วันที่ อังคาร พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การเดินทางของจินตทัศน์ ศิลปะร่วมสมัย โชคชัย ตักโพธิ์


 ศิลปะเป็นเครื่องมือและวิธีการถ่ายทอดกลวิธีสื่อความรู้สึกนึกคิดสะท้อนและตั้งคำถามเกี่ยวกับภาวะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ทางสังคมธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้รูปแบบวิธีการเฉพาะแต่ละอย่าง

การเดินทางของจินตทัศน์

ศิลปะร่วมสมัย "โชคชัย ตักโพธิ์"
ครู คศ.3 คณะศิลปกรรม
วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี

    ดังนั้น การศึกษาพิจารณาสาระทางโลกกับทางธรรม จึงเป็นการศึกษาภาวะความเจริญคู่ขนานเหมือนรางรถไฟคู่ขนานที่เป็นทั้งเครื่องมือและวิธีการ  นำพาขบวนรถไฟไปสู่จุดหมาย   จุดหมายสันติภาพประชาธิปไตย ความเป็นธรรมบนฐานการสร้างสรรค์ศิลปะตามฐานความงาน ความดี ความจริงควรเริ่มต้นจากการรู้จักตนเอง ภาวะสันติภาพที่แท้จริง เริ่มต้นจากจิตสำนึกด้านในในจิตใจตนเอง อันทำให้เราตระหนักการเห็นโทษการเบียดเบียนตนเองและผู้อื่น และเราปรารถนาให้ผลงานศิลปะเป็นอาหารปลอดสารพิษที่มีรสชาติแสดงออกตามเดิมของมัน "คำ" ในทางของสันติภาพประชาธิปไตยและความเป็นธรรม เป็นสมมุติภาษาที่เราให้เรียกดอก - ผล อันงอกงามออกมาตามกิ่ง ก้าน สาขาของลำต้น ผมคิดว่า ผลควรเป็นต้นไม้ที่หาวิธีพัฒนาตนเองให้เจริญงอกงามตามพื้นที่  

           แนวทางการทำงานศิลปะร่วมสมัยของโชคชัย จึงสอดคล้องกับแนวคิดแบบพุทธ   ในเรื่องการเผื่อแผ่และนัยสำคัญของการเผยแพร่เป็นอย่างยิ่ง     ผลงานศิลปะจึงมิใช่การ "อวด" แต่เป็น "เอหิปัสสิโก"   คือ ชวนให้เชิญกันมาดู มาร่วมสัมผัส ความปิติปราโมทย์ล้ำลึกกับผลงานเพื่อพัฒนาคุณภาพนั้น  โดยโยงข้อคิดมาจากภาวะความเจริญของต้นไม้ที่เติบโตจากราก    และ "ราก" ฐานที่ว่านี้ก็มีจุดเริ่มต้นจากความเงียบ ด้านในเมล็ดพื้นสร้างสรรค์ ซึ่งมันค่อย ๆ ปล่อยให้  เปลือกหุ้มตนเองค่อย ๆ แตกออก ตามลำพัง

   แนวทางการทำงานของโชคชัย ได้ประพฤติปฏิบัติตามนัย พุทธวัจนะ จากพระธรรมบทความว่า "ชาวนาไขน้ำเข้านา ช่างธนูดัดคันศร บัณฑิตฝึกฝน" แต่แนวทางพัฒนาตนเอง ได้ใช้หลักธรรม "ฉันทะ" ความพึงพอใจทำงานให้บรรลุเป้าหมาย อันเกิดจากแรงจูงใจภายในโดยเปรียบเทียบความสุขของแรงจูงใจภายในที่ว่านี้ เหมือนกับการเดินทางของหนอนที่เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นผีเสื้อแสนสวย ซึ่งสามารถบินได้เองทันทีเมื่อมันโผล่ออกมาจากคราบดักแด้

   จึงมิแปลกที่จะเห็นว่างานที่ออกมานั้นอยู่บนรากความเชื่อที่ผื่นกระบวนการสร้างสรรค์ศิลปะเป็นเครื่องบันทึกสภาวะ ร่องรอย การเข้าถึง จิตสัมผัส ความรู้ตามจริง ของสภาวะนามธรรม และสาระนัยนามธรรมแต่ละชาติ ทำให้เราทุกคนรู้สึกได้เอง  ทางญาณทัศนะที่ก่อปัญญาสร้างสรรค์ "รูปแบบ -เนื้อหา" เฉพาะทางเพื่อุถ่ายทอดจินตทัศน์ สื่อภวังค์ ความฝัน เรื่องราว ความเชื่อ ตามช่วงชั้น

    เขาเชื่อว่า การทำงานศิลปะเป็นอันเดียวกับช่วงชั้นการปฏิบัติธรรม ตามฐานเดิมของ ศิล - สมาธิ - ปัญญา รวมกำลังเป็น "สัมมาสมาธิ" อันเป็นกริยาประชุมพร้อมเพรียงกันขององค์แห่ง มรรค - นับเนื่องในมรรค "ความตั้งเด่นของจิต" มีตัวบ่งชี้จากความรู้สึกที่เราทุกคน "รู้สึก" ได้เองเกี่ยวกับ อาการนาม ภาวะตั้งมั่น (ว่องไว แข็งแรง) บริสุทธิ์ (มีพลัง) ผ่องใส (สงบซึ้ง) โปร่งโล่ง (ปลอดโปร่ง) ปราศจากสิ่งมัวหมอง (ความพอดี) นุ่มนวล (ความงาม) ควรการงาน (ความดี ความจริง)

สาระของญาณทัศนะที่ว่านี้ มันผสมผสาน "ซ่อนตัว" อยู่ใน "รูปแบบ - เนื้อหา" ความตั้งอยู่ของธาตุทั้งสี่ ดิน (หนักแน่ - แผ่ขยาย) น้ำ (เอิบอาบ - ดูดซึม) ลม (สั่นไหว - เคลื่อนไหว) ไฟ (อบอุ่น - ร้อน)

    การรับรู้เชิงซ้อนของธาตุทั้งสี่ จึงได้สร้างสรรค์ "รูปแบบ - เนื้อหา" ขึ้นตัวตน ขึ้นเหนือตัวออกมา ตามนัยสัมพันธ์ของกระบวนการ ลด - เพิ่ม - เติม - สร้าง อันสะท้อนจุดเด่นหลัก - รอง ตามฐานเดิมของอุปทานทั้งสี่ ความยึดรูป ยึดความคิดเห็น ยึดวิธีการยึดอัตตาและวิมุติ และเครื่องมือถอดนัยนามธรรมของความรู้สึกตามจริงทั้งห้านี้ คือ แนวทางสร้างสรรค์ที่เรียกว่า "หหุนิยมศิลปะ" เชิงแบบแผน เชิงปัญญา เชิงบูรณาการ

       ความรู้เทคนิค - วิธีการที่โชคชัยสร้างสรรค์ ได้แก่ เทคนิคเฉพาะทาง เช่น สีน้ำ สีอะคริลิค สีน้ำมัน ดินสอถ่าน เครยองต์ ฯลฯ เทคนิคผสมผสาน และเทคนิคสื่อผสม ได้ให้ความรู้สึกอย่างลงตัวทุกมุมมอง มิใช่เป็นเพียงความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ให้คติเชิงปรัชญาที่มีความหมายลุ่มลึกอีกด้วย

  แนวทางการบูรณาการ "ความรู้สู่ความรู้" โชคชัย ใช้คำว่าขออนุญาต "ผู้รู้" ทั้งหลายขอเรียกว่าแนวทางบูรณาการนี้ว่า "เซ็น แบบพุทธเถรวาท" อันประยุกต์ข้อคิดจากนักปราชญ์ราชบัณฑิตหลายท่าน โดยเฉพาะคำสอนธรรมของพระโพธิญาณ เถระ (หลวงพ่อชา สุภัทรโท, วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี) ซึ่งได้รับสมัญญาว่า อาจารย์ "เซ็น" แห่งเถระวาทของภาคอีสาน (อัตชีวประวัติ พุทธทาสภิกขุ, 2/2535:373) และขั้นตอนสร้างสรรค์ที่ว่านั้น มีนัยสำคัญอันสัมพันธ์ "หลัก" หลักปัญญาสร้างสรรค์ศิลปะสองประการ

ขั้นแรก เป็นขั้นหลัก - ความจริง เป็นนัยสำคัญของภาวะการรับรู้ตามจริง ซึ่งออกมาจากฐานเดิมของ "อุปทาน" แต่ละชนิด อันทำให้เรารู้จักแยกความจริงตามทฤษฎี (สัมมาทิษฐิ) "ออกจาก" ความจริงตามธรรมชาติ (สัมมาสังกัปปะ) ทำให้สติ - ปัญญา เข้าถึงฐานความจริงเดิม (อุปทานนั้น ๆ )ที่ก่อ "ธรรมปัญญา" ปรับตัวให้เกิดความ "พอดี" ต่อเป้าหมาย วิธีการที่ก่อประกอบกิจสร้างสรรค์

               หลักปัญญาขั้นสอง เป็นการดำเนินการ "ดึงความจริง" (การรับรู้) ไปหาวิธีการปฏิบัติสร้างสรรค์ ตามลำดับ 1. ความรู้ เทคนิค - วิธีการแสดงออก 2. การจัดการฐานความรู้สู่ความรู้ (ลด- ตัด - ทอน) 3. การประยุกต์ (เติม สร้าง ขยาย) เป้าหมาย วิธีการ (ในตัวเอง) ของผลงานศิลปะในฐานของสื่อเชิงซ้อนสามด้าน 1. คุณสมบัติภายใน 2. คุณสมบัติภายนอก 3. คุณสมบัติภาวะวิสัยร่วม เน้นคุณค่าจริยธรรมเชิงบวก

    ซึ่งในที่สุดผลงานของ โชคชัย ตักโพธิ์ แห่งคณะศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการรางวัล มนัส เศียรสิงห์ "แดง" HONERARY RED ART AWARD ครั้งที่ 2/2549 สถาบันปรีดีพนมยงค์ ในฐานะศิลปินทัศนศิลป์ดีเด่นทางด้านสันติภาพประชาธิปไตยและความเป็นธรรม ดังคำประกาศเกียรติคุณท้ายนี้

คำประกาศเกียรติคุณ
นายโชคชัย ตักโพธิ์
ศิลปินพื้นบ้านอีสาน สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม)

            นายโชคชัย ตักโพธิ์ เกิดวันที่ 17 พฤศจิกายน 2496 ณ อำเภอศรีสงคราม จังหวัด นครพนม ปัจจุบัน อายุ 50 ปี สำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขาภาพพิมพ์ จากโรงเรียนเพาะช่าง รุ่นที่ 1 ต่อมาในปีการศึกษา 2514 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาจิตรกรรมสากล จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตเพาะช่าง ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนประจำคณะศิลปกรรม วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี
          นายโชคชัย ตักโพธิ์ เป็นศิลปินอีกท่านหนึ่งในภาคอีสาน ที่มีผลงานสร้างสรรค์โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ มีวิวัฒนาการความคิดและกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ศิลปะที่สะท้อนความคิด สติปัญญา และวิถีชีวิตของผู้คน สะท้อนการต่อสู้และยืนหยัดความชอบธรรม ความเป็นเสรีชนใยุคแสวงหา 14 ตุลาคม 2516 เป็นแรงขับให้สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะที่แสดงออกมาอย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นการนำเอาสี ดิน ไม้ ผ้า วัสดุสำเร็จ นำมาผสมผสานเพื่อสร้างเป็นสะพานให้สื่อความคิดไปถึงผู้ชม โดยมิใช่ตีกรอบ ตีเส้น เป็นการบูรณาการความรู้ ความคิดและกระบวนการมองโลกที่เป็นภาพที่ซับซ้อนในหลายมิติสะท้อนให้เห็นว่าโลกมีพลวัตรและการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เมื่อกล่าวถึงผลงานชิ้นโดดเด่น เช่น

        นิทรรศการชุด "วัดหนองป่าพง" ซึ่งเป็นผลงานที่ได้สร้างสรรค์ขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2542- 2545 มีเนื้อหาตามแนวคิดพุทธปรัชญา โดยท่านได้แรงบันดาลใจจากการได้เข้าไปสัมผัสความสงบร่มเย็นของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ผลงานของท่านชุดนี้ได้นำหลักคิดทางพุทธศาสนา มาวิเคราหะห์ตีความทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนาธรรมร่วมสมัยได้อย่างมีคุณค่า

       หรือนิทรรศการผลงานชุด "ผาแต้ม แต้มสี" ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างสรรค์ในช่วง พ.ศ. 2538-2545 เป็นการสะท้อนทัศนธรรมชาติเกี่ยวกับดินแดนก่อนประวัติศาสตร์ ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราววิถีชีวิตมนุษย์โบราณบนผนังถ่ำ ณ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเทคนิคสีน้ำมันและถ่านเครยอง ผลงานที่นายโชคชัยเขียนมิได้เป็นเพียงแค่ภาวะทิวทัศน์ธรรมดาแต่แฝงไปด้วยความลึกซึ้งในพุทธปัญญา

          การพินิจพิจารณาสิ่งที่กำหนดรับรู้ในพุทธธรรม จากภาพอดีตที่เคยร้อนแรง และยืนหยัดเพื่อความชอบธรรม สำหรับวันนี้ คือ ความเงียบสงบ เป็นภาพสะท้อนผลงานและบุคคลที่นี่ชื่มชมของครูศิลปะชาวอีสานวัย 50 ปี ท่านนี้ได้อย่างแจ่มชัด นอกจากนี้ในการประกวดประชันการแห่เทียนเข้าพรรษาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี ก็มีครูศิลปะโชคชัย ตักโพธิ์ เป็นผู้มีบทบาทนำศิลปะประดิษฐ์สร้างเทียนพรรษาอันวิจิตรอลังการ เป็นที่กล่าวขานทั่วไป

       จากเกียรติคุณ การสร้างผลงานด้านศิลปะเชิงพุทธปรัชญา ที่ได้คุณค่าให้แผ่นดินอีสานเป็นดินแดนแห่งธรรมและความสงบร่มเย็นจนเป็นที่ปรากฎในสังคม

       นายโชคชัย ตักโพธิ์ จึงสมควรได้รับการ "เชิดชูเกียรติเป็นศิลปินพื้นบ้านอีสานสาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2546" จากสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีประโยชน์ต่อท้องถิ่นอีสานและประเทศชาติสืบไป

โดย สัจจโชติ

 

กลับไปที่ www.oknation.net