วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักเลงอานาปา


                        ผู้ที่ปฏิบัติอานาปนสติอยู่เสมอ หรือนักสมาธิ หรือนักเลงอานาปา ต้องมีการเตรียมการก่อนฝึก ท่านพุทธทาสเล่าว่า ควรมีการตระเตรียมดังนี้

 

                        เตรียมสิ่งแวดล้อม คือหาโอกาส เวลา และสถานที่ที่เหมาะเท่าที่จะหาได้ ไม่จำเป็นว่าจะเป็นที่ไหน เมื่อไหร่ ขอเพียงมีใจคิดอยากฝึก และพอมีเวลาอยู่บ้าง ก็ฝึกได้เลย บ้าน หรือสถานที่อึกทึกก็สามารถฝึกได้

                        เตรียมร่างกาย ร่างกายต้องไม่ร้อน ไม่หนาว ไม่เหนื่อยเกินไป และต้องมีการเตรียมจมูกด้วย โดยใช้น้ำล้างจมูก คือ “ สูดน้ำเข้าไป เอาน้ำใส่ใจกลางมือ สูดเข้าไปแล้วสั่งออกมา ก็สูดเข้าไปแล้วสั่งออกมา ก็ทำให้จมูกดี ดีกว่าธรรมดาสำหรับที่จะทำอานาปนสติ ” ( หน้า ๒๓ ) 

                        เตรียมอารมณ์ เรื่องใดที่รบกวนจิตใจต้องสลัดมันทิ้งไปเสียก่อน ( แต่บางเรื่องที่กวนใจมากๆ ดิฉันก็สลัดไม่ค่อยหลุดค่ะ น่าจะเรียกว่าพวกรู้แต่ทฤษฎี แต่ทำได้ไม่ได้อย่างที่รู้  )

                        เตรียมท่าปฏิบัติ ท่าปฏิบัติที่เหมาะที่สุดคือท่านั่งขัดสมาธิ เพราะมั่นคง ไม่ล้มง่าย จึงควรฝึกนั่งขัดสมาธิไว้ แต่ถ้าไม่สะดวก จะเป็นท่าใดก็ได้ ไม่ว่านั่ง ยืน นอน เดิน และเมื่อเริ่มปฏิบัติ ควรเริ่มด้วย การลืมตาเพ่งปลายจมูก เพราะ “ เพื่อตาไม่ร้อน และบังคับจิตได้ดีกว่า แล้วก็รู้เถอะว่า พอมันเป็นสมาธิ พอมันเริ่มเป็นสมาธิ เข้าถึงขั้นที่เป็นสมาธิแล้ว มันหลับของมันเอง ตามันหลับของมันเอง แม้ว่าเราจะตั้งต้นด้วยการลืมตา ในที่สุดมันก็หลับของมันเอง( หน้า ๓๐ ).......ลองดูซิ ลืมตาแต่มองอยู่ที่ปลายจมูก มันก็ไม่เห็นอะไร มันมีผลเท่ากับหลับตาครึ่งหนึ่งแล้ว แล้วมันบังคับจิตแรงกว่าที่จะหลับตา แล้วโดยมากหลับเลย ง่วงเลยหลับไปเลย ถ้าตั้งต้นด้วยหลับตามักจะง่วงและหลับไปเลย มันก็ล้มละลาย ถ้าตั้งต้นด้วยการหลับตา” ( หน้า ๓๑ )

เตรียมลมหายใจ การเตรียมลมหายใจนี้แบ่งเป็น ๔ ขั้นคือ

รู้จักลมหายใจยาวทั้งหมด เรียนรู้ลมหายใจยาวทั้งยาวมาก ยาวน้อย ยาวกำลังพอเหมาะ ยาวหยาบ ยาวละเอียด หรือยาวกลางๆ แล้วเลือกลมหายใจที่รู้สึกสบายมาใช้ในการกำหนดลมหายใจเข้า – ออก

รู้จักลมหายใจสั้นทั้งหมด ศึกษาเช่นเดียวกับลมหายใจยาว สังเกตความแตกต่างของลมหายใจยาว และสั้น หายใจสั้นอย่างไร “ ใจคอจึงยังปกติเหมือนลมหายใจยาว ลมหายใจยาวให้ความเป็นปกติอย่างไร เราก็สามารถที่จะมีความปกติชนิดนั้นได้ ..... ถ้าบังคับได้จริง จะมีเสียงดังบ้างเป็นธรรมดา มีเสียงดังปิ๊ดๆบ้างเป็นธรรมดา ” ( หน้า ๓๗ )

รู้จัก “ กายทั้งปวง ” กาย แปลว่าหมู่ กายในที่นี้คือกายเนื้อ “ เนื้อหนังเรานี่ ” และกายลม หรือหมู่แห่งลม ขั้นนี้ใช้คำว่ากายเพื่อให้ครอบคลุมถึงกายเนื้อด้วย เพราะ “ เนื้อหนังเรานี้ถูกหล่อเลี้ยงด้วยลม หรือกายลม ที่เรียกว่า ปราณ ลมปราณ ลมหายใจนี้เรียกว่าลมปราณ คือลมแห่งชีวิต ลมเพื่อชีวิต มันหล่อเลี้ยงกายเนื้อ มันสัมพันธ์กันอยู่อย่างลึกซึ้ง อย่างที่นอกความรู้สึก หรือนอกการบังคับ ( หน้า ๓๙ )

เนื่องจากกายลม  “ มันปรุงแต่งกายเนื้อ จึงเรียกมันว่า กายสังขาร ลมหายใจมีชื่อใหม่ว่ากายสังขาร คือสิ่งที่ปรุงแต่งกาย ”

ในขั้นนี้ศึกษาว่าลมหายใจลักษณะไหน ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร เช่นถ้าลมหายใจหยาบ ร่างกายจะกระสับกระส่าย ถ้าลมหายใจละเอียด ร่างกายจะสงบระงับ เราจึงสมารถบังคับกายเนื้อได้โดยผ่านทางกายลม “ บังคับลมหายใจให้ละเอียด กายเนื้อมันก็ละเอียด ลมหายใจสงบ กายเนื้อหนังก็สงบ เรียกว่าบังคับโดยอ้อม บังคับโดยผ่านทางลม หรือกายลม ” ( หน้า ๔๑ )

ซึ่งอานิสงส์ของความสงบในขณะฝึกอานาปนสตินี้ ท่านพุทธทาสว่า “ เมื่อทำสำเร็จประโยชน์ จนมีคุณประโยชน์ อานิสงส์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว ก็อาจจะรักษาอานิสงส์ คือความสงบนั้นไว้ได้ในทุกอิริยาบถ” ( หน้า ๙ )

                        ทำกายสังขารให้ระงับ ทำให้เกิดสมาธิ หายใจเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ก็รู้สึกอยู่ตลอดเวลา “ คำว่าให้สงบระงับ มันก็บอกอยู่แล้วว่าให้มันไม่หยาบ ให้มันละเอียด ให้มันสงบ ให้มันระงับ มีวิธีใดที่จะทำให้ลมหายใจระงับแล้วก็ทำ เมื่อลมหายใจสงบระงับแล้ว กายทั้งหลายก็สงบระงับ เกิดความสงบระงับเกิดขึ้นในระบบกาย บังคับเป็นชั้นๆ ให้ละเอียดให้สงบ ระงับเป็นชั้นๆ มันจึงต้องทำอารมณ์สำหรับบังคับเป็นชั้นๆ” ( หน้า ๔๕ )

                        สำหรับการจะบังคับลมหายใจให้สงบระงับ อยู่ในการฝึกอานาปนสติทั้ง ๔ หมวด ๑๖ ขั้น ขอเก็บไว้เล่าทีหลังนะคะ เพราะรู้สึกว่า entry นี้เริ่มจะยาวมากแล้ว

................................................................

อ้างอิง : พุทธทาสภิกขุ อานาปนสติ การหายใจที่ดับทุกข์ได้ ( คู่มือการปฏิบัติอานาปนสติสมบูรณ์แบบ ) ธรรมสภา ๒ – ๖ ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ๑๐๑๗๐

โดย ณัฐรดา

 

กลับไปที่ www.oknation.net