วันที่ อังคาร ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปุจฉา - วิสัชนา กับพระธรรมาจารย์เซิ่งเหยียน เรื่อง " ความหมายของพุทธะ "


พระธรรมาจารย์เซิงเหยียน แห่งวัดเจาหยวนซื่อ ได้เขียนไว้ในหนังสือที่ใช้ชื่อภาษาไทยว่า “ ปุจฉา-วิสัชนา พุทธศาสนาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ” ซึ่งคุณอรุณ โรจนสันติ เป็นผู้แปลว่าแทบทุกศาสนามักมีการสร้าง และการบัญชาของพระเจ้า แต่พุทธศาสนากลับไม่มีลักษณะอย่างนั้น แต่กระนั้น เมื่อพุทธศาสนาถูกเผยแพร่เข้ามาในประเทศจีน ประเพณี ความเชื่อดั้งเดิมกลับเข้ามาปะปนในพระธรรมจนทำให้คนสมัยใหม่มองว่าพุทธศาสนาเป็นลัทธิ หรือความงมงายขั้นต่ำเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ

ด้วยเหตุนี้ท่านจึงเขียนงานเกี่ยวกับพุทธศาสนาขึ้น ( ปีที่หนังสือเล่มนี้พิมพ์เป็นภาษาจีนคือ พ.ศ. ๒๕๐๙ ) โดยรวบรวมผลงานการค้นคว้าของท่าน ของพระอาจารย์ไท่ซวี และพระธรรมาจารย์ยิ่งซุ่น ) แล้วนำเสนอเป็นประเด็นในรูปปุจฉา-วิสัชนา เพื่อให้ประชาชนชาวจีนได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของพระศาสนา

หัวข้อที่คัดมา น่าสนใจค่ะ เพราะเป็นการให้ความหมายของ “พุทธ” ในอีกแง่ที่สัมพันธ์กับความเชื่อดั้งเดิม ลองอ่านดูนะคะ

 

๓๔. สำเร็จเป็นพุทธะในทันใดมีจริงหรือ

ใช่แล้ว! “วางดาบเพชฌฆาตลง จะสำเร็จเป็นพุทธะในทันใด”  เป็นพุทธโอวาท ก็เฉกเช่นคติเตือนใจทางโลกที่ว่า “ ลูกเสเพลกลับตัว ทองยังแลกไม่ได้ ” ฉันใดก็ฉันนั้น

แต่ว่า คุณค่าของลูกเสเพลกลับตัวอยู่ที่เปลี่ยนจากมิจฉา เป็นสัมมา เมื่อเปลี่ยนจากมิจฉาเป็นสัมมาแล้ว ก็จะต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างขะมักเขม้น จึงจะบรรลุเป้าหมายในการกลับตัว จึงมีคุณค่าขนาด “ ทองยังแลกไม่ได้ ” ฉะนั้น วางดาบเพชฌฆาตลง ก็สำเร็จเป็นพุทธะในทันใดที่ทางพุทธศาสนากล่าวถึงนั้น ก็กล่าวจากด้านตรง คือด้านความเป็นพุทธะอันเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของสัตว์ทั้งหลายเท่านั้น หาได้หมายถึงสำเร็จเป็นอริยผล คือพุทธะที่ตรัสรู้แล้วในทันทีไม่

ฉะนั้น พุทธในนิกายเทียนไถมีอยู่ ๖ ชนิดด้วยกัน เรียกว่า ๖ พุทธ คือ

๑. สติสัมปชัญญะคือพุทธ หมายถึง สรรพสัตว์ทั้งหลายมีความตื่นโดยสติสัมปชัญญะอันเป็นธรรมชาติเดิมแท้ – คือความเป็นพุทธะ

๒. ชื่อคือพุทธ หมายถึงเมื่อสดับรับรู้ว่าตนมีความเป็นพุทธแล้ว สามารถตรัสรู้ได้อย่างปลอดโปร่ง

๓. เพ่งเล็งคือพุทธ หมายถึงทุกขณะจิต เพ่งเล็งที่ใจตนเอง สยบกิเลสตัณหา

๔. คล้ายคลึงคือพุทธ หมายถึงบำเพ็ญศีลภาวนาจนถึงขั้นสูง คืออายตนะภายใน ๖ บริสุทธิ์

๕. บรรลุคือพุทธ หมายถึงเข้าสู่ภาวะอริยะ ทำลายกิเลส รู้แจ้งเป็นพุทธ

๖. แท้จริงคือพุทธ หมายถึง กิเลสดับสิ้น บรรลุมรรคผลสมบูรณ์ สำเร็จเป็นสัมมาสัมโพธิญาณ

พุทธทั้ง ๖ ชนิดที่กล่าวถึงข้างต้น ชนิดที่ ๑ หมายถึงสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ฉะนั้นพุทธะจึงกล่าวว่า “ สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงล้วนมีธรรมชาติเป็นพุทธะ ” สัตว์ทั้งหลายในแผ่นดินล้วนมีลักษณ์สติปัญญาของตถาคตเจ้า ก็หมายถึงสติสัมปชัญญะคือพุทธะนั่นเอง

ชนิดที่ ๒ หมายถึงคนที่ได้ฟังพุทธธรรมมาแล้ว รู้ว่าตนเองมีธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะ มีความเป็นไปได้ที่จะสำเร็จเป็นพุทธะมาแต่เดิมอยู่แล้ว

ชนิดที่ ๓ หมายถึงคนที่ได้ปฏิบัติพุทธธรรมอยู่แล้ว สามารถสยบ ( ไม่ใช่ตัดขาด ) กิเลสแล้ว

ชนิดที่ ๔ หมายถึงคนที่อายตนะภายใน ๖ บริสุทธิ์ ใกล้จะสู่ภาวะอริยะแล้ว

ชนิดที่ ๕ หมายถึงโพธิสัตว์ขั้นอริยะที่อยู่กว่าปฐมภูมิขึ้นไป จนถึงชนิดที่ ๖ จึงจะถือว่าสำเร็จเป็นพุทธะอย่างแท้จริง ถึงจะได้บรรลุมรรคผลครบถ้วน ถึงจะเรียกว่า สัมมาสัมโพธิญาณ

จากนี้จะเห็นได้ว่า พุทธะในคำ “ สำเร็จเป็นพุทธะในทันใด ” นั้น คงหมายถึงพุทธะชนิดที่ ๑ คือพุทธโดยสติสัมปชัญญะ หรือพุทธชนิดที่ ๒ คือพุทธโดยชื่อ หากมิใช่พุทธะในชนิดที่ ๖ โดยแท้จริง

เพราะว่าเริ่มแต่ “ วางดาบเพชฌฆาตลง ” ก็เป็นก้าวแรกที่ความเป็นพุทธะสมบูรณ์ “ สำเร็จเป็นพุทธะในทันใด ” เท่ากับว่า “ หันหลังกลับคือฝั่ง ” โดยความเป็นจริงแล้ววางดาบเพชฌฆาตลง ใช่ว่าจะกลายเป็นพุทธะในทันใด หันหลังกลับในทะเลทุกข์ ก็ใช่ว่าจะอยู่บนฝั่งในทันทีทันใด

........................................................................

อ้างอิง

อรุณ โรจสันติ (ผู้แปล) ปุจฉา-วิสัชชนา พุทธศาสนาที่เป็นสัมมาทิฏฐิ สำนักพิมพ์สุขภาพใจ ๑๔/๓๔๙-๓๕๐ หมู่ ๑๐ ถ.พระราม ๒ บางมด บางขุนเทียน กรุงเทพ

 

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net