วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อัมพวา : วิถีชีวิต หรือ การแสดง


ทำไมตลาดน้ำ ตลาดโบราณ ตลาดร้อยปี จึงได้รับความนิยมมากมาย กลายเป็นจุดขายเชื้อชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสบรรยากาศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็น ตลาด 100 ปี สามชุก จ.สุพรรณบุรี, ตลาดคลองสวน 100 ปี จ.สมุทรปราการ,  ตลาดบ้านใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา, ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ. ราชบุรี , ตลาดน้ำอัมพวา จ.สมุทรสงคราม

เสาร์-อาทิตย์ คึกคัก วิถีอัมพวา

ซื้อของที่ โลตัส, คาร์ฟู, แมคโค, บิ๊กซี ก็ได้ แต่ไม่ได้ความรู้สึก รับรองว่า แคชเชียร์ ไม่มีเวลามายืนคุย ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเป็นแน่ ถ้าเป็นตลาดชาวบ้าน หรือ แม้แต่ตลาดนัด ที่เร่ขายของไปตามสถานที่ต่างๆ ในย่านชุมชน ผู้คนรู้จัก ลดได้ ต่อได้ แถมได้ ผูกญาติเป็น พี่ ป้า น้า อา

ความสัมพันธ์ ความรู้สึกตรงนี้แหล่ะ ที่ขาดหายไป ความทันสมัย ความเจริญเข้ามาแทนที่ความผูกพันธ์ระหว่างมนุษย์ วัฒนธรรมดิจิตอล ไม่ได้ตอบสนองด้านจิตใจ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ยังคงต้องการสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ผูกพันตัวตนกับสังคม ชีวิตในสังคมเมือง กลับทำให้คนเมืองโหยหาอดีตมากขึ้น อยากสัมผัส อยากเป็นส่วนหนึ่ง วัฒนธรรมและอดีตกลายเป็นเรื่องที่นำมาขายกัน

กินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านข้างบ้าน กับ กินก๋วยเตี๋ยวเรือ จากแม่ค้าในคลองอัมพวา รสชาดก็งั้นๆ แต่ต้องไปกิน ไม่ได้เพื่อความอร่อย แต่เสพความมีชีวิต ที่เจือปนมากับเรือ และสายน้ำ

คำว่า "โบราณ" เป็นคำที่ใช้ได้ประโยชน์มากที่สุด สำหรับเชิญชวนเรียกร้องความสนใจ ในขณะที่ก่อนหน้านี้ถ้าได้ยินคำว่า "โบราณ" จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องล้าสมัย เชย ๆ ถ้าร้านกาแฟ เขียนป้ายโฆษณาว่า "กาแฟโบราณ" จะมีผู้คนเข้าไปลิ้มลองกันแน่นขนัด แล้วลองเปลี่ยนเป็น "กาแฟทันสมัย" แม้รสชาติแสนอร่อย ก็ยังไม่เป็นที่ติดตาต้องใจของผู้คน

ไปตลาดน้ำอัมพวา ชมวิถีชีวิตของชาวบ้านตลาดอัมพวา เป็นคำเชื้อชวนให้ไปท่องเที่ยว แสดงว่าอะไร ก็วิถีชีวิตแบบชาวบ้าน หาไม่ได้อีกแล้วในเมือง เลยต้องนำมาแสดงกัน ตลาดมีชีวิต มีวัฒนธรรม ที่ผู้คนอยากไปสัมผัส มีอดีต มีความเป็นมา จับต้องได้

ชีวิต 2 ฝั่งคลองอัมพวา แสนจะสงบในวันธรรดา นั่นคือ ของจริง การแสดงแสงสีเสียง "วิถีชีวิต 2 ฝั่งคลอง" จะถูกปลุกอีกครั้งเมื่อถึงวันศุกร์ เสาร์ และไปปิดฉากอีกครั้งในค่ำคืนวันอาทิตย์ ก่อนที่ผู้คนจะแยกย้ายจากโรงละครแห่งนี้ไป ชาวบ้านกลับไปมีชีวิตของตัวเองอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวมาอัมพวา กิน ดื่ม ช็อป เสพบรรยากาศริมน้ำ วิถีชีวิตในจินตนาการที่คิดไว้ นักท่องเที่ยวอยากได้อะไร ชาวอัมพวาจัดให้ ข้าวของโบราณ อาหารพื้นบ้าน  (เน้นโบราณ เพราะมันขายดีมาก) เช่น ของเล่นสมัยเด็ก กินอาหารจากห่อใบตอง เปรียบอัมพวาเป็นโรงละครโรงใหญ่ ที่ผู้ชมได้มีส่วนร่วมในการแสดง

"ของส่วนใหญ่ก็รับมาขายทั้งนั้นแหล่ะครับ ไม่ได้ทำเอง ก็ดี เสาร์-อาทิตย์ ได้กลับมาเยี่ยมบ้าน มาหาแม่ แถมได้เงินขายของอีกนิดหน่อย เป็นทุนกลับไปทำงานต่อในเมือง" พ่อค้าขายของเล่นโบราณ เปิดหน้าบ้าน (ของแม่) เป็นแผงเล็กๆ เล่าให้ฟังถึงกิจกรรมสั้นๆ ในวันเสาร์-อาทิตย์ของเขา

ที่อัมพวามี พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่รวบรวม ข้าวของเครื่องใช้ของผู้คนในชุมชนไว้ ไม่ว่าจะเป็น ตะเกียงเจ้าพายุ พาย เรือ เครื่องมือ อุปกรณ์ ทำสวน ทำนา หรือ แม้แต่ บ้านครูเอื้อ สุนทรสนาน ที่เปิดบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ผู้คนเข้าชม กลับเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวใหัความสนใจน้อยที่สุด น่าแปลกใจไหมล่ะ

บ้านเรือนริมคลอง กลายสภาพเป็น "โฮมสเตย์" รองรับนักท่องเที่ยว ร้านรวงแต่เดิมที่แทบจะปิดตาย เพราะลูกหลาน เข้าไปหางานทำในเมือง ทิ้งคนแก่เฝ้าบ้าน กลับมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง การมาของนักท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับ อัมพวา เป็นกอบเป็นกำ แต่อย่าหลงลืมที่จะรักษาไว้ด้วย ขยะลอยเต็มคลอง กินเสร็จก็ล้างก็ทิ้งลงคลอง ถ้าไม่ช่วยกันรักษาไว้ คลองที่เป็นหัวใจของชาวอัมพวาเน่าเสีย นักท่องเที่ยวลดลง ผลเสียจะตกอยู่กับเจ้าของบ้านเอง

หลงใหลชื่นชม กับ "ความเป็นอดีต วิถีชีวิต" แต่ไม่คิดจะเรียนรู้อดีต กาแฟที่ว่าโบราณ รู้ไหมความเป็นมาของคนทำกาแฟที่สืบทอดกันถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร แค่ได้ลิ้มรสชาด เพียงพอแล้วเหรอ เราได้อะไรกลับไปบ้างจากอัมพวา หรือ เพียงแค่เสพอดีตผิวเผิน แล้วทิ้งไปกับสายน้ำที่ยังคงขึ้นลงทุกวัน  (พร้อมด้วยขยะอีกจำนวนมหาศาล)

ปิดท้ายด้วยนางแบบในชุดเหลือง แดง (ที่ไม่ใช่ มธ.) พาชมอัมพวา ในวันที่ไร้นักท่องเที่ยว

เป็นไงค๊า ไม่มีนักท่องเที่ยวเล้ย ชอบมั๊กๆ ค่ะ

เหนื่อยแล้วดูดกาแฟ "โบราณ" ให้ชื่นใจหน่อย

หมวกจ้า ถูกๆ ไม่แพง แถมไม้กวาดด้วย

อ้อ เดี๊ยนพักที่นี่ค่ะ สงบเงียบร่มรื่นดีมั๊กๆๆ ค่ะ

โดย บูตะซัง

 

กลับไปที่ www.oknation.net