วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ยุติธรรมอำพราง


ยุติธรรมอำพราง ความอัปยศของกระบวนการยุติธรรม

                หลังจากต่อสู้คดีมากว่า 1 ปี  นาย......  ชายชราวัย 80 ปี  หอบหิ้วสังขารอันประกอบไปด้วย โรคเบาหวาน โรคความดัน  และเบื้องหลังอันมีภรรยา ที่เป็นอัมพาต เดินทางจากเกาะกลางทะเลเทียวไปเทียวมาขึ้นศาลอยู่เป็นแรมปี  ด้วยความเชื่อที่ว่า ความเป็นจริงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรยอมรับและพึงปฏิบัติ และด้วยหวังความยุติธรรมจากศาลอันเป็นที่สถิตแห่งความยุติธรรมในแผ่นดินนี้

                วันแรกที่ได้เหยียบย่ำบนผืนแผ่นดินนี้ใน พ.ศ. 2509  หลังจากเก็บเงินที่แลกมาจากหยาดเหงื่อได้จำนวนหนึ่งไปซื้อมาจากญาติ โดยหวังว่าจะเป็นผืนแผ่นดินไว้สำหรับลูกหลานอาศัย รวมทั้งหวังว่าเป็นผืนแผ่นดินที่โอบอุ้มตัวเองยามที่ถึงเวลาเดินทางไปหาพระเจ้า  ที่ผืนนี้เป็นที่สวย มองเห็นทะเลได้ไกลสุดตา เขาได้เริ่มปลูกต้นยางพาราสลับกับต้นมะพร้าวที่เจ้าของเดิมปลูกไว้ซึ่งตอนนี้มันสูงมากจนไม่มีปัญญาจะปีนขึ้นไปเก็บผลมาใช้ประโยชน์ได้ คงต้องรอให้สุกและตกลงมาเองตามธรรมชาติ 

                คืนวันได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ  ยางพาราที่เคยปลูกไว้ใน พ.ศ. 2509  เริ่มหมดสภาพที่จะให้น้ำยางได้ ชายชราและลูกชาย ได้ช่วยกันตัดต้นยางที่หมดสภาพออกเพื่อเตรียมที่จะปลูกใหม่ ทดแทน ในขณะที่อาชีพประมงถูกรุกรานจากเรือประมงขนาดใหญ่ไม่สามารถเอาชีวิตไปฝากไว้กับทะเลได้อย่างที่เคยเป็นมาตลอด 

แล้ววันเวลาของชายชราก็มาถึง  มีหมายศาลแจ้งไปยังบ้านบอกว่าให้ไปที่โรงพักในตัวอำเภอ เพื่อรับทราบว่าตัวเองได้ตกเป็นผู้ต้องหา ในคดีบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ชายชราที่กลายเป็นผู้ต้องหาเริ่มทบทวนตัวเองอย่างเงียบ ๆ  อุทยานแห่งชาติ คำนี้เขาทราบดีว่าเป็นหน่วยงานของราชการหน่วยหนึ่งที่มีที่ตั้งอยู่บนฝั่งริมหาดทรายที่สวยงาม หน่วยงานนี้เข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตของแกตั้งแต่เมือไหร่ ตั้งแต่ พ.ศ.2509 มาแล้วที่แกได้ทำกินบนพื้นแผ่นดินนี้ ไม่เคยมีใครมาแจ้ง บอก ให้ทราบว่าจะผิดกฎหมาย จะโดนดำเนินคดี  อุทยานมีที่ตรงไหนบ้าง ทำไมที่ของแกต้องเป็นที่เดียวที่โดนคดี คำถามมากมายเกิดขึ้นกับชายชราผู้นั้น  ตลอดเวลาหลายวันที่ต้องทบทวนตัวเองมาตลอด ภายใต้ถามถามว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้

                นอกจากเวลาที่ต้องมาพบหมอตามหมอนัดในแต่ละเดือนแล้วนาย...... ชายชราผู้นี้ต้องมาที่ศาลยุติธรรม เพื่อให้ปากคำในศาลที่ตัวจังหวัด ในศาลนี้เองทำให้ทราบว่า นอกจากข้อหาที่แจ้งเรื่องบุกรุกอุทยานแล้ว ยังมีข้อหามีไม้หวงห้ามในครอบครอง  ชายผู้ชรา เริ่มตั้งข้อสงสัยในเจ้าหน้าที่อุทยานว่าคิดอย่างไร   ชายวัย 80 ปี เรียวแรงที่จะหยิบฉวยจอบ พร้า แทบจะไม่มี แต่กลับถูกแจ้งข้อหาทำไม้ ความเป็นจริงมันเป็นอย่างไรกันแน่

                18  ธันวาคม 2551  หลังจากสอบปากคำมานับเป็นเวลาแรมปีศาลก็นัดอ่านคำพิพากษา  ตรงหน้า ผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาอย่างรวดเร็วจนแทบฟังไม่ทัน แต่ประโยคหนึ่งที่ฟังได้อย่างชัดเจนละจำอย่างขึ้นใจ ศาลผู้เป็นตัวแทนแห่งความยุติธรรมอ่านดังนี้  “เนื่องจากการสืบพยานทางเจ้าหน้าที่และหลักฐานในพื้นที่พบว่าทางอุทยานแห่งชาติไม่มีการแสดงอาณาเขตอย่างชัดเจนว่าในบริเวณไหนเป็นแนวเขตของอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งนาย ........  ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง  แต่ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าจะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่นั้นเป็นของจำเลยอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่” 

ชายชราดีใจมาก ที่ไม่ต้องติดคุก เขาเดินออกมาจากศาลยุติธรรมอย่างช้า ๆ   เสียงอ่านคำพิพากษายังก้องอยู่ในหู  “เนื่องจากการสืบพยานทางเจ้าหน้าที่และหลักฐานในพื้นที่พบว่าทางอุทยานแห่งชาติไม่มีการแสดงอาณาเขตอย่างชัดเจนว่าในบริเวณไหนเป็นแนวเขตของอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งนาย ........  ได้ใช้พื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน ศาลจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้อง  และห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวจนกว่าจะพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่นั้นเป็นของจำเลยอย่างที่กล่าวอ้างหรือไม่”   

ชายชราเดินออกมาจากศาลพร้อมกับคิดว่าจะกลับไปบอกกับลูกเมียที่บ้านอย่างไรดี ..................????

 

                                              

โดย sakai

 

กลับไปที่ www.oknation.net