วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ความละม้ายในการสอนปฏิบัติของท่านพุทธทาส และอาจารย์โคเอ็นกา


จากที่ได้เสนอแนวปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของอาจารย์โคเอ็นกาไปแล้ว  ก็มาพบว่าท่านพุทธทาสมีแนวทางปฏิบัติที่เริ่มต้นคล้ายๆกัน เพียงแต่พิจารณากันคนละอย่างในขั้นท้ายๆ

                อาจารย์โคเอ็นกาสอนโดยเริ่มที่การทำสมถะภาวนาก่อน แล้วจึงสอนให้ทำวิปัสสนาตามหลัง โดยหลังจากที่กำหนดลมหายใจได้แล้ว ก็ให้มาพิจารณาความจริงของร่างกายทั้งภายนอก และภายใน และให้วางใจเป็นกลาง ( อุเบกขา ) กับเวทนาที่เกิดขึ้นทั้งที่ชอบและไม่ชอบ เพื่อมิให้ก่อให้เกิดเป็นกิเลสใหม่ ไหลไปรวมกับกิเลสเก่าที่นอนเนื่องลึกอยู่ ส่วนกิเลสเก่าที่ผุดขึ้นมารับครั้นไม่ได้รับการตอบสนองก็จะค่อยๆเบาบางลง จนค่อยๆสลัดหลุดไป จนเมื่อจิตเกลี้ยง ใส ก็นิพพานได้ในที่สุด ( ท่านพุทธทาสว่าในสมัยพุทธกาล พระอรหันต์ที่บรรลุโดยแจ้งในเวทนาอย่างเดียวก็มี )

                ท่านพุทธทาสเล่าถึงการปฏิบัติเพื่อให้หลุดพ้นโดยการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น ทางเต็มคืออานาปนสติ ๑๖ ขั้นตอน ( ท่านว่าในมหาสติปัฏฐาน ๔ ยังไม่สมบูรณ์เท่าพระสูตรอานาปนสติ ที่เรียก มหา เพราะไปพูดเรื่องอื่นเสียมาก ที่ครบถ้วนสมบูรณ์จริงๆ กลับอยู่ในอานาปนสติสูตร ) คือพิจารณากาย ( กายทั้งหมด คือกายเนื้อ และกายลม ) เวทนา  จิต ธรรม แต่ทางลัดก็มี คือเมื่อปฏิบัติขั้นที่ ๑ และ ๒ พอประมาณแล้ว ก็ลัดเข้าไปปฏิบัติขั้น ๑๓ ถึง ๑๖ เลย

                นั่นคือ หลังจากที่เตรียมร่างกาย เรียนรู้ลมหายใจทั้งยาวและสั้น กำหนดลมหายใจด้วยการ “ตามดู” คือกำหนดจุดที่ลมหายใจวิ่งผ่านเข้า ออก ๒ จุด ( ที่จงอยจมูก และสะดือ ) ลมที่วิ่งเข้าออกจะต้องผ่านสองจุดนี้ เมื่อวิ่งเข้า ต้นลมคือจงอยจมูก ปลายลมคือสะดือ เมื่อวิ่งออก ต้นลมคือสะดือ ปลายลมคือจงอยจมูก ) เมื่อเริ่มสงบจึงลดการทำงานลง โดยหยุดการวิ่งตามดูลมหายใจ ทำเพียง “ เฝ้าดู ” คือกำหนดจุดที่ลมผ่านจุดเดียวไว้ที่จงอยจมูก จนเมื่อจิตตั้งมั่นดีแล้ว ก็ลัดเข้าไปสู่ขั้นที่ ๑๓ เลย นั่นคือการยก “ธรรม” ขึ้นมาพิจารณา

                ธรรมในที่นี้คือความไม่เที่ยง ความเป็นไตรลักษณ์ของทุกสิ่ง พิจารณาจนละได้ ละได้แค่ไหน ก็หลุดได้แค่นั้น ( ท่านว่าการปฏิบัตินี้เป็นการทำรวมกันไปทั้งสมถะ และวิปัสสนา ไม่ต้องแยกกันทำคนละที ) ขอยกคำบรรยายของท่านมาดังนี้ค่ะ

                “ ......ทำอานาปนสตินั่นแหละ ทำพอสักว่าให้จิตมันสบาย ปลอดโปร่ง เข้มแข็ง มีกำลัง ได้ความสุข พออย่างนี้แล้วก็พยายามยกไปหาอนิจจัง กองอนิจจัง อะไรที่มันอยู่ในตัวเรา ดูให้มันเป็นอนิจจัง จะดูร่างกาย ก็ดูให้เป็นอนิจจัง จะดูสุขเวทนา ทุกขเวทนาที่เกิดอยู่ ก็ให้เห็นเป็นอนิจจัง สังขารความคิดนึก รู้สึกของเราก็เป็นอนิจจัง สัญญาก็เป็นอนิจจัง วิญญาณก็เป็นอนิจจัง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนิจจัง แม้จะไม่เรียกชื่อก็ได้ แต่ว่าอะไรที่มันรู้จักได้ในตัวเรานี้ แล้วก็ดูว่ามันอนิจจัง กายก็อนิจจัง ใจก็อนิจจัง ธาตุดินก็อนิจจัง ธาตุน้ำก็อนิจจัง ทุกธาตุ อายตนะก็อนิจจัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็อนิจจัง รูป เสียง กลิ่น รส อนิจจัง ดูอนิจจัง แต่ข้างในนี้ก็พอ เพื่อว่าอย่าให้ไปหลงเข้าว่า อร่อยนี้เที่ยงแท้ถาวร หรือไม่อร่อยนี้เที่ยงแท้ถาวร นี้คือรู้สึกว่าอนิจจัง อยู่ในสิ่งนั้นตลอดเวลาที่หายใจออกเข้า”

                “ .....อย่างนี้เรียกว่าลัดเต็มทีแล้ว จากสมาธิน้อยๆพอสมควร กระโดดพรวดไปหาอนิจจังเลย คล้ายๆกับว่าทำขั้นที่ ๑ ที่ ๒ พอสมควร แล้วกระโดดไปยังขั้นที่ ๑๓ เลย คืออนิจจัง แล้วทำอนิจจังได้เท่าไร มันก็จะวิราคะ นิโรธะเท่านั้น เห็นอนิจจังเท่าไร มันก็จะคลายออกเท่านั้น มันก็จะหลุดพ้นไปเท่านั้น.....แล้วก็พ้นทุกข์ตามสมควร คล้ายๆมันมีเพียง ๓ ขั้น ”

           

            ดังนั้นการปฏิบัติจึงย่นย่อเข้า  ช่วยลดการทดท้อในการปฏิบัติได้

                ** จึงเป็นความละม้ายคล้ายกันของปราชญ์ทางศาสนาทั้งของไทย และของอินเดียค่ะ **

หมายเหตุ

 การกำหนด “ทางวิ่ง” ของลมของพระอาจารย์ชา สุภัทโท  ท่านให้กำหนด ๓ จุด ที่เพิ่มขึ้นคือจุดตรงกลางที่ท่านเรียก “หทัย” ท่านให้วิ่งตามดูลมจนลมหายใจค่อยๆละเอียดขึ้นถึงขั้นไม่รู้สึกว่ามีลมหายใจ จึงเลิกวิ่งตาม ( เพราะไม่มีลมให้ตาม ) มากำหนดจุดเดียวที่ปลายจมูกอันเป็นประตูที่ลมต้องผ่านเข้าออกแทน

 คุณจะใช้แบบไหนก็ได้ค่ะ  แล้วแต่ “จริต” ของแต่ละคนนะคะ 

..........................................................................

อ้างอิง

พระอาจารย์ชา สุภัทโท นอกเหตุเหนือผล  ธรรมสภา 35/270 ถ.จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด กรุงเทพ

พุทธทาสภิกขุ อานาปนสติ การหายใจที่ดับทุกข์ได้ ( คู่มือปฏิบัติอานาปนสติสมบูรณ์แบบ )ธรรมสภา 35/270 ถ.จรัลสนิทวงศ์ 62 บางพลัด กรุงเทพ

รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา อ่อนค้อม การฝึกสมาธิ (พิมพ์ครั้งที่ ๘) สำนักพิมพ์ดับเบิ้ลนายน์ ๒๑/๑0 ซ.วัดตะโน ถ.พานิชยการธนบุรี ( จรัลสนิทวงศ์ ๑๓ ) บางแวก ภาษีเจริญ กรุงเทพ ๑0๑๖0

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net