วันที่ เสาร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เยอรมนี ... ทำไมถึงต้องเป็นประเทศนี้



Cologne - Köln Dom (ภาพจาก google)

มีคนเคยถามผมว่า  ทำไมถึงเลือกที่จะสมัครสอบแข่งขันมาทำงานที่ประเทศเยอรมนี  ทั้ง ๆ ที่ผมไม่เคยมาศึกษา ไม่เคยมาเที่ยวประเทศนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว

คำตอบตามความเชื่อมั่นส่วนตัวของผมมีอยู่ ๒ ข้อ

ข้อแรก  ผมต้องการหาคำตอบว่า ทำไมประเทศที่เคยพ่ายแพ้อย่างยับเยินในสงครามโลกถึง ๒ ครั้ง  จึงสามารถพลิกกลับมายืนอยู่ในแถวหน้าอีกประเทศหนึ่งในโลกปัจจุบันได้ในห้วงเวลาที่ไม่นานนัก

ข้อสอง  ตามประวัติศาสตร์  ประเทศนี้ไม่เคยสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยรุกราน ล่าอาณานิคม แบ่งแยกแผ่นดินไทย  เหมือนดั่งมหาอำนาจจากยุโรปประเทศอื่น  รวมทั้ง สมเด็จพระปิยมหาราช ได้เสด็จประพาสและประทับแรม ณ ประเทศนี้ถึง ๒ ครั้ง  ผมจึงค่อนข้างฝังใจว่า  ความสัมพันธ์ระหว่างชนชาติทั้งสองจะต้องมีอะไรเป็นพิเศษ  ไม่เหมือนฝรั่งชาติอื่น ๆ

คำตอบที่ผมต้องการค้นหา  เพื่อจะนำไปประยุกต์ใช้กับเมืองเราตามโอกาสที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น  ผมตั้งสมมติฐานอยู่ที่  “คน” หรือ “ประชาชน”  ซึ่งเป็นผู้ที่จะนำพาระบบต่าง ๆ ภายในประเทศให้ขับเคลื่อนต่อไป

หากพูดแค่เพียงว่า ประเทศเขาเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงได้ เพราะ “คน” เขามีประสิทธิภาพ  ก็คงเป็นคำพูดที่เฝือและไม่เกิดประโยชน์อันใดในทางปฏิบัติ

แรงบันดาลใจให้ผมต้องการศึกษาเกี่ยวกับ “คนเยอรมัน” นั้น เริ่มต้นเมื่อประมาณ ๑๙ ปีที่แล้ว
เมื่อผมมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนคนเยอรมันคนแรกครั้งที่ศึกษาอยู่ในต่างแดน

ลักษณะโดยสรุปของเพื่อนคนนี้ คือ เป็นคนที่ตรงมาก ๆ ไม่เอาเปรียบใคร และก็ไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบ  มีน้ำใจ ให้เกียรติ และไม่ดูถูกคนต่างชาติที่ไม่ใช่คนผิวขาวอย่างเรา  ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผมเรื่อยมา 

ผมมาอยู่ที่เบอร์ลิน เยอรมนี ได้ ๒ เดือนเศษ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่นี่ แต่ก็มีโอกาสได้เดินทางไปทำงานห้วงสั้น ๆ ที่เมืองมิวนิค ๒ ครั้ง, เมืองโคโลนจ์ ๑ ครั้ง, เมืองบอนน์ ๑ ครั้ง  และฮัมบวร์กอีก ๑ ครั้ง

ได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนทัศนคติ และประสบการณ์กับคนเยอรมันโดยตรง  รวมทั้งสอบถามจากผู้ที่เรียน/ทำงาน ตลอดจนอาศัยอยู่ในนี้มาก่อน  พบว่า  สมมติฐานง่าย ๆ ที่ผมตั้งไว้ ไม่น่าจะผิดพลาด

แน่นอนว่า ประชาชนในแต่ละประเทศซึ่งรวมถึงเยอรมนีไม่ได้เป็นคนดีและมีคุณภาพไปเสียทั้งหมด  ย่อมมีคนเลว คนเกเร ปะปนอยู่ด้วยเสมอ  เพียงแต่ว่าในประเทศที่ไม่มีปัญหา  คนประเภทหลังเป็นคนส่วนน้อย  และไม่ได้มีโอกาสก้าวขึ้นมามีอำนาจ/เป็นใหญ่ สร้างความเสียหายให้กับประเทศโดยรวมเท่านั้น

ผมไม่ค่อยชอบคำพูดล้อเล่น  ตลก ๆ แต่เสียดแทงใจและขำไม่ออกในทำนองว่า  “ประเทศไทยมีพร้อมทุกอย่าง และดีทุกอย่าง  ยกเว้นคนไทย”  สักเท่าไรนัก

สักวันหนึ่ง  ประเทศไทยจะต้องกอปรด้วยประชากรที่มีประสิทธิภาพและมีคุณค่า  อยู่อาศัยในดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ที่บรรพชนได้สร้างและปกปักรักษาให้พวกเราอยู่อย่างเป็นสุขตามสมควร   นั่นคือความหวัง ความฝันของผมก่อนตาย

การต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมืองตามแบบฉบับของนักการเมืองไทยก็ยังคงมีต่อไป  และคงจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าที่พวกเขาเหล่านั้นจะมีจิตสำนึกเพื่อสาธารณะเฉกเช่นนักการเมืองของประเทศที่พัฒนาแล้ว

ในขณะเดียวกัน การช่วยและร่วมกันปลูกฝัง อบรม เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมารับผิดชอบบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยในวันข้างหน้า  ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานับช่วงอายุคน  ก็จะต้องดำเนินต่อไป

ผมเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการปลูกฝังสายเลือดทั้ง ๒ คนของผม  ไปในแนวทางที่ควรจะเป็น  รวมทั้งให้คำแนะนำแก่บุคคลรอบข้างที่เขาพอจะเชื่อมั่นศรัทธาในแนวทางปฏิบัติตนของผมอยู่บ้าง

เพราะเรื่องของ “คน” เป็นเรื่องใหญ่  ต่อให้ดินแดนแห่งนั้นอุดมสมบูรณ์ หรือมีทรัพยากรธรรมชาติมากมายเพียงใด  หากคนในชาติไม่รู้จักดูแลรักษา  สักวันลูกหลาน เหลน โหลน ก็จะต้องลำบาก

ผมจะยกตัวอย่างคุณลักษณะนิสัยอันเด่นชัดของคนเยอรมัน  ที่ได้ประสบ (แม้จะแค่ห้วงเวลาสั้น ๆ)  มาฝากกันในตอนต่อไป

โดย patijjachon

 

กลับไปที่ www.oknation.net