วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

สุจิต บุญบงการ วินิจฉัย คดีซุกหุ้น


"สุจิต บุญบงการ" วินิจฉัย คดีซุกหุ้นง่าย แค่คนคนเดียว "ยุบพรรค อย่าลืมบริบทการเมือง"

สัมภาษณ์

กล่าวกันว่า การเมืองไทยเดินทางมาถึงทางแยกสำคัญอีกครั้งในเดือนพฤษภาอาถรรพ์ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกข้อกล่าวหา "สืบทอดอำนาจ" นักวิชาการบางส่วนฟันธงไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับคุณขอมา

ไม่นับรวม คดียุบพรรคการเมือง ช่วงปลายเดือน ที่ว่ากันว่าสังคมไทยจะวุ่นวายอย่างหนักก็ในช่วงนี้เอง

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์พิเศษ "ศ.ดร.สุจิต บุญบงการ" สภาชิกสภานิติบัญญัติและประธานคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งสภาพัฒนาการเมืองและยกร่างแผนแม่บทพัฒนาการเมือง อดีตคณบดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ และอดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ เสียงข้างน้อยในคดีทักษิณซุกหุ้น ในมุมมองของนักรัฐศาสตร์อาวุโสที่เฝ้าดูการเมืองไทยมายาวนาน


...นี่อาจเป็นอีกหนึ่งมุมมอง ที่คุณจะเห็นการเมืองไทยในช่วงฝุ่นตลบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

- กระแสไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 ไม่ใช่น้อย อาจารย์คิดเห็นอย่างไร

คือ... ประเทศชาติมันต้องมีรัฐธรรมนูญ ถึงแม้เราจะยอมรับความจริงว่ารัฐธรรมนูญไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้หมดทุกอย่าง ดังนั้นถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง ในทรรศนะผมก็คงต้องรับ แล้วก็ไปแก้ไขกัน จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยเห็นด้วยหลายเรื่องในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งผมในฐานะที่เป็นสมาชิก นิติบัญญัติก็จะพยายามเสนอแนวความคิด เพราะขณะนี้ สนช.กำลังประมวลความเห็นที่จะส่งไปยังคณะกรรมาธิการยกร่างว่ามีประเด็นใดบ้างที่ควรปรับปรุงแก้ไข

- นี่จะเป็นทางออกที่ดีกว่าการเลือกที่จะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้

คือมาถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนตัวผม ถ้าไม่รับก็จะเปิดโอกาสให้ คมช. หรือรัฐบาล ไปหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใดมาแก้ไข ซึ่งอาจจะแย่ไปกว่าที่กรรมาธิการยกร่างใหม่มา เพราะเราเดาใจ คมช.ไม่ถูก

- หมายความว่ากรรมาธิการฯน่าจะปรับปรุงตามข้อเสนอแนะจากที่ได้ไปรับฟังมาจากที่ต่างๆ

คือผมไม่ทราบว่า ไปรับฟังมาความคิดเห็นมามันหลากหลายแค่ไหน ถ้าฟังก็จำเป็นที่จะต้องเอามาดู แต่เราก็ต้องยอมรับว่าถ้าจะใส่ข้อคิดเห็นที่มาจากการรับฟังไปหมดทุกเรื่องคงไม่ได้

- เช่นเดียวกับเรื่องการเรียกร้องให้บรรจุพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

ก็รับฟัง แต่จะเอามาใส่หรือไม่ก็ต้องดูว่ารัฐธรรมนูญเป็นที่ที่จะบัญญัติตรงนี้ไว้หรือเปล่า การที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมรับพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่มันไม่ใช่เป็นที่ที่จะมาเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

- ท่ามกลางสังคมที่แตกแยก การทำประชามติ ไม่ใช่เรื่องง่าย

ผมยอมรับว่า ขณะนี้ประชาชนมีความแตกแยกค่อนข้างรุนแรง แต่เมื่อมาถึงจุดนี้มันก็ต้องพยายามผลักดันรัฐธรรมนูญออกมาใช้ให้ได้ และต้องพยายามให้มีหลักที่ชัดเจนว่า การใช้อำนาจของรัฐก็ดี การเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ดี มันควรจะมีมาตรการยังไง

- ดูเหมือนทุกคนจะรอลุ้นให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อลดวิกฤตปัญหาบ้านเมือง

มันยังมีเงื่อนไขต่างๆ อีกเยอะ ผมคิดว่า ในระยะเวลาที่เหลือก่อนจะไปถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า ผู้ที่รับผิดชอบต้องพยายามทำอย่างไรที่จะให้รัฐบาลใหม่ที่ได้มาจากการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลที่ดีกว่าในอดีต แล้วก็เป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้

- รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจนำไปสู่รัฐบาลผสมหลายพรรค เช่นในอดีตที่ผ่านมา

คือผมไม่คิดว่าบ้านเมืองเราจะต้องมีพรรคจำนวนน้อยหรือจำนวนมาก เรื่องจำนวนมันไม่เป็นปัญหา เพราะถ้าเรามีพรรคการเมืองน้อยพรรค มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็งอย่างมาก แต่พรรคนั้นโกง ยิ่งเข้มแข็งมากแล้วโกงเอาออกลำบากด้วย ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่

ดังนั้นมันไม่ได้อยู่ที่พรรคใหญ่พรรคเล็ก หรือรัฐบาลผสมหรือไม่ผสม แน่นอน คนก็ไม่ค่อยอยากได้รัฐบาลผสม เพราะว่าในอดีตมันส่อให้เห็นถึงความอ่อนแอ แต่ถ้าดูสมัยรัฐบาลนายกฯทักษิณ จะเห็นว่ามีการปรับคณะรัฐมนตรีอยู่เรื่อยๆ คนบอกว่ารัฐบาลทักษิณมั่นคง แต่จริงๆ ไม่มั่นคง (นะ) เพราะปรับ ครม.อยู่เรื่อย นี่แสดงให้เห็นว่าการเป็นพรรคใหญ่มันไม่ได้บอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ แต่มันอยู่ที่ว่าเราได้รัฐบาลที่มีความน่าไว้เนื้อเชื่อใจได้แค่ไหน ผมคิดว่ารัฐบาลที่ดีก็คือรัฐบาลที่มีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ต้องซื่อสัตย์ จะมากี่พรรคก็ไม่เป็นไร

ถ้าให้ผมเลือกว่า เป็นรัฐบาลผสมแต่ดี กับรัฐบาลที่ไม่ผสมเลยแต่ไม่ดี ผมเอารัฐบาลผสมที่ดี ดีกว่า อาจจะอยู่ในตำแหน่งไม่นานก็ไม่เป็นไร เพราะเราก็มีปัญหาอย่างนี้อยู่เรื่อยๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ประเทศชาติล่มจม ที่ทำให้ประเทศชาติล่มจมก็คือ พรรคการเมืองที่มันเข้มแข็งอยู่พรรคเดียวแล้วก็ไม่ซื่อสัตย์ต่างหาก

- ในฐานะที่เคยเป็นอดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มองคดียุบพรรคอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับคดีซุกหุ้น

คือคดีซุกหุ้นมันชัดเจนว่าเป็นเรื่องของตัวบุคคล แม้ว่าผมจะมีความกดดันแต่ผมก็วินิจฉัยได้ง่าย คือข้อมูลมันบอกว่าซุกจริงก็ต้องพ้นตำแหน่ง แต่เผอิญผมเป็นเสียงข้างน้อย แต่กรณีการยุบพรรคมันมีผลกระทบเยอะ แล้วมันต้องคิดให้รอบคอบทั้งในแง่กฎหมายและการเมือง

ตอนคดีซุกหุ้นนายกฯทักษิณพยายามจะสร้างกระแสว่าอย่าเอากฎหมายเป็นตัวตัดสินอย่างเดียวแต่ให้คำนึงถึงการเมืองด้วย เขาพยายามสร้างกระแส คล้ายกับเขายอมรับว่าเขาผิด เขาใช้คำว่าบกพร่องโดยสุจริต ซึ่งถ้าตีความในแง่กฎหมาย เขาก็ต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่เขาสร้างกระแสว่า เขาพึ่งมารับตำแหน่ง ควรจะให้เขาอยู่ในตำแหน่งต่อไป เขาได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน เป็นการพยายามที่จะบอกว่าให้เอาประเด็นทางการเมืองมาช่วยพิจารณา

ส่วนในเรื่องยุบพรรค ผมกำลังมองว่านายกฯทักษิณเขาก็เก่งในการที่จะสร้างกระแส ตอนซุกหุ้นเขารู้ว่าเขาผิดในแง่กฎหมาย เขาก็สร้างกระแสว่าให้เอาการเมืองมาตัดสิน แต่พอมีเรื่องขายหุ้นให้กับเทมาเส็ก เขาก็สร้างกระแสว่าให้ยึดหลักกฎหมาย อย่าไปมองในแง่การเมือง เพราะเขาทำถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ดังนั้นในเรื่องยุบพรรค ผมอยากให้มองประเด็นการเมืองด้วย เพราะว่ามันไม่ได้กระทบตัวคนๆ เดียว แต่มันกระทบองคาพยพใหญ่ทางการเมือง

- แต่คดียุบพรรคที่มีผลกระทบอย่างมาก จะให้น้ำหนักอย่างไรระหว่างรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์

ก็ต้องดูข้อกฎหมายเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตีความของตุลาการว่าจะตีความกฎหมายอย่างไร เช่น ทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตย การตีความก็คือแค่ไหนเป็นปฏิปักษ์ ดังนั้นการตีความจึงต้องคำนึงถึงบริบททางการเมืองด้วย

- มีคนเสนอให้แก้วิกฤตประเทศไทย ด้วยการนิรโทษกรรมซึ่งกันและกันระหว่างอำนาจเก่าและอำนาจใหม่ เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาบ้านเมืองจะวุ่นวายไม่จบ

ผมว่าตอนนี้ต้องเอาความถูกต้องเป็นหลัก ถ้าผู้ที่เคยอยู่ในอำนาจรัฐมาก่อน มีความผิดมาก มันก็คงต้องมีการชำระสะสางกัน แต่ถ้าเป็นความผิดที่ไม่รุนแรงนักก็ประนีประนอมกันได้ แต่ผมตั้งข้อสังเกตว่าการที่คุณทักษิณไม่ยอมประนีประนอม ก็เป็นการชี้ให้เห็นว่าเขารู้ตัวว่าเขาอาจจะโดนหนัก เพราะว่าเขาทำอะไรไว้เยอะก็ได้ แล้วอีกฝ่ายก็บอกว่าถ้าทำไว้เยอะแล้วจะประนีประนอมทำไม ก็ลำบาก

แต่ถ้าทำไว้ไม่เยอะก็อาจจะบอกว่าสมานฉันท์กันได้ แต่ถ้าคุณทักษิณผิดมาก ทั้งในแง่กฎหมายทั้งในแง่ความถูกต้องเรื่องคุณธรรมจริยธรรมด้วย มันก็คงลำบาก ก็ต้องเอาความถูกต้องไว้ก่อน

ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 07 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3894 (3094)
หน้า 44
 

โดย DinSor

 

กลับไปที่ www.oknation.net