วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การวาดกุหลาบสีน้ำสไตล์ Botanical Art


งานนี้เป็นการ “ ใช้หนี้ ” ค่ะ เหตุเพราะบอกคุณอิมกุดั่นในเอนทรี่ก่อนหน้า และคุณเจี๊ยบ ว่าจะลงวิธีทำงานดอกไม้ด้วยสีน้ำไว้ 

                งานที่ทำเป็นการวาด “ ภาพเหมือน ”ของดอกไม้ใบหญ้าค่ะ ต้องพยายามให้เหมือนของจริง สี ขนาด เค้าเป็นอย่างไร ต้องพยายามให้ได้ตามนั้น ถ้ามีการย่อ หรือขยาย ต้องบอกมาตราส่วนที่ชัดเจนไว้ด้วย ( ดิฉันเองยังทำสีได้ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่หรอกค่ะ ถ้าส่งให้ประกวดสมาคมพืชสวนโลกพิจารณา แค่ “ สิทธิในการร่วมแสดงภาพวาด ”ยังไม่ทราบเลยค่ะว่าจะได้หรือเปล่า  )

                        ข้อดีของภาพวาดทางพฤกษศาสตร์คือ ใช้ในการอ้างอิง สมัยก่อนมีการวาดภาพแนวนี้เพื่อใช้เป็นคู่มือในการหาพืชสมุนไพรชนิดต่างๆที่จะหาเอามาทำยา แต่ปัจจุบัน ดูเหมือนจะกลายเป็นว่าวาดไว้เพราะกลัวว่าพืชที่ใกล้สูญพันธุ์จะไม่มีหลักฐานให้คนรุ่นหลังได้เห็น 

                ผู้ที่วาดภาพแนวนี้จะกลายเป็นคนช่างสังเกต บางคนรักการเดินทาง เนื่องจากต้องไปวาดในสถานที่จริง เพราะดอกไม้บางชนิดหายาก ปีหนึ่งบานแค่ครั้งเดียว และแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ทุกคนถูกบ่มเพาะความรัก หวงแหนในธรรมชาติ

คนไทยที่เป็น Botanical Artist ที่เป็นที่ยอมรับของสมาคมพืชสวนโลกคนแรก คือคุณ เอกชัย อ๊อดอำไพ  ผู้ล่วงลับ ปัจจุบันที่เชิดเหน้าชูตาเราได้ก็คือคุณ พันธ์ศักดิ์ จักกระพาก ( เอ๋ เขียนผิดมั๊ยนี่ ) คุณลลิตา โรจนากร

                        แล้วก็แปลกค่ะ ปัจจุบันเราพูดกันถึงการอนุรักษ์ แต่เครื่องมือในการอนุรักษ์ตัวนี้กลับไม่ค่อยได้รับความสนใจ บางคนยังไม่เคยได้ยินคำว่า “ Botanical Art ” ด้วยซ้ำ ( รัฐบาลน่าจะให้ความสำคัญกับงานนี้บ้างนะคะ )

                        บ่นเสียนาน เรามาเริ่มงานกันดีกว่าค่ะ เราจะวาดดอกกุหลาบดอกเมื่อวานนะคะ เนื่องจากเป็นการเริ่มต้น ไม่จำเป็นว่าสีต้องเหมือนก็ได้ ใช้สีที่คุณมีนั่นแหละค่ะ ( ดิฉันใช้สีน้ำเกรดจิตรกรของ ลิเนล )

                        ดิฉันวาดโดยใช้พู่กันร่างสีลงเส้นไปเลย ไม่ได้วาดด้วยดินสอก่อน เพราะรู้สึกว่าเส้นดินสอบางทีมันค้างคาใจ ภาพแนวนี้ไม่เหมือน Fine Art ที่สามารถเห็นเส้นดินสอได้บ้าง ที่จริงเค้ามีวิธีในการลอกเส้นที่ให้บางจนแทบไม่เห็นค่ะ แต่ดิฉันไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าภาพที่วาด ตกแต่งแก้ไขจนสมบูรณ์ แล้วลอกออกมาลงกระดาษจริงอีกที  ทำให้ภาพดู “ สมบูรณ์แบบ ” เกินไป 

คุยกันที่เรื่องของพู่กันก่อนนะคะ ดิฉันชอบใช้พู่กันของ Raphael รหัส 8354 และ รหัส 8404 เหตุเพราะรหัส 8404.เมื่อเปียกน้ำปลายจะแหลมเรียว ส่วนรหัส8354 เมื่อเปียกน้ำ ปลายจะแหลมแบบตุ้ม เวลาทำงาน ดิฉันใช้ทั้งสองมือถือพู่กันค่ะ แล้วสลับกันทำงานด้วยมือข้างที่ถนัด พู่กันที่ลงเส้นคือรหัส8404 แตะสี แล้ววาดเส้นลงบนกระดาษ แล้วใช้รหัส8354 ที่แตะน้ำซับหมาด เกลี่ยเส้นสีให้ขอบข้างใดข้างหนึ่งจางหายกับกระดาษไปเลย  ( แต่ต้องระวังพู่กันตกใส่ภาพนะคะ )

เริ่มจากดอกค่ะ สีที่ใช้คือสีแดงอมชมพู และสีเหลืองเข้ม ( ภาพวาดแนวนี้ไม่ค่อยนิยมสร้างเงาด้วยสีตรงข้าม แต่จะใช้สีใกล้เคียงแทน เพื่อหลีกเลี่ยงสีที่อาจทำให้ภาพดูมืดเกินไป )

มาที่การผสมสีค่ะ

๑. ผสมสีเหลืองลงในสีแดงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้สีแดงดูสดเกินไป และเพื่อให้สีเจือสีเหลืองนิดหน่อย สีที่ได้นี้จะใช้เป็นสีแดงหลัก

๒. เจือสีแดงหลักนี้ กับสีเหลืองให้ได้สีส้ม ทีนี้เราจะมีสีเข้ม ๒ สี คือสีแดง และส้ม สีสองสีนี้เราเอาไว้ใช้แต่งเงา ขอเรียกว่าสีแดง๑  กับสีส้ม๑ นะคะ

๓. เจือสีแดง ๑ และ ส้ม ๑ กับน้ำจนได้สีแดง และสีส้มที่ใสขึ้น สองสีนี้เราจะใช้ในการวาดเส้น (และลงสีกลาง ) เหตุที่ใช้สองสี เพราะบางช่วงของดอก ปลายกลีบเป็นสีแดง บางช่วงเป็นสีส้ม ขอเรียกว่าสีแดง ๒ กับสีส้ม ๒

๔. ตามกลีบตัวอย่าง ใช้พู่กันรหัส 8404 .แตะสีแดง ๒ วาดเส้นลงบนกระดาษ จากนั้นรีบใช้พู่กันรหัส 8354ที่แตะน้ำและซับหมาดแล้ว เกลี่ยสีออกจากเส้นไปด้านข้าง ( ข้างใดข้างหนึ่งที่เราต้องการให้เกิดเงา จะเห็นว่าเส้นโค้งเส้นเดียวกัน บางทีเราก็เกลี่ยสีออกไปทางขวา บางทีก็เกลี่ยสีออกไปทางซ้าย แล้วแต่ว่าเราต้องการให้เกิดเงาข้างไหน )

๕ ถ้าต้องการน้ำหนักสีตามปลายกลีบ  ใช้พู่กันที่ยังเปื้อนสีอยู่นี้แตะลงบนส่วนที่ต้องการ แล้วเกลี่ยให้กลืนไปกับพื้นเดิม ( กรณีนี้มักใช้กับปลายกลีบที่ไม่ม้วนงอ )

๖. เมื่อได้โครงของกลีบเรียบร้อยแล้ว เราก็มาสร้างเงาภายในกลีบกัน ตามแบบกลีบด้านขวาม้วนไปด้านหลังเล็กน้อย จึงสร้างความรู้สึกตรงนี้โดยการแตะน้ำลากบนกระดาษตามแนวยาวของกลีบ แล้วใช้พู่กันที่ยังเปื้อนสีแดง ๒ อยู่ เจือน้ำเล็กน้อยเพื่อให้สีอ่อนลงนิดหน่อย วาดเป็นขีดๆ ขวางแนวยาวของกลีบ ทิ้งให้สีแห้ง

๗. ทาน้ำภายในดอก ลงสีเหลืองผสมสีส้ม ๒ เล็กน้อย ทิ้งให้หมาด

๘. เติมเงาด้วยสีเหลืองผสมสีแดง ๑

เสร็จแล้วหนึ่งกลีบค่ะ กลีบอื่นๆก็ทำเหมือนกั

มาถึงใบกันบ้างนะคะ   

สีที่ใช้คือสีเขียว สีฟ้าโคบอล และสีแดง ๑ ของดอก

๑. ผสมสีแดง ๑ ของดอกลงในเขียว  เล็กน้อย ให้เป็นสีเขียว ๑

๒. ผสมสีเขียว ๑ กับน้ำมากๆ จนได้สีเขียวจางๆ

๓. ผสมสี Cobalt Blue กับน้ำมากๆ จนได้สีฟ้าจางๆ

๔. ใช้พู่กันรหัส 8354 แตะสีฟ้าจาง วาดรูปร่างของใบเพียงครึ่ง หรือซีกเดียว

๕. ใช้พู่กัน รหัส8404 แตะสีเขียว ๒ ลงสีตามแนวที่ต้องการให้เกิดเป็นสีกลาง ( ส่วนสีของแสง เว้นไว้ให้แสดงด้วยสีฟ้าเดิม ) ทิ้งให้สีหมาดขึ้นอีกเล็กน้อย

๖. ใช้พู่กันรหัส8404 แตะสีเขียว ๑ เติมส่วนที่เป็นสีกลางให้เข้มขึ้น จะได้สีของเงา ( ถ้าสีแห้งไปแล้ว ให้ใช้พู่กันรหัส8354 ซับหมาด ไล้ตรงขอบของสี ให้กลืนไปกับสีเดิม แต่วิธีนี้ต้องแน่ใจว่าสีแห้งจริงๆ หรือไม่ก็ต้องระวังว่าพู่กันของคุณต้องหมาดจริงๆ ไม่อย่างนั้นน้ำในพู่กันจะทำสีกระจาย เสียหาย.....เสียดาย  )

๗. สีเขียวที่ยังค้างอยู่ในพู่กัน แตะสีแดง ๑ สักเล็กน้อยให้ได้สีเขียวที่คล้ำขึ้น เติมเงามืดในใบ

๘. ทิ้งใบซีกนี้ให้แห้ง แล้วทำอีกซีกด้วยวิธีเดียวกัน ถ้าคุณต้องการเส้นกลางใบ เว้นพื้นที่ตามแนวเส้นกลางใบให้เห็นเป็นสีของกระดาษเล็กน้อย คือไม่ต้องทำใบสองซีกให้ติดกัน แต่ถ้าคุณไม่ต้องการ ระบายสีฟ้าจางนี้ติดกับสีที่ระบายเสร็จแล้วได้เลย ( เส้นกลางใบค่อยเติมสีหลังจากที่ทำใบเสร็จแล้วทั้งใบอีกที )

เวลาทำงาน ก่อนทำต้องฝึกวาดส่วนของใบ ของดอก เป็นการ Study ไปก่อนค่ะ เมื่อมีความชำนาญมากขึ้นจึงค่อยทำทั้งหมด

ขอนำภาพเมื่อวานมาลงซ้ำอีกทีนะคะ

ทีนี้ ก็หาสี ขึงกระดาษ แล้ววาดกันเลย

แถมท้ายสักนิดด้วยอมตะพจน์ของโทมัส เอลวา เอดิสัน ที่ว่า พรสวรรค์ คือแรงบันดาลใจเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์กับความพยายามอย่างหนักอีกเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ค่ะ

ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ และสำหรับผู้สนใจการทำงานด้วยสีอะคริลิคในแนว Decorative Art ติดตามได้ในนิตยสาร " งานฝีมือ" นะคะ ( ฉบับเดือนธันวาคมไม่มีค่ะ เดือนมกราคมเป็นการทำของชำร่วยเล็กๆน้อยๆสำหรับปีใหม่ ส่วนเดือนกุมภาพันธ์เป็นชุดผ้าไหมเพ้นท์ เดือนมีนาคมเป็นหมวกเพ้นท์ค่ะ )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net