วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รายงานวิกฤตเศรษฐกิจกระทบไทยหนัก ฉบับที่ 2


 เราได้นำเสนอรายงานข่าวเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างหนัก ในขณะที่รัฐบาลซึ่งมีหน้าที่โดยตรงมิได้เตือนภัยและแนะนำมาตรการแก่ทุกภาคส่วนในการรับมือกับผลกระทบนั้นเลย ปรากฏว่ารายงานดังกล่าวได้รับความสนใจและมีความคิดเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการป้องกันหรือบรรเทาความเสียหาย ดังนั้นวันนี้จึงขอนำเสนอรายงานฉบับที่ 2 

     มีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้  

    1.  วันที่ 11 ธันวาคม 2551 นายสัมมนา คีตศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่าการออกใบอนุญาตจัดสรรที่ดินทั่วประเทศ ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ มีจำนวน 113 โครงการ รวม 17,000 หน่วย ลดลง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

     2.  นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ธนชาติ เปิดเผยว่าปริมาณนักท่องเที่ยวไทยในช่วงเดือนตุลาคม 2551 ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่องไปถึงปี 2552

     3.  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 กลต. สรุปผลการระดมเงินผ่านตลาดทุนของปี 2551 ว่าเหลือเพียง 2.68 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนซึ่งมีจำนวนถึง 8.25 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ในส่วนของการซื้อกิจการเพื่อครอบงำกิจการและเพิกถอนออกจากตลาดก็มีจำนวนเพียง 12 บริษัท จากจำนวน 17 บริษัทในปีก่อน มีมูลค่าการเสนอซื้อเกิดขึ้นจริง 2.64 หมื่นล้านบาท จากปีก่อนซึ่งมีจำนวนถึง 3.06 หมื่นล้านบาท

     4.  เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 นายบัณฑิต ฤทธิ์ถาวร รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าการขยายตัวของสินเชื่อในปีหน้าจะลดลงมาก และธนาคารแห่งประเทศไทยจะเพิ่มความเข้มข้นในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

     5.  หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ รายงานข่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 ว่ากลุ่มโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทยอยปลดคนงานอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ปลดพนักงานออกไปแล้วรวมกว่า 10,000 ราย

     6.  แหล่งข่าวจากวงการอ้อยและน้ำตาลเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 ว่าขณะนี้เริ่มต้นฤดูเปิดหีบอ้อยแล้ว แต่โรงงานน้ำตาลกำลังประสบปัญหาเดือดร้อนถ้วนหน้าเนื่องจากขาดสภาพคล่องและต้องการเงินกู้จากธนาคาร วงเงินกว่า 70,000 ล้านบาท แต่เกรงว่าธนาคารจะไม่ปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยควบคุมการปล่อยกู้อย่างเข้มข้นเพราะเกรงว่าจะเป็นหนี้เสีย ถ้าหากไม่ได้เงินกู้จะทำให้บรรดาโรงงานน้ำตาลไม่มีเงินไปรับซื้ออ้อย และจะทำให้ชาวไร่อ้อยทั้งหมดเดือดร้อนด้วย ขณะนี้เหลือเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม ศกนี้เท่านั้น

     7.  นายวิชัย อัศรัศกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ เปิดเผยว่าในปี 2551 การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยมีมูลค่าสูงถึง 220,000 ล้านบาท มีอัตราขยายตัว 20% จากปีก่อน แต่ขณะนี้มีสัญญาณชะลอตัวแล้ว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นมา มีการขยายตัวแค่ 1.1% เท่านั้น และคาดว่าในปีหน้าอัตราการขยายตัวจะลดลง เพราะกำลังซื้อของประชาชนลดลง แล้วเรียกร้องให้ผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยเตรียมรับมือไว้แต่เนิ่น ๆ

     8.  นายบรรพต ก่อเกียรติเจริญ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 ว่าการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างหนัก สำหรับจังหวัดตากได้รับผลกระทบกว่า 50% ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้เป็นช่วง High Season และในปี 2552 จะได้รับผลกระทบมากขึ้นอีก ซึ่งสอดคล้องกับประธานชมรมโรงแรมรีสอร์ทเกาะช้าง จังหวัดตราด ที่เปิดเผยว่าขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ยกเลิกการจองห้องพักบนเกาะช้างตลอดช่วงเวลาปีใหม่ถึงปี 2552 เป็นจำนวนมาก

     9.  สำนักข่าวบลูมเบิร์ก และเอเอฟพี รายงานข่าวเศรษฐกิจจากการเปิดเผยของธนาคารโลกเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2551 ว่าเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกปี 2552 อาจขยายตัวในระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปีเนื่องจากการส่งออกที่เป็นกำลังขับเคลื่อนหลักจะดิ่งตัวลง รวมไปถึงปัจจัยอย่างการลงทุนและการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงด้วย

     10. ธนาคารใหญ่อันดับสามของประเทศไอซ์แลนด์ประสบวิกฤตยื่นขอล้มละลายเป็นรายล่าสุด ในขณะที่บริษัทผลิตเหล็กลำดับสองของโลก ยอดผลิตตกต่ำ ต้องลดคนลง 14,000 คน ในขณะที่สำนักข่าวรอยเตอร์และบีบีซีรายงานว่า สภาผู้แทนของสหรัฐกำลังพิจารณาลงมติในแผนช่วยเหลือ 3 ค่ายรถยนต์ใหญ่ของสหรัฐ ซึ่งใกล้เจ๊ง ประกอบด้วยบริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส, ฟอร์ดมอเตอร์ และไคลสเลอร์ โดยจะอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลเข้าช่วยเหลือ พร้อมกันนี้สมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินเดียได้เปิดเผยยอดขายรถยนต์ประจำเดือนพฤศจิกายน 2551 ว่าลดลงถึง 19.38% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 8 ปี ส่วนในญี่ปุ่นนั้น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส ซึ่งเป็นค่ายรถยนต์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ต้องประกาศลดกำลังการผลิตทั้งในญี่ปุ่นและทั่วโลกลง พร้อมทั้งลดโบนัสสำหรับผู้บริหารระดับกลางลง 10% ในปีนี้

     11. นายแมทธิว เวอร์กีส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสธนาคารโลก ได้ประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยในปี 2552 ว่าจะลดเหลือเพียง 2% โดยคาดการณ์ว่าการส่งออกในปีหน้าจะชะลอตัวโดยจะเติบโตเพียง 8% ส่วนภาคบริการและท่องเที่ยวติดลบ 3% และคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกว่าจะเริ่มฟื้นตัวในปี 2554-2555

     12. นายวิรัตน์ กาญจนพิบูลย์ รองผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิต เปิดเผยว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัว ส่งผลให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตมียอดผลิตหลอดตะเกียบ เบอร์ 5 ที่ลดการใช้กระแสไฟฟ้าได้เพียง 2 ล้านหลอด จากเป้าที่วางไว้ 5 ล้านหลอด และจะส่งผลกระทบต่อไปถึงปีหน้าด้วย 

     13. นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าในปี 2552 มีแนวโน้มความต้องการใช้เหล็กลดลงถึง 10% เนื่องจากอุตสาหกรรมก่อสร้างไม่ขยายตัว และในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา กิจการที่ผลิตเหล็กจึงได้ลดกำลังการผลิตลงแล้วถึง 50% และยังมีสต็อคค้างอยู่อีกจำนวนมาก เป็นการสต็อคในช่วงที่เหล็กมีราคาสูงและมีผลขาดทุนเกิดขึ้นด้วย เพราะเหล็กมีแนวโน้มราคาลดลง

     14. ดร.สิงห์ ตั้งเจริญชัยชนะ ประธานที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรมกาญจนบุรี เปิดเผยแนวโน้มผลิตผลทางการเกษตรว่าจะมีปัญหาในเรื่องราคามาก เฉพาะข้าวโพดจะมีราคาลดถึง 15% จากปัจจุบัน ในขณะที่ราคามันสำปะหลังก็จะลดลงอีก

     15. เหตุการณ์ผีซ้ำกรรมซัดเกิดซ้ำเติมชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ โดยนายศิลา วันดี ประธานชมรมประมงพื้นบ้าน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่าชาวประมงในจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับผลขาดทุนกว่า 3,000 ล้านบาท เนื่องจากหอยแคลง หอยนางรม และหอยแมลงภู่ ที่ชาวประมงพื้นบ้านเลี้ยงไว้บริเวณอ่าวบ้านดอนตายเกือบหมดเกลี้ยง ซึ่งเป็นผลมาจากฝนตกหนัก ขอเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยด่วน

     16. นายชูชาติ เถาธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เศรษฐกิจการลงทุน ภาค 5 เปิดเผยว่าโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในภาคใต้ช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาลดลงถึง 12.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน และวงเงินลงทุนลดลงถึง 51.84%

     17. นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยว่ายอดนำส่งเงินรายได้ประจำเดือนพฤศจิกายน 2551 รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้เพียง 1,731 ล้านบาท ต่ำกว่าที่ประมาณการไว้ถึง 6,627 ล้านบาท และถ้านับระยะเวลา 2 เดือนของปีงบประมาณ 2552 รัฐวิสาหกิจทั้งหมดนำส่งเงินคลังเพียง 6,928 ล้านบาท ขาดเป้าไปถึง 11,408 ล้านบาท

     18. ผู้ส่งออกยางพาราไทยเดี้ยงระนาว โดยแหล่งข่าวในวงการส่งออกยางพาราระบุว่า ขณะนี้ผู้ส่งออกยางพาราไทย ซึ่งได้ส่งออกยางพาราไปยังต่างประเทศ ในขณะที่ยางพารามีราคาสูง ระดับกิโลกรัมละ 100 บาท แต่พอส่งไปแล้วราคายางตกต่ำลง และลดลงโดยลำดับ จนขณะนี้เหลือเพียงกิโลกรัมละ 30 กว่าบาทเท่านั้น ทำให้ผู้ซื้อไม่ยอมรับส่งมอบ และไม่ยอมชำระเงิน เพราะไม่ได้ซื้อกันด้วยวิธีเปิด L/C ตามวิธีการค้าสากล ยางพาราจึงกองอยู่ที่ท่าเรือต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ผู้ส่งออกขาดทุนและไม่มีเงินหมุนเวียนที่จะรับซื้อยางพาราอีกต่อไป และรัฐบาลก็มิได้ให้ความสนใจช่วยเหลือเลย คาดว่าในปีการผลิตที่จะถึงนี้ ผู้ส่งออกยางจะไม่มีเงินรับซื้อยาง และทำให้เกษตรกรผู้ทำสวนยางทั่วประเทศขายยางพาราไม่ได้ จะส่งผลกระทบให้ไม่สามารถชำระค่าผ่อนชำระบ้าน หรือรถยนต์ หรือสินเชื่ออย่างอื่นได้

     19. แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลังเปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาราคามันสำปะหลังสูงถึงกิโลกรัมละ 3 บาท เพราะน้ำมันมีราคาแพง ถึง 100 เหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แต่ต่อมาราคาน้ำมันลดลง ราคามันสำปะหลังก็ลดลงด้วย ขณะนี้เหลือราคากิโลกรัมละ 1.80 บาท และเมื่อดูแนวโน้มแล้วอาจจะลดราคาถึงกิโลกรัมละ 1.25 บาท ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังซึ่งเพิ่มจำนวนและเพิ่มการผลิตในปีนี้ต้องขาดทุนล้มละลายทั่วประเทศ และน่าจะเกิดเหตุเรียกร้องต่อรัฐบาลอย่างกว้างขวาง และยังส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยและผ่อนชำระหนี้ต่าง ๆ ด้วย

     รายงานเกี่ยวกับผลกระทบต่อภาคส่วนและด้านต่าง ๆ เราจะนำเสนอต่อไป เพื่อเตือนภัยและให้ทุกภาคส่วนของประเทศได้เตรียมการรับมืออย่างถูกต้อง ทันเวลา โดยในฉบับหน้าจะได้ประมวลแนวทางการรับมือกับวิกฤตทางเศรษฐกิจที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนำมาใช้ เพื่อต้อนรับรัฐบาลใหม่ด้วย.

ขอบคุณ www.paisalvision.com 

โดย paisal

 

กลับไปที่ www.oknation.net