลกนี้ทรงอยู่ได้ ไม่ฉิบหาย เพราะโลกมีคนดีและความดีแทรกอยู่....
ที่มาของภาพนี้:...จากหนังสือคำทำนายและพุทธพยากรณ์...โดย... กนฺตสิริ ภิกฺขุ พร้อมด้วยศิษย์


เมื่อวานนี้ มีลูกค้ามาทำกรอบรูปค่ะ
แล้วเขาก็ถือหนังสือมาเล่มหนึ่ง...
ตามความอยากรู้ว่าเป็นหนังสืออะไร
จึงขอลูกค้าอ่านค้าเป็นหนังสือที่เขาแจกกันทั่วไปอะคะ
คือ...ธรรมมะแต่ว่าพอเปิดเข้าไปดูในเล่มนั้น
...ก็ได้ข้อคิดดีๆค่ะเลยคิดถึงเพื่อนญาติธรรมกัลยาณมิตร
..ที่น่ารักของ จขบ ค่ะอ่านเลยละกันค่ะ
....(จขบ..แฮะๆๆก็มิค่อยครบค่ะ..สุกๆๆดิบๆๆตามประสาของคนที่...มีกิเลสคะ)
****มนุษย์ทุกคนจะจน ฤา จะรวย...ฤา ***
.. ถ้ามีศีล 5 ครบบริบูรณ์ ถือ ว่าเป็นมนุษย์ที่น่าเคารพนับถือ แม้แต่เทวายังเคารพ




อานิสงส์ของความถึงพร้อมด้วยศิล
พระพุทธเจ้าทรงตัดสอนไว้ว่า
...ดูก่อนคฤหัสทั้งหลาย.
...อนิสงส์ของความถึงพร้อมด้วยศิลมี 5
.....ประการคือ


.
1...ผู้มีศิลสมบุรณ์ด้วยศิลในโลกนี้ ย่อมประสพกองแห่งโภคะใหญ่คือ......

1.1 ความมิประมาท อันเป็นคุณอย่างยิ่ง


..2 .ผู้มีศิลสมบุรณ์ด้วยศิลในโลกนี้ ย่อมมีชื่อเสียงดีงามฟุ้งขจรไป


..3...ผู้มีศิลสมบุรณ์ด้วยศิลในโลกนี้ เข้าไปในบริษัทใดก็ตามย่อม
เป็นผู้แกล้วกล้ามิเก้อเขิน


4...ผู้มีศิลสมบุรณ์ด้วยศิลในโลกนี้ "ย่อมไม่เป็นผู้หลงตาย"

 ไม่ เป็นผู้หลงตาย หมายความว่า คนมีศีลย่อมมีสติสมบูรณ์

ไม่เป็นผู้หลงตาย ..หรือ..ไม่ตายอย่างไร้สติ


..5...ผู้มีศิลสมบุรณ์ด้วยศิลในโลกนี้
เบื้องหน้าแต่การแตกกายตายไป ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์




***ท่านทั้งหลายเชื่อหรือไม่เชื่อ***

.....สามีสงเคราะห์ภรรยาดี หรือภรรยาสงเคราะห์สามีดี
พระอินทร์ยังไหว้เลยค่ะ ท่านเชื่อหรือไม่ก็ตามใจ


......ได้ฟังมาว่า...ครั้งหนึ่ง ท้าวสักกะเทวราช เสด็จออกจากวิมานไปสู่สวนอุทยาน

ได้ยกพระหัตถ์ขึ้นนมัสการทิศทั้ง 10 ครั้ง นั้นพระมาตลีเทพบุตรเห็นเข้า จึงทูลถามว่า

"พระองค์ทรงนมัสการทิศทั้ง 10 เพราะเหตุไร" ท้าวสักกะเทวราชตอบว่า



"ดู..ก่อน..มาตลีเรานมัสการคนทั้ง 10 จำพวก คือ"

.1..คนมีศรัทธาทำบุญตักบาตร ถวายปัจจัย 4 แก่ ผู้มีศิลมีธรรมประการหนึ่ง

..2..คนที่รักษาความสุจริต 3 คือ กายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต

..3..คนที่มีความเคารพบิดาของตน

..4...คนที่มีความเคารพมารดาของตน

..5..คนที่ถึงพระรัตนตรัย คือ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์
เป็นการกราบไหว้บูชา

..6..คนที่รักษาศิล 5 และศิล 8 อยู่เสมอ

..7..คนที่ทำกุศลและอุทิศส่วนกุศลไปให้เทวดาและ เปรตญาติ

..8..คนที่มีความเคารพ ครูอาจารย์ และผู้เฒ่า ผู้แก่ผู้มีศิลธรรม..

..9..คนที่มีความสงเคราะห์บุตร ภรรยา ญาติ ด้วยความกรุณาสงสาร

..10..หญิงที่มีความเคารพต่อสามี มีอยู่ทุกทิวาราตรีมิได้ประมาท



อนึ่ง ด้วยคนทั้ง 10 จำพวก นี้มีคุณมาก ทำความสุขความเจริญให้บังเกิดแก่ตนเอง

และผู้อื่น ฉะนั้นเราจึงได้มีความเคารพต่อบุคคลจำพวกนั้น


**เมื่อมาตาลีเมื่อได้ฟังท้าวสักกะเทวราชตรัส ก็มีความปลื้มปิติ เกษมศานต์
จึงกล่าวแก่ท้าวสักกะเทวราช ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นใหญ่กว่าเทพทั้งวปวง
พระองค์มีความเคารพต่อบุคคลจำพวกใด...ข้าพเจ้าก็มีความเคารพต่อบุคคลจำพวกนั้น

นับตั้งแต่นั้นมาเทวดาทั้งหลายก็พากันอวยชัยให้พรแก่คนทั้ง 10 จำพวกมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ค่ะ


สาธุ

ธมฺโม หเว รกฺมจารี
ธรรมแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

. 
***ธรรมรักษา***
.....ธรรมมะจะรักษาเฉพาะผู้ประพฤติธรรมเท่านั้น......
ส่วนผู้เรียนธรรม แต่ไม่ปฏิบัติธรรม ธรรมก็ไม่รักษาผู้นั้น

****ถ้ายังแผ่เมตาให้โจรมิได้ ฤา ก็มิชื่อว่าเป็นพุทธบุตร*****

ขออนุโมทนา สาธุ
มา..ณ...ที่นี้ด้วย
พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน
โดย... กนฺตสิริ ภิกฺขุ พร้อมด้วยศิษย์
ขออนุโมทนาสาธุ ค่ะ

โดย waree

 

กลับไปที่ www.oknation.net