วันที่ อังคาร ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Infernal Affairs


Infernal Affairs

สวัสดีครับเพื่อน ๆ บล็อกเกอร์ และผู้อ่านทุกท่าน เอ็นทรีนี้เป็นเอ็นทรีการเมืองเอ็นทรีสุดท้ายในปีนี้ของผม (หลังจากนั้นผมจะไร้สาระเหมือนเดิม - ฮา) ก่อนที่เราจะเข้าเนื้อหาการเมืองมาว่ากันด้วยเรื่องจั่วหัวกันก่อนดีกว่าครับ

Infernal Affairs แปลตามตัวหนังสือแปลว่าเรื่องราวของนรก เป็นชื่อของภาพยนต์ฮ่องกงที่เข้ามาฉายในบ้านเราในราวปี 2546 (ในฮ่องกงฉายในปี 2545) ในชื่อ "สองคนสองคม" แม้ว่าคนที่ตั้งชื่อไทยให้กับภาพยนต์เรื่องนี้จะตั้งได้ไม่ตรงกับความหมายของชื่อเดิมทั้งในภาษาอังกฤษ หรือชื่อในภาษาจีน 無間道 ซึ่งแปลว่าทางเดินที่ไม่มีจุดสิ้นสุดก็ตาม แต่ "สองคนสองคม" ก็ได้ให้ความหมายที่ชัดเจนอีกมุมหนึ่งด้วยเช่นกัน คือเป็นเรื่องของการเชือดเฉือนกันของตัวเอกทั้งสองในเรื่อง

การที่ภาพยนต์เรื่องนี้ได้ชื่อว่า Infernal Affairs หรือ 無間道 ก็เพราะเรื่องราวของตัวเอกทั้งสองของเรื่องเหมือนกับคนที่ตกอยู่ในนรก เรื่องเปิดตัวด้วยข้อความบางส่วนจากพระมหาปรินิพานสูตร ว่าด้วยนรกขุมที่ 8 นั่นคือ อเวจีนรก ซึ่งเป็นนรกที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

Infernal Affairs เป็นภาพยนต์ที่เล่าเรื่องของตำรวจในหมู่โจร และโจรในหมู่ตำรวจ เหลียงเฉาเหว่ย รับบทเป็น หยั่น หรือเหยิน ตำรวจที่ต้องไปเป็นสายในหมู่โจร ส่วนหลิวเต๋อหัว รับบทเป็น ผู้กองหมิง หรือหลิว โจรที่ปะปนเข้ามาเป็นสายในหมู่ตำรวจ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างออกมา 3 ภาค ภาคที่โด่งดังที่สุดคือภาคแรก ที่ว่าด้วยการเชือดเฉือนบทบาทของคนทั้งสอง ส่วนภาคสองว่าด้วยการเล่าเรื่องย้อนหลังว่าใครเป็นใคร มีที่มาที่ไปอย่างไร ทำไมเหตุการณ์จึงได้ดำเนินมาจนถึงเหตุการณ์ในภาคแรก และภาคสุดท้ายเล่าเรื่องหลังจากที่จบภาคแรก เป็นบทสรุปเรื่องราวของคนทั้งสอง

Infernal Affairs

Infernal Affairs

จะว่าไปแล้วภาพยนตร์ฮ่องกงหลังจากเรื่องโหด เลว ดี (A Better Tomorrow) ก็มีเรื่อง Infernal Affairs นี่แหละที่โดดเด่นที่สุด ผู้กำกับได้ไอเดียเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Face off ที่ตำรวจและผู้ร้ายสลับหน้ากัน โดยนำมาดัดแปลงให้เป็นไปได้ในชีวิตจริง และเข้ากับเรื่องราวของแกงค์มาเฟียฮ่องกง โดยเปลี่ยนให้สลับบทบาทกันแทนที่จะเป็นการสลับหน้า เขียนบทไปเขียนบทมา เรื่องก็ซับซ้อนขึ้นจนกลายเป็นพล็อตที่โดดเด่น โดยทำเงินได้มากกว่าภาพยนต์ฟอร์มยักษ์อย่าง Hero ซึ่งฉายในปีเดียวกัน และได้รับคำชมมากมายจากวงการภาพยนต์ทั่วโลก จนในที่สุดฮอลิวูดก็นำพล็อตไปดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Departed ซึ่งนำแสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ กับ แมท เดมอน

The departed

ผมคงจะไม่เล่าเรื่องราวอย่างละเอียด หรือแม้แต่เรื่องย่อของภาพยนตร์ เพราะทำแบบนั้นจะเป็นการทำลายอรรถรสในการชมภาพยนตร์อย่างมาก และไม่ใช่สไตล์การเล่าเรื่องของผม แต่ผมจะบอกว่าภาพยนตร์ชุดนี้ทั้งสามภาค เพื่อน ๆ ควรหามาดูเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าสองภาคหลังจะไม่เข้มข้นเท่าภาคแรก แต่ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะเติมเต็มและตอบคำถามที่คาใจจากภาคแรก แค่การประชันบทบาทของดาราใหญ่ของฮ่องกงระหว่าง เหลียงเฉาเหว่ย และหลิวเต๋อหัว ก็คุ้มค่าที่จะหามาชมกันแล้ว แม้ว่าเพื่อนบางคนอาจไม่ชอบภาพยนตร์ฮ่องกง แต่ผมก็ยังคงแนะนำว่าควรหามาชมให้ได้ ภาพยนตร์ดี ๆ แบบนี้หาชมยากครับ



อะ ... เรามาว่าเรื่องการเมืองกันมั่งดีกว่า

แม้ว่าจะมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีลงมาแล้ว การเมืองบ้านเราก็ยังคงไม่นิ่ง ในฝั่งรัฐบาลแค่เริ่มต้นก็วุ่นเสียแล้ว แย่งตำแหน่ง ผิดหวัง ตัดพ้อ ต่อว่า รวมไปจนถึงแอบเตะตัดขาพวกเดียวกันเอง ฝั่งฝ่ายแค้น ฝั่งนี้แน่นอนอยู่แล้วว่ากำลังปลุกกระแสยุบสภาทุกวิถีทาง เล่นการเมืองทั้งในและนอกสภาให้มีการยุบสภาให้ได้ เพราะการเลือกตั้งใหม่เท่านั้นที่จะชิงอำนาจรัฐกลับมาครองได้ และมีโอกาสสำเร็จสูงด้วย ยิ่งเลือกตั้งเร็วเท่าไหร่ก็มีโอกาสสำเร็จมากเท่านั้น

มาดูนอกสภากันบ้าง นปช. แม้จะอ่อนแรงลงไป แต่รับรองว่ายังไม่ตายง่าย ๆ ตราบใดที่ตัวการใหญ่ทั้งหลายยังไม่ตบเท้าเข้าคุกกัน ซึ่งก็คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการจัดการกับเรื่องนี้  พันธมิตรฯ ก็โดนกันอ่วมคดีความยาวเป็นหางว่าว ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นเพราะพันธมิตรฯ จริง หรือคดีที่มีผู้ประสงค์ดีแต่หวังร้ายเอามายัดใส่มือให้ อีกทั้งคดีทางแพ่งที่จ่อคิวรออีกต่างหาก แรงกดดันในเรื่องนี้ผสมกับรัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลที่ไม่โดนใจพันธมิตรฯ จึงไม่ยากที่จะคาดเดาได้ว่างานนี้มีเฮกันอีกแน่

อีกชนวนหนึ่งที่รอการระเบิดคือสภาวะเศรษฐกิจของโลกที่ส่งผลกระทบกับประเทศไทยบวกกับ After shock จากการปิดสนามบินของพันธมิตรฯ ที่กำลังจะแสดงผลของมันในปี 2552 นี้ ปัญหานี้ที่จริงแก้ไม่ยาก อัดเงินลงไปก็จบ แต่ดันเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ไม่ได้เพราะประเทศไทยไม่มีเงินคงคลังที่จะนำมาอัด ในส่วนของผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ต้องใช้เงินหลายแสนล้านบาทอัดเข้าพยุงโครงสร้างหลักทางเศรษฐกิจแบบเดียวกับที่อเมริกา ยุโรป และจีนทำ ในส่วนของ After shock ก็ต้องใช้เป็นแสนล้านบาทเช่นเดียวกันเพราะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก และท่องเที่ยว ล้มระเนระนาด

ดูตัวเลขการเงินการคลังของรัฐบาลแล้วบอกได้คำเดียวว่ารอดยาก ลำพังการจัดงบประมาณในแต่ละปีจะทำงบประมาณแบบสมดุลยังยากเลย ฐานภาษีที่เป็นรายได้หลักของรัฐบาลปีนี้ก็หดหายไปอีกบานตะไท ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนตกงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการปิดกิจการของภาคธุรกิจ ภาษีน้ำมันจำนวนมหาศาลที่หดหายไปเพราะคนไม่มีเงินเติมน้ำมัน การบริโภคที่ลดลง ฯลฯ การหดตัวอย่างรุนแรงของฐานภาษีจะทำให้รัฐบาลไม่มีเงินใช้จ่ายแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายปกติ รับรองได้ว่าปีนี้จะได้เห็นปรากฏการณ์ตกเบิก 6-12 เดือนของลูกจ้างชั่วคราวกันเป็นแน่ ตอนนี้ตกเบิก 3 เดือนเริ่มมีให้เห็นกันแล้วหลายหน่วยงาน งานนี้หนีไม่พ้นการออกพันธบัตรฯ ออกมาขอกู้เงินจากประชาชนตามสูตร ซึ่งก็คงจะได้เงินมาหมุนจำนวนหนึ่งเพราะหุ้นตกต่ำ ฝากแบงค์ก็ไม่ได้ดอก ถ้ารัฐบาลหิวเงินหนัก ๆ พันธบัตรดอกเบี้ยสูง ๆ คงจะมีให้เห็น แต่ก็เถอะนะ เงินส่วนหนึ่งที่ได้จากการขายพันธบัตร ก็ต้องนำมาใช้หนี้เดิมของพันธบัตรที่ครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งออกมากันตั้งแต่ยุคของทักษิณ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้นโยบายประชานิยมกันต่อเนื่องยาวนาน (และกำลังจะใช้ต่อในรัฐบาลนี้) ดังนั้นปีนี้หวยออนไลน์คลอดแน่ (ที่จริงมันก็คือหวยบนดินนั่นแหละ แค่เปลี่ยนวิธีขาย เลี่ยงกฏหมายแค่นั้นเอง) อบายมุข การพนัน คือเครื่องมือแก้ไขปัญหาการเงินของรัฐทั่วโลก ทุกยุค ทุกสมัยอยู่แล้ว

แล้วทางรอดหละปรัตยา?

ทางรอดยังพอมีครับ ที่จริงแล้วประเทศไทยของเราเคยเจอกับปัญหาในลักษณะคล้าย ๆ กันนี้มาแล้ว นั่นคือยุคสมัย 8 ปี ของรัฐบาลป๋าเปรมนั่นเอง สมัยนั้นคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงยังไม่เกิด แต่สิ่งที่รัฐบาลป๋าเปรมทำก็คือสิ่งที่คล้าย ๆ กับแนวพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี่แหละ ด้วยการใช้วินัยทางการเงินการคลังที่เข้มงวด งดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นทุกชนิด ท่ามกลางความขัดแย้งอย่างรุนแรงของคนในชาติหลัง 16 ตุลาไม่นาน ท่ามกลางความไร้เสถียรภาพทางการเมืองอย่างรุนแรง นักการเมืองกัดกันยิ่งกว่าสุนัขไม่แพ้ยุคนี้ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกคล้าย ๆ กับตอนนี้

ในยุคสมัยนั้นคนไทยทุกคนลำบากมาก เศรษฐกิจหยุดชงัก กินใช้ต้องประหยัด รัฐบาลป๋าเปรมถูกรัฐประหารบ่อยที่สุดเลยก็ว่าได้ 8 ปี รัฐประหารตั้งกี่ครั้ง แต่รอดมาได้เพราะมีกองทัพคอยแบ็คอัพให้ หลังจาก 8 ปีแห่งความทุกข์ยาก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเมื่อสิ้นสุดช่วงเวลา 8 ปี ประเทศไทยก็กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง มาเข้ายุคน้าชาติไงหละครับ ยุคที่เศรษฐกิจเฟื่องฟู จนกลายเป็นยุคฟองสบู่ น้าชาติเป็นคนเก่งครับ แต่ถ้าไม่ได้ 8 ปี ของป๋าเปรมที่สะสมเงินจนแน่นคลัง น้าชาติก็เก่งไม่ออกหรอกครับ

8 ปี ที่ต้องแลกมาด้วยเลือดและหยาดน้ำตาของคนทั้งชาติ ผมบอกตามตรงว่าผมไม่ได้ปลื้มนักหรอกกับ 8 ปี ของรัฐบาลป๋า (บ้านผมก็กระอักเลือดตอน 8 ปี นี่แหละครับ ต้องขายบ้านใช้หนี้ก็ยุคนี้แหละ) แต่ก็ต้องยอมรับว่า มันเป็นหนทางเดียวที่จะรอดจริง ๆ วินัยทางการเงินและการคลังของชาติถูกละเลยมานับสิบปี ทำให้ประเทศไทยเราอ่อนปวกเปียก ถ้าอยากกลับไปเข้มแข็งได้ก็ต้องหันกลับมาเข้มงวดกันอีกครั้ง

การเข้มงวดทางการเงินและการคลัง ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ รับรองว่าจะทำให้ประชาชนต้องกระอักเลือดกันอีกครั้ง (เป็นธรรมดาครับ ที่ในการรบจะต้องมีผู้เสียสละ - ในกรณีนี้ก็คือประชาชนจน ๆ นั่นเองที่ต้องล้มไปก่อน) เป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ยาแรง และถูกโรค ต่างจากการอัดเงินเข้าระบบ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ที่สำคัญก็คือ รัฐบาลไม่มีเงินซื้อยาแบบนี้มาจ่ายให้กับประชาชน การเอาเงินของประชาชน มาอัดให้กับประชาชน มันก็ไม่ต่างอะไรกับแชร์ลูกโซ่ดี ๆ นี่เอง สุดท้ายก็ต้องล้ม ถ้าเศรษฐกิจโลกดีขึ้นเร็วแชร์ลูกโซ่วงนี้ก็รอด เพราะเอาภาษีใหม่ที่เก็บได้มาจ่ายคืนให้กับแชร์ (ก็เงินประชาชนอีกนั่นแหละ) แต่ถ้าเป็นไปตามที่ทำนายกันเศรษฐกิจโลกถดถอยยาวนาน แชร์วงนี้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายคืน?

รัฐบาลป๋าก็ไม่มีเสถียรภาพเหมือนกับรัฐบาลอภิสิทธินี่แหละครับ ป๋ารอดมาได้เพราะกองทัพแบ็คอัพให้แบบสุดลิ่มเลย มีทหารที่ไม่เห็นด้วยออกมารัฐประหาร ก็มีทหารที่แบ็คอัพให้ป๋าออกมาสู้ ยิงกันอุตลุตในกรุงเทพฯ นักการเมืองป่วนล้มรัฐบาล ยุบสภา ป๋าก็กลับมาได้อีก เป็นรัฐบาลเปรม 1 2 3 4 ก็เพราะกองทัพอีกนั่นแหละแบ็คอัพให้ กดดันจนพวกนักเลือกตั้งทั้งหลายง่อยรัปทาน จนป๋าบอกว่าพอแล้วนั่นแหละ ไม่งั้นตอนนี้เอาอาจจะอยู่ในยุครัฐบาลเปรม 16 ก็ได้

แล้วรัฐบาลอภิสิทธิมีอะไร?

นั่นหนะสิครับ กองทัพแบ็คอัพให้? ก็อาจจะมีนะแต่คงไม่สุดลิ่มเหมือนยุคป๋าเป็นแเน่ ที่รัฐบาลอภิสิทธิมีเหมือนป๋าก็คือปัญหา (ฮา) มีฝ่ายอกหกรักคุด ฝ่ายแค้น นปช. พันธมิตรฯ และเศรษฐกิจตกต่ำ แถมด้วย After shock อีกต่างหาก (ฮา)

นี่ยังไม่พูดถึงว่ารัฐบาลอภิสิทธิจะนำนโยบายเข้มงวดวินัยทางการเงินการคลังมาใช้นะครับ เพราะเห็นว่ามีแนวโน้มที่จะใช้นโยบายประชานิยมต่อไป (อย่างน้อยก็อีกระยะหนึ่ง) ขนาดใช้ประชานิยมยังส่อแววว่าจะไม่รอดเลย เกจิหลายสำนักฟันธง คอนเฟิร์มกัน ว่าไม่รอดแน่

รอด หรือไม่รอด ตอบยากครับ เงื่อนไขมันก็เหมือนกับที่ผมเล่ามาคือมีแต่ปัญหา ถ้าจะหักด้ามพร้าด้วยเข่าก็ต้องมีกองทัพแบ็คอัพให้แบบสุดลิ่มและต่อเนื่อง แต่ผมไม่เชื่อว่ากองทัพในยุคนี้จะทำแบบนั้นได้ ดังนั้นทางออกของรัฐบาลอภิสิทธิจึงต้องใช้วิธีการทางการเมืองในการหาทางออกท่ามกลางความไร้เสถียรภาพ

ในความคิดของผมทางออกของรัฐบาลอภิสิทธิอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ

Infernal Affairs

ชมภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วก็คิดต่อกันเองนะครับ ว่าคำตอบคืออะไร

แถมท้ายให้อีกหน่อยด้วยฉากที่คลาสสิคที่สุดจากภาพยนตร์ Infernal Affairs ครับ

Infernal Affairs

ผู้กองหมิง : ให้โอกาสผมบ้างได้มั้ย?  

อาหยั่น : ยังไง?
                  
ผู้กองหมิง : เมื่อก่อนผมไม่มีทางเลือก ตอนนี้ผมก็แค่อยากจะกลับตัวเป็นคนดี  
                  
อาหยั่น :  ดี เอาไว้บอกกับศาลก็แล้วกัน ดูว่าศาลจะว่าอย่างไร 
                  
ผู้กองหมิง : คุณอยากให้ผมตายจริง ๆ เหรอ?  
                  
อาหยั่น : ขอโทษนะ ผมเป็นตำรวจ  
                  
ผู้กองหมิง : แล้วมีใครรู้หละ?




Infernal Affairs

 
เพลงประกอบภาพยนตร์ Infernal Affairs - 無間道 (無間道) โดยเฮียหลิวและเฮียเหลียง

Wu Jian Dao
เส้นทางที่ไม่รู้จบ

เหลียงเฉาเหว่ย :
Bu Wo bu yuan yi jie shu
Wo hai mei you jie shu
Wu zhi jing de lü tu
ไม่, ฉันไม่เคยคิดที่จะหยุด
ฉันยังคงเดินทางในการเดินทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด


หลิวเต๋อหัว :
Kan zhe wo Mei ting xia de jiao bu
Yi jing wang le shen zai he chu
เช่นกัน ฉันก็ไม่เคยหยุดก้าวเดิน
ลืมเลือนไปแล้วว่าจุดเริ่มต้นของฉันอยู่ตรงไหน


เหลียงเฉาเหว่ย :
Shei neng gai bian Ren sheng de chang du
Shei zhi dao yong heng you duo me kong bu
ใครกันที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปได้ตลอด?
ใครจะรู้ว่าตลอดกาลนั้นมันน่ากลัวปานใด?


หลิวเต๋อหัว :
Shei liao jie sheng cun wang wang bi ming yun hai can ku
Zhi shi mei you ren yuan yi ren shu
ใครจะมาเข้าใจ ว่าการดิ้นรนเอาตัวรอดนั้นมันอำมหิตเกินกว่าโชคชะตา?
เพียงเพราะว่าไม่มีใครอยากที่จะเป็นผู้แพ้


เหลียงเฉาเหว่ย :
Wo men dou zai bu duan gan lu wang ji le chu lu
Zai shi wang zhong zhui qiu ou er de man zu
เรานั้นต่างก็มุ่งมั่นแสวงหาไปบนถนนเส้นนั้น, ต่างลืมเลือนทางออก
ไล่ล่าค้นหาความสมใจอันน้อยนิดท่ามกลางความผิดหวัง


หลิวเต๋อหัว :
Wo men dou zai meng zhong jie tuo qing xing de ku
Liu lang zai deng huo lan shan chu
เรานั้นต่างก็หนีจากความมืดมนอันขมขื่นในความฝัน
เวียนวนค้นหาแสงสว่างของชีวิต


พร้อมกัน :
Qu bu dao zhong dian Hui dao yuan dian
Xiang shou Na zou bu wan de lu
เราต่างก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเพื่อที่จะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
วนเวียนอยู่บนถนนที่ไม่มีจุดสิ้นสุด


(บรรเลง)


เหลียงเฉาเหว่ย :
Shei neng gai bian Ren sheng de chang du
Shei zhi dao yong heng you duo me kong bu
ใครกันที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปได้ตลอด?
ใครจะรู้ว่าตลอดกาลนั้นมันน่ากลัวปานใด?


หลิวเต๋อหัว :
Shei liao jie sheng cun wang wang bi ming yun hai can ku
Zhi shi mei you ren yuan yi ren shu
ใครจะมาเข้าใจ ว่าการดิ้นรนเอาตัวรอดนั้นมันอำมหิตเกินกว่าโชคชะตา?
เพียงเพราะว่าไม่มีใครอยากที่จะเป็นผู้แพ้


เหลียงเฉาเหว่ย :
Wo men dou zai bu duan gan lu wang ji le chu lu
Zai shi wang zhong zhui qiu ou er de man zu
เรานั้นต่างก็มุ่งมั่นแสวงหาไปบนถนนเส้นนั้น, ต่างลืมเลือนทางออก
ไล่ล่าค้นหาความสมใจอันน้อยนิดท่ามกลางความผิดหวัง


หลิวเต๋อหัว :
Wo men dou zai meng zhong jie tuo qing xing de ku
Liu lang zai deng huo lan shan chu
เรานั้นต่างก็หนีจากความมืดมนอันขมขื่นในความฝัน
เวียนวนค้นหาแสงสว่างของชีวิต


พร้อมกัน :
Qu bu dao zhong dian Hui dao yuan dian
Xiang shou Na zou bu wan de lu
เราต่างก็ไปไม่ถึงจุดหมายปลายทางเพื่อที่จะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
วนเวียนอยู่บนถนนที่ไม่มีจุดสิ้นสุด


หลิวเต๋อหัว :
Yi lu shang yan chu nan de hu tu
การแสดงบทบาทไปตลอดเส้นทาง, มันยากที่จะไม่สับสน


เหลียงเฉาเหว่ย :
Yi lu shang hui gu nan de ma mu
มองย้อนกลับไปในเส้นทางที่ผ่านมา, มันยากที่จะไม่มึนงง


หลิวเต๋อหัว :
Zai zhe tiao qin mi wu jian de lu
บนถนนที่ไม่มีที่สิ้นสุดเส้นเดียวกัน


เหลียงเฉาเหว่ย :
Rang wo xiang ni
ผมอยากเป็นเหมือนกับคุณ


หลิวเต๋อหัว :
Ni xiang wo
คุณไม่ได้แตกต่างไปจากผม


พร้อมกัน :
Zen me hui gu du
มันช่างเปลี่ยวเหงาอะไรอย่างนี้?


พร้อมกัน :
Wo men dou zai bu duan gan lu wang ji le chu lu
Zai shi wang zhong zhui qiu ou er de man zu
เรานั้นต่างก็มุ่งมั่นแสวงหาไปบนถนนเส้นนั้น, ต่างลืมเลือนทางออก
ไล่ล่าค้นหาความสมใจอันน้อยนิดท่ามกลางความผิดหวัง

Wo men dou zai meng zhong jie tuo qing xing de ku
Liu lang zai deng huo lan shan chu
เรานั้นต่างก็หนีจากความมืดมนอันขมขื่นในความฝัน
เวียนวนค้นหาแสงสว่างของชีวิต

Ji ran mei zhong dian Hui dao yuan dian
Wo xiang Wo men dou bu Bu zai hu
ในเมื่อมันไม่มีจุดหมายปลายทางเพื่อที่จะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น
ฉันคิดว่าเราทั้งสองก็ไม่ต้องแคร์อะไรอีกต่อไป

เนื้อเพลงภาษาจีน

無間道 (無間道)


梁︰不 我不願意結束
  我還沒有結束
  無止境的旅途
劉︰看著我 沒停下的腳步
  已經忘了身在何處


梁︰誰能改變 人生的長度
  誰知道永恆有多麼恐怖
劉︰誰了解生存往往比命運還殘酷
  只是沒有人願意認輸

梁︰我們都在不斷趕路忘記了出路
  在失望中追求偶爾的滿足
劉︰我們都在夢中解脫清醒的苦
  流浪在燈火闌珊處
合︰去不到終點 回到原點
  享受  那走不完的路


(บรรเลง)


梁︰誰能改變 人生的長度
  誰知道永恆有多麼恐怖
劉︰誰了解生存往往比命運還殘酷
  只是沒有人願意認輸

梁︰我們都在不斷趕路忘記了出路
  在失望中追求偶爾的滿足
劉︰我們都在夢中解脫清醒的苦
  流浪在燈火闌珊處
合︰去不到終點 回到原點
  享受  那走不完的路


劉︰一路上演出難得糊塗
梁︰一路上回顧難得麻木
劉︰在這條親密無間的路
梁︰讓我像你
劉︰你像我
合︰怎麼會孤獨


合︰我們都在不斷趕路忘記了出路
  在失望中追求偶爾的滿足
合︰我們都在夢中解脫清醒的苦
  流浪在燈火闌珊處
合︰既然沒終點 回到原點
  我想 我們都不 不在乎



สุดท้ายแถมให้อีกภาพและอีกเพลงที่ผมชอบมากจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน ลองฟังดูนะครับ

Infernal Affairs


เพลง Bei yi wang de shi guang โดย Cai Qin ส่วนเนื้อเพลงขี้เกียจแปลครับ ผมหลังยาว

ขอได้รับความขอบคุณจากปรัตยาเอ็นเตอร์เทนเมนต์เช่นเคยครับ ; )

โดย ปรัตยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net