วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

HOT !..รายงานพิเศษ ดาวเนวิน ผงาด คุมปืนและขนมปัง



 จากวาทะกรรมสุดฮิตทางการเมืองของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ว่า "ถ้าไม่มีเขา เราก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้" ทำให้บทบาทของกลุ่มเพื่อนเนวินเป็นที่จับตามองอย่างกว้างขวาง และผลจากการจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีล่าสุดก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กลุ่มเพื่อนเนวินได้เข้าคุมงานสำคัญ ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการวางเครือข่ายการเมือง และผลประโยชน์    

สำหรับกระทรวงมหาดไทยซึ่ง นายชวรัตน์ ชาญวีรกุล หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเนวิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการนั้น ยังมี นายบุญจง วงศ์ไตรรักษ์ ขุนพลใหญ่เมืองย่าโมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่อีกคนหนึ่ง ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์มี นายถาวร เสนเนียม คนเดียว เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ และล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้มีคำสั่งแต่งตั้ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ น้องชายของนายเนวิน ชิดชอบ เป็นประธานคณะทำงานของรัฐมนตรีว่าการอีกคนหนึ่ง ซึ่งจะมีผลต่อการสืบสานและต่อยอดเครือข่ายงานเดิมที่ได้ทำมาก่อนในยุครัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ 

ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ และฝ่ายปกครองทั่วประเทศ ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศล้วนสังกัดอยู่ในกระทรวงมหาดไทย แม้ส่วนราชการอื่น ๆ ในภูมิภาคก็ต้องถือว่ามีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา

ดังนั้นฐานะที่แท้จริงของการคุมกระทรวงมหาดไทยก็คือ ฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่สอง หรือนายกรัฐมนตรีในต่างจังหวัดก็ได้ 

นอกจากนั้น ความสัมพันธ์อันแนบแน่นกับฝ่ายทหารที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ล้มครืนลง ได้พัฒนาก้าวหน้าไปโดยลำดับ เพราะคนแบบเนวิน ชิดชอบ นั้นเข้าที่ไหนใครก็รัก รับภารกิจอันใดก็ทำได้เกินงาน นับเป็นผู้มี "สัมฤทธิคติ" อย่างเยี่ยมยอด ผู้ใหญ่คนไหนก็อยากใช้งานเนวิน ชิดชอบ ทั้งนั้น 

บทบาทในการคุมกระทรวงมหาดไทยและเครือข่ายในฝ่ายทหาร จึงกล่าวได้ว่าขณะนี้กลุ่มเพื่อนเนวินคือกลุ่มที่ "คุมปืน" อย่างแท้จริง 

นอกจากกระทรวงมหาดไทยอันเป็นกระทรวงใหญ่และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งแล้ว กลุ่มเพื่อนเนวินยังได้รับมอบหมายให้ควบคุมดูแลกระทรวงคมนาคมอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และตัวรัฐมนตรีว่าการคือ นายโสภณ ซารัมย์ นั้นก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นคนกล้าหาญชาญชัยนัก ขอเพียงนายสั่ง อะไรก็ทำได้ทั้งสิ้น จึงมีคุณสมบัติเหมาะเหม็งที่สุดที่จะทำงานใหญ่ที่ต้องใช้ความกล้าหาญและกล้ารับความเสี่ยงทุกรูปแบบ กระทรวงนี้มีผลประโยชน์มหาศาล และจัดเป็นผลประโยชน์ลำดับที่ 1 ของทุกกระทรวงทบวงกรม มีอำนาจหน้าที่ดูแลการคมนาคมทั้งหมดของประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งสนามบินทุกหนแห่งทั่วประเทศ ซึ่งเพียงจุดเล็ก ๆ ในแต่ละภาคส่วนก็สามารถทำให้พรรคการเมืองหรือนักการเมืองพลิกโฉมตนเองเป็นอัครมหาเศรษฐีได้ในพริบตา ดังตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นแล้วในโครงการเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิ

กระทรวงคมนาคมจึงถือว่าเป็น "กระทรวงขนมปัง" หรือเป็น "ขนมปัง" สำคัญทางการเมืองที่พรรคการเมืองทุกพรรคล้วนต้องการ และนักการเมืองทุกคนหมายปอง และใครก็ตามที่มานั่งกระทรวงนี้ เพียงชั่วครู่ชั่วยามก็จะพลิกเปลี่ยนฐานะชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ

เพียงแค่ 2 กระทรวง คือมหาดไทยและคมนาคม ก็กล่าวได้ว่ากลุ่มเพื่อนเนวินได้คุม "ปืนและขนมปัง" ไว้ในอุ้งมือเฉพาะกลุ่มเดียว จึงมีความพร้อมที่จะวางรากฐานเพื่อการใหญ่ในวันข้างหน้าอย่างเต็มที่

เพราะเหตุนี้กลุ่มเพื่อนเนวินจึงได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ายิ่งกว่าคุ้ม เพราะหากอยู่ในที่เดิม อย่าว่าแต่จะได้ทั้งปืนและขนมปังเลย เพราะแค่อย่างเดียวก็ไม่ได้ มิหนำซ้ำยังได้รับประสบการณ์อันชอกช้ำที่จะถูกสลายขั้วสลายกลุ่ม ดังที่เห็นตัวอย่างมาแล้วจากกลุ่มวังน้ำเย็นของ เสนาะ เทียนทอง

นอกจากคุมปืนและขนมปังอันเป็นพลังทางการเมืองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว กลุ่มเพื่อนเนวินยังมีเครือข่ายกลุ่มทุน เครือข่ายสื่อ และมวลชนที่มากมายและเข้มแข็ง ไม่แพ้กลุ่มใด ๆ ในวงการเมืองปัจจุบันเลย เพราะไม่ต้องพูดถึงในพรรคประชาธิปัตย์หรือในพรรคร่วมรัฐบาล แม้กับอำนาจเก่าอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันนี้ก็ไม่แน่นักว่าใครจะมีศักดานุภาพและมีความพร้อมยิ่งกว่ากัน

ในยุคโบราณนั้น งานการเมืองต้องพึ่งพาทหาร เพราะทหารเป็นผู้ชี้ขาดการดำรงอยู่หรือความดับสูญของประเทศ ครั้นเข้าสู่ยุคประชาธิปไตย การเมืองต้องพึ่งเทคโนแครตและนักวิชาการเพราะคนพวกนี้เป็นผู้สร้างรูปแบบและวาทะกรรมที่จะส่งผลทางความคิดต่อผู้คน แต่ครั้นโลกเข้าสู่ยุคทุนนิยม ผลก็ปรากฏว่าพวกนักวิชาการได้กลายเป็นพวกนักวิชากินและนักวิชาเกินเสียเป็นส่วนใหญ่ และตกกลายเป็นสมุนบริวารของการเมืองไปจนแทบหมดสิ้น ในขณะที่กลุ่มทุนได้เข้ามามีบทบาทต่อการได้มาและการบริหารอำนาจรัฐ ดังนั้นการเมืองยุคใหม่จึงต้องพึ่งพาอาศัยกลุ่มทุน การที่กลุ่มเพื่อนเนวินดึงกลุ่มทุนชาติกลุ่มทุนใหญ่มาเข้าพวกได้เป็นจำนวนมาก จึงเป็นรากฐานที่จะทำการใหญ่ในวันข้างหน้ายิ่งกว่ากลุ่มใด ๆ 

แต่เพราะเหตุที่มวลชนคนยากคนจนล้นไปทั้งแผ่นดิน มีความล้าหลัง ขาดแคลน และยากไร้ ทั้งการศึกษาความรู้ถูกทอดทิ้งมาช้านาน จึงถูกดึงมาเป็นพลังมวลชนการเมืองได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์ กลุ่มเพื่อนเนวินได้อาศัยแนวคิดจากบัณฑิตฝ่ายซ้ายแห่ง "บก.ลายจุด" สร้างรูปแบบมวลชนคนเสื้อแดงขึ้น โดยขณะนั้นมีรากฐานความคิด ปฏิวัติแดง หรือ ปฏิวัติวัฒนธรรม หรือปฏิวัติอิสลามแบบอิหร่าน จนมวลชนคนเสื้อแดงเป็นที่กล่าวขานกันทั่วไปในวงงานมวลชน แต่ครั้นกลุ่มเพื่อนเนวินย้ายบ้านพลิกขั้ว กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงแท้ก็มาอยู่ข้างฝ่ายรัฐบาล เหลืออยู่ก็แต่กลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มีกลุ่มสามเกลอเป็นแกนนำ ซึ่งมิใช่ของเดิมเจ้าเก่าแต่อย่างใด 

สำหรับสื่อมวลชนซึ่งถือว่าเป็นแนวรบแนวหน้าล่าสุดที่โลกยอมรับ และมีบทบาทสำคัญในการสงครามและการเมืองในยุคใหม่ ก็ปรากฏว่ากลุ่มเพื่อนเนวินมีเครือข่ายงานและมีบุคลากรอย่างกว้างขวางครบเครื่อง นั่นคือนอกจากสื่อในเครือข่ายของ สนธิ ลิ้มทองกุล เพียงเจ้าเดียวแล้ว ไม่มีสื่อในเครือข่ายใดที่เทียบชั้นได้กับสื่อในเครือข่ายของกลุ่มเพื่อนเนวินเลย 

ด้วยประการทั้งหลายดังกล่าวนี้ จึงทำให้เนวิน ชิดชอบ ในวันนี้ไม่ใช่เนวิน ชิดชอบ แบบห้อยร้อยยี่สิบอีกต่อไปแล้ว "สิริอัญญา" คอลัมน์นิสต์คนสำคัญถึงกับให้สมญานามใหม่ว่า เนวินคือมังกรการเมืองตัวใหม่ที่กำลังเติบโตและเทียบชั้นกับมังกรการเมืองรุ่นพี่อย่างบรรหาร ศิลปอาชา สนั่น ขจรประศาสน์ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว

 นั่นเป็นการกล่าวในเชิงการเมืองด้านเดียวเท่านั้น แต่ถ้าประมวลความพร้อมในทุกด้านก็ยังอาจกล่าวได้ด้วยว่า เนวิน ชิดชอบ ในวันนี้มีความเหนือและความพร้อมกว่ามังกรการเมืองคนอื่น ๆ ที่แม้มังกรการเมืองระดับ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ยังต้องยอมรับจับมือโดยดุษณีว่า ถ้าไม่มีเขา เราก็จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ในขณะที่ไม่ได้กล่าวเพียงคำเดียวเลยว่า ถ้าไม่มีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปัตย์ก็ไม่มีวันอย่างวันนี้

หากทักษิณ ชินวัตร เป็นดาวราหูใหญ่ที่โคจรย้อนราศีอยู่ในฟากฟ้านภากาศ และถึงคราลาลับพ้นขอบฟ้าตามธรรมชาติแล้ว บัดนี้เนวิน ชิดชอบ ก็คือดาวราหูดวงใหม่ที่กำลังทอแสงเจิดจ้า โคจรย้อนมาในจักรราศีที่พร้อมเผชิญหน้าท้าทายดาวเดือนต่าง ๆ ได้อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว


คนจำนวนมากตั้งความหวังว่า หลังกรณี นายชัย ชิดชอบ ได้เข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสนำชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และหมอบกราบที่พระบาทด้วยความตื้นตันจนน้ำตาไหล ดังที่ปรากฏเป็นข่าวทั่วไปแล้วนั้น นายชัย ชิดชอบ ได้รับพระบารมีปกแผ่ ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นชนิดหลังมือเป็นหน้ามือว่า คงจะมีอานิสงส์ผลบุญปกแผ่มาถึงเนวิน ชิดชอบ ด้วย และด้วยอานิสงส์นี้ ถ้าหากราหูดวงใหม่ที่เจิดจ้าอยู่บนฟ้าอากาศการเมืองไทย กลายเป็นเทพอสูรที่มีบทบาทเทพเป็นหลัก ก็จะเป็นบุญของบ้านเมือง มิต้องร้อนถึงองค์พระเป็นเจ้าผู้เป็นใหญ่ในสามโลกที่จะต้องโปรดให้พระนารายณ์เป็นเจ้าอวตารลงมาปราบมารในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง

    
ชะตากรรมของประเทศจากนี้ไปจะเป็นประการใด ให้จับตาดูจากสี่มือที่จับกันแน่นอยู่ระหว่างมังกรการเมือง สุเทพ เทือกสุบรรณ กับ เนวิน ชิดชอบ เป็นสำคัญเถิด

     แต่อย่างว่านั่นแหละ โลกธรรมทั้งแปดย่อมดำรงคงอยู่คู่กัน ลาภยศสุขสรรเสริญย่อมคู่อยู่กับความเสื่อมลาภเสื่อมยศ ทุกข์และนินทา หามีใครข้ามพ้นไปได้ไม่ เว้นแต่ผู้ทรงภูมิธรรมอันประเสริฐที่ก้าวล่วงไปถึงแดนแห่งวิมุตตะมิติได้สำเร็จ

     เนวิน ชิดชอบ ก็ไม่อาจข้ามพ้นสัจธรรมนี้ไปได้ ตราบใดที่ยังไม่ถึงแดนแห่งวิมุต ดังนั้นวิบากอันเป็นผลกรรมก็ย่อมติดตัวมาเสมอ ในปี 2552 ถึงแม้จะเป็นปีที่ดาวราหูใหม่เจิดจรัสฟ้าการเมืองไทยก็ตาม แต่แสงสว่างอันสลัว ๆ ก็ปรากฏอยู่คู่กัน นั่นคือคำตัดสินของศาลสถิตยุติธรรมในคดีหวยบนดินและคดีกล้ายาง ที่อาจจะปรากฏผลขึ้นในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2552 และไม่ว่าผลจะเป็นไปทางใด ย่อมส่งผลต่อการเมืองไทยอย่างแน่นอน
.

ที่มา
www.paisalvision.com 

โดย paisal

 

กลับไปที่ www.oknation.net