วันที่ พุธ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

คืนพระจันทร์ดวงโตที่ห้วยแม่ขมิ้น


ห้วยแม่ขมิ้น........เป็นน้ำตกที่อาจจะเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบากสำหรับรถเก๋งคันเล็กๆ แต่ผมก็ตัดสินใจหอบลูกจูงแฟน เดินทางเข้าไปพิสูจน์ความสวยงามของน้ำตกหินปูนที่ได้ชื่อว่าสวยไม่แพ้ใคร พร้อมกับได้สัมผัสกับอากาศเย็นในช่วงฤดูหนาวที่คนไทยไม่ค่อยจะได้พบได้เจอกันซักเท่าไร แถมด้วยการได้ใกล้ชิดกับพระจันทร์ดวงโตที่จะใหญ่ที่สุดในรอบปี รวมเป็นสามเด้งกินรอบวงอย่างนี้ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

บ่ายโมงออกจากกรุงเทพตามบรมราชชนนี เพชรเกษมเลี้ยวเข้าบ้านโป่ง กาญจนบุรี ถึงแก่งเสี้ยน ตรงไปเขื่อนศรีนครินทร์ มีทางแยกทางซ้ายไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น แต่ผมตัดสินใจฉีกออกขวามุ่งหน้าไปอำเภอศรีสวัสดิ์เพราะกลัวว่าเส้นทางถนนลูกรังเกือบ 50 กม.จะทำให้ไปไม่ถึง ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปศรีสวัสดิ์ ผมมองป้ายทางไปแพขนานยนต์ตลอด จนถึงก็ได้ข้ามแพร่วมกับรถคันอื่นๆอีกสิบกว่าคัน สักครู่เดียวก็ข้ามทะเลสาบมาได้ วิ่งต่อไปอีกประมาณ 20 กม. ก็ต้องลงแพอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีใครข้ามด้วย รอเพื่อนร่วมทางซักพักก็ตัดสินใจว่าไปดีกว่าเพราะพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว พอถอยหลังออกได้ไม่ถึงร้อยเมตรก็ต้องเข้ามาใหม่เพราะเพื่อร่วมทางที่เราไม่รู้จักเข้ามาพอดี ใช้เวลาข้ามแพประมาณ 45 นาทีท่ามกลางบรรยากาศอันโรแมนติก พอถึงฝั่งก็มืดพอดี พร้อมการต้อนรับด้วยถนนลูกรังอีก 7 กม. ก็จะถึงห้วยแม่ขมิ้น แต่การเดินทางต้องใช้เวลาเพราะสภาพถนนกับความมืดของป่าอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์ ทุ่มกว่าๆ ก็ถึงที่หมาย ด้วยความที่แม่ครัวของอุทยานกลับบ้านไปแล้วทำให้ต้องหาของกินที่ทางเข้าอุทยาน แต่โชคดีที่ได้อาหารอร่อยประกอบกับพระจันทร์ดวงโตที่ลอยอยู่ใกล้ๆ เสร็จแล้วจึงขึ้นไปที่ลานกางเต็นท์

พอเปิดประตูรถปุ๊บ ก็พบกับลานกางเต็นท์ขนาดประมาณสนามฟุตบอลที่เรียบและก็สะอาดท่ามกลางแสงจันทร์ กับอุณหภูมิสิบกว่าองศาและสายลมของฤดูหนาวที่พัดมาประกอบเสียงน้ำตกที่อยู่ไม่ไกล

ลูกสาววัยสองขวบนิดๆ กระโดดลงวิ่งเล่นอย่างสนุสนานปากก็พูด เหนาๆๆๆ ผมต้องรีบเอาหมวกไปให้ใส่ ก่อนจะเอาบัตรประชาชนยื่นให้เจ้าหน้าที่แล้วรีบมาจัดการกับบ้านผ้าใบหลังน้อยที่ตามสเป็กระบุไว้ว่าสำหรับสองคน หลังจากเลือก ฮวงจุ้ยได้แล้ว ด้านหน้าเป็นทะเลสาบ ด้านหลังเป็นภูเขาที่คั่นกลางด้วยครัวของอุทยาน ซ้ายเป็นน้ำตกชั้นสี่ที่สวยที่สุด ขวามือเป็นทางเข้าอุทยาน เยื้องกันเป็นศาลาสำหรับจิบกาแฟตอนเช้า ในขณะที่รอบๆ เต็นท์ไม่มีใครเลย เราเลยกลายเป็นบ้านเดี่ยว ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามอันเนื่องมาจากวันนั้นเป็นวันพฤหัสซึ่งนักท่องเที่ยวมีไม่มากนัก ผมเอาเสื่อมาปูหน้าเต็นท์ จุดตะเกียง จัดที่นอนนั่งดูดวงจันทร์ ก่อนเข้านอนในค่ำคืนสิบสามองศา ท่ามกลางเสียงลมและเสียงน้ำตก

ผมตื่นก่อนพระอาทิตย์เล็กน้อยและไม่ลืมที่จะปลุกลูกสาวขึ้นมาด้วยทำให้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่หน้าเต็นท์พร้อมกันทั้งสามคน

หลังจากนั้นก็ลุย..บุฟเฟต์อาหารเช้าพร้อมกับชื่นชมในบรรยากาศก่อนที่จะเดินทางกลับในตอนสายโดยผ่านเส้นทางถนนลูกรังกว่าสี่สิบกิโลเมตรมายังเขื่อนศรีนครินทร์

ได้ซึมซับกับการเดินทางที่แปลกใหม่ ได้นอนภายใต้อุณหภูมิที่ทั้งชีวิตไม่เคยคิดจะปรับแอร์คอนดิชั่นไปถึงโดยที่ไม่เสียค่าไฟฟ้าแม่แต่สตางค์เดียว  ได้ดูพระจันทร์ดวงโตที่สุดในชีวิต

อาหารเช้าภายใต้แสงแดดอ่อนกับอากาศที่บริสุทธิ์ ประสบการณ์อย่างนี้ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองวัน......

ขอเชิญทุกท่านครับ

โดย อาจารย์เศก

 

กลับไปที่ www.oknation.net