วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ผ้ายันต์...สัมพันธมิตร


ผ้ายันต์...สัมพันธมิตร

 

      เอามาลงให้ดูกันจะจะ  ผ้ายันต์ที่ได้รับการกล่าวขานมานาน  ในหนังสือ วารสาร บทความต่างๆที่เขียนถึง  ทั้งในจังหวัดชุมพรเองและเผยแพร่ทั่วประเทศ  ด้วยเรื่องเกี่ยวกับผ้าผืนนี้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้  แต่มันก็เกิดขึ้นและประจักษ์ต่อสายตาคนในสมัยนั้นแล้ว 

            จริงๆแล้วไม่ได้มีชื่อว่าผ้ายันต์สัมพันธมิตรหรอก  แต่เป็นผ้ายันต์ที่หลวงพ่อให้ไว้เพื่อป้องกันการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตร  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  กับประเทศเพื่อนบ้านของเราคือญี่ปุ่น  แต่ท้ายที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องยอมแพ้สงคราม  เพราะโดนประเคนด้วยป็นการสู้รบล่าอาณานิคมของโลกตะว ซึ่งเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง ครอบคลุมทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่ในโลก เริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๔๘๒ (ค.ศ.๑๙๓๙) และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี พ.ศ.๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) ได้ชื่อว่าเป็นสงครามที่มีขนาดใหญ่และทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างประเทศโลกตะวันตก  ที่รวมตัวกันในนาม”สัมพันธมิตร”  กับประเทศเพื่อนบ้านของเราคือญี่ปุ่น  แต่ท้ายที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องยอมแพ้สงคราม  เพราะโดนประเคนด้วยระเบิดนิวเคลียร์ถึง ๒ ลูก  ที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ

ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับพันธมิตรเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔  ต่อมาวันที่ ๘ ธันวาคมปีเดียวกัน  กองกำลังทหารของญี่ปุ่นก็เข้าเมืองไทย ทางจังหวัดภาคใต้ สงขลา ปัตตานี  ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ รวมถึงชุมพร  ทางด้านฝ่ายพันธมิตรก็เริ่มเข้ามาทิ้งระเบิดในปี ๒๔๘๕ หลังจากนั้นรัฐบาลไทยก็ประกาศสงครามกับฝ่ายพันธมิตร เมื่อวันที่ 25 มกราคมในปีนั้น

หลังจากญี่ปุ่นได้ยอมจำนนเมื่อ 15 สิงหาคม ๒๔๘๘  นายควง อภัยวงศ์ซึ่งได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนจอมพล ป.พิบูลสงคราม  ได้ออก "ประกาศสันติภาพ"มีผลให้การประกาศสงครามของไทยต่อฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นโมฆะ ทำให้ประเทศไทยไม่ตกอยู่ในฐานะผู้แพ้สงคราม

            อย่างไรก็ตามจังหวัดทางภาคใต้ได้รับความบอบช้ำผลจากสงครามครั้งนี้  การคมนาคมถูกตัดขาดโดยเฉพาะทางรถไฟ  ซึ่งทหารญี่ปุ่นได้ใช้ในการเดินขบวนทัพและขนยุทธปัจจัยต่างๆ  ที่น่าแปลกคือสะพานรถไฟสายใต้ขาดทุกสะพาน  เพราะถูกทิ้งระเบิดจากเครื่องบินฝ่ายพันธมิตร  แต่ทว่าสะพานรถไฟที่ข้ามแม่น้ำสวีหนุ่มไม่ได้ขาดแต่อย่างใด

            เรื่องมันมีอยู่ว่า  นายฮก บุญสมบัติ ซึ่งเป็นคหบดีเป็นผู้ที่ศรัทธาเคารพหลวงพ่อมาก  มีโรงสีอยู่ริมแม่น้ำติดกับสะพานรถไฟ  ได้มาหาหลวงพ่อเนื่องจากทราบข่าวว่าสะพานรถไฟจะโดนโจมตี  ซึ่งหมายถึงบริเวณใกล้เคียงกับสะพานด้วยจึงมีความหวั่นใจมาก  มาหาหลวงพ่อขอให้ท่านช่วยทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน  ด้วยความเมตตาหลวงพ่อจึงเขียนผ้ายันต์ผืนนี้ขึ้น  สั่งกำชับให้นายฮกเอาไปปิดไว้ที่สะพานรถไฟ  เวลาผ่านไปเครื่องบินของสัมพันธมิตรมาทิ้งระเบิด  เพื่อทำลายสะพานรถไฟ  ระเบิดลูกแล้วลูกเล่าที่ถูกทิ้งลงมาผิดเป้าหมาย  เป็นอันว่าสะพานนี้เป็นสะพานรถไฟเดียวของสายใต้ที่ไม่ถูกทำลาย  จะเห็นได้จากร่องรอยที่เหลืออยู่ให้ลูกหลานได้หวนรำลึก  ซึ่งอยู่นอกอาณาบริเวณสะพานและบ้านของนายฮก  มีบางลูกถึงแม้จะตกลงในบริเวณแต่ก็หาระเบิดไม่  เป็นเรื่องแปลกและอัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น  แถมชาวบ้านยังเก็บระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาตัดเป็น ๒ ท่อนแล้วเอามาถวายหลวงพ่อ  โดยส่วนหัวของระเบิดดังกล่าวท่านได้ทำเป็นระฆังเสียงเพราะซะด้วยสิ  ระฆังจะแขนอยู่บนกุฏิหลวงพ่อใช้ได้ดีมาถึงปัจจุบัน

            ผ้ายันต์ผืนนี้มีผู้เก็บไว้เป็นอย่างดี  โดยตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น  ผู้เขียนได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของให้นำรูปมาลง  เพื่อเผยแพร่สำหรับท่านที่ชื่นชอบเครื่องรางประเภทนี้  และมีความศรัทธาในพุทธคุณของหลวงพ่อ

โดย ศิษย์หลวงพ่อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net