วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Dupai in HBD movie (ดูปายในแฮบปี้เบิร์ธเดย์)


กลับมาอีกครั้ง กับการรีวิวหนัง ที่หนีไม่พ้นเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องท่องเที่ยว

อย่างจ.แม่ฮ่องสอน ที่เจ้าของบล็อกเพิ่งไปมาหมาดๆ

ก็ไปปรากฎอยู่ในหนังรักดราม่า เรื่อง แฮปปี้เบิร์ธเดย์

ก่อนไปดูก็คาดหวังว่าจะได้ไปดูวิวสวยๆในหนัง

แล้วก็ไม่ผิดหวังจริงๆ ภาพที่ปรากฎในหนังออกมาเยี่ยมมาก

และเรื่องของพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนยุคใหม่

ที่เปลี่ยนแปลงไป ปรากฎชัดในหนัง ซึ่งประสบพบเจอมากับตัว

และก็ข้อเขียนของคอลัมนิสท์ชาวเหนืออย่าง โตมรและคำ ผกา

ในเรื่องของการบ้าถ่ายรูปของคน สถานที่ๆทุกคนบุกไปเที่ยวและแห่กันไป

แบบกองทัพมด ซึ่งมันทำลายแหล่งท่องเที่ยว แต่ทุกคนพร้อมจะทำ พร้อมจะไป

เห็นพระเอกที่มีอาชีพช่างภาพ ถ่ายภาพด้วยกล้องแมนนวล

กว่าจะเล็งภาพสวยๆออกมา เล็งแล้วเล็งอีก

แต่การถ่ายภาพแบบใหม่ของนักท่องเที่ยวยุคดิจิตอล ที่สักแต่ถ่ายๆ

ไม่ดีก็ลบ ทำให้ความหยาบเกิดขึ้นในศิลปะการถ่ายภาพ และทำลายสถานที่

ซึ่งหนึ่งอาจเกิดจากการโพสท์ภาพในอินเตอร์เนท ทำให้เกิดมุมฮิท ภาพฮิท

ท่าทางโพสของนางแบบไฮไฟว์กับสิ่งของในสถานที่ท่องเที่ยว ที่นับเอามา

เป็นสิ่งสำคัญไปหมด แม้แต่ถังขยะ

ภาพแรกๆของหนังที่ถ่ายทอด เป็นความร่าเริง เป็นความรักที่สดใส

น่ารัก ประกอบกับความงามของจ.แม่ฮ่องสอน ทำให้คนดูเพลิดเพลิน

ภาพของปางอุ๋งในหนัง อาจยิ่งทำให้กระแสปายฟีเวอร์มาแรงยิ่งขึ้น

นอกจากห้วยน้ำดังที่คนนิยมไปดูทะเลหมอกเวลาพระอาทิตย์ขึ้นกัน

นางเอกและพระเอกได้ไปเที่ยวด้วยกัน ในสถานที่ที่งดงามของเมืองปาย

แต่ย้ำว่าอาจจะงดงามเพียงในหนัง เพราะของจริงเต็มไปด้วยกองทัพผู้คน

ที่หลั่งไหล และพยายามเข้าไปตักตวงความงามจากสถานที่ท่องเที่ยว

โดยปราศจากการบริหารจัดการที่ดี ที่ทางททท.และเกือบทุกสื่อเวลานี้

กระหน่ำปายกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เราเองก็ปฏิเสธไม่ได้ในเรื่องของ

ความงามของธรรมชาติ ที่ได้ไปประจักษ์ด้วยตาของตนเองมาแล้ว

เรื่องราวความสุขของหนัง ดำเนินไปได้แค่ในช่วงสั้นๆ อาจจะแค่หนึ่งในสี่

ของเรื่องราวทั้งหมด เพราะหลังจากที่พระเอกนางเอกจีบกันสำเร็จ

สถานะของหนังก็เปลี่ยนแปลงจากหนังรักสดใสไปเป็นโศกนาฏกรรมแห่งรักในฉับพลัน

ซึ่งมันเป็นที่มาของหนังชื่อ แฮปปี้เบิร์ธเดย์นี่ล่ะ

อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนางเอก ทำให้พระเอกจมอยู่ในห้วงทุกข์ ด้วยความฝัน

และหวังว่านางเอกจะฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง มาใช้ชีวิตดังของขวัญ

ที่เขาตั้งใจจะมอบให้กับพระเอกในวันเกิด

หนังมีจุดด้อยตรงที่ความพยายามและความเศร้าของพระเอกที่พยายามทำทุกสิ่ง

ทุกอย่าง เพื่อให้ได้ดูแลนางเอก ทั้งๆที่หมอบอกว่าในทางการแพทย์

นางเอกได้ตายไปแล้ว แต่อยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ

และตัวเขาทำใจไม่ได้ และยังรอวันที่นางเอกจะฟื้นคืน

ความพยายามของเขา ทำให้คนดูรู้สึกเบื่อ ทั้งที่ตอนแรกก็พยายามช่วยลุ้น

จนมันเนิ่นนาน เสียจนจำเจ และไม่make sense ก็ทำลายอารมณ์ของหนัง

ไปมากที่เดียว

แต่ก็ต้องยอมรับเลยว่า บทบาทการแสดงของอนันดาที่เข้าถึงตัวละคร

ในด้านอารมณ์ในเรื่องนี้ ทำได้ดีไม่แพ้ในme myself

ที่มีผู้กำกับคนเดียวกันคือพงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

และในอีกหลายๆเรื่องที่มีรางวัลมาการันตีความสามารถของเค้า

ส่วนนางเอกที่เคยเป็นคู่ขวัญในเรื่อง me myself ก็แสดงได้ดี ร่าเริง

และมีรอยยิ้มที่น่ารัก จนทำให้คนดูอดยิ้มตามไม่ได้ แต่ก็น่าเศร้า

ตรงที่เธอกลายเป้นคนที่ต้องนอนแบบ ในเกือบจะตลอดเวลาของหนัง

จึงไม่ค่อยได้เห็นบทบาทการแสดงของเธอมากนัก นอกจากจะเห็นว่า

"เธอนอนได้นิ่งมาก"

รูปแบบการเล่าเรื่องยังรู้สึกขาดๆเกินๆอยู่ บางอย่างน้อยไป บางอย่างมากไป

ซึ่งทำให้รู้สึกเบื่อ และลุ้นให้หนังจบ ถ้าเราในฐานะคนดูเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้น

เมื่อไร แสดงว่าหนังต้องปรับปรุงด่วน เรายังได้เห็นฉากที่พระเอกพานางเอกไป

อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ พาลพาให้นึกถึงหนังเรื่อง the letter นึกได้ว่าคนเขียนบท

เป็นคนเดียวกัน คือคงเดช ถ้าให้เทียบสองเรื่องนี้ก้อต้องบอกว่า love letter

บทดีกว่า ซึ่งความขาดๆเกินๆในหนังไม่รู้จะโทษใครดีระหว่างผู้กำกับกับคนเขียนบท

วิจารณ์มาก็มาก แต่ถ้าให้ตัดสินว่าหนังเรื่องนี้น่าไปดูมั้ย

ก็ยังตอบได้เต็มคำว่า "ควรไปดู" เพราะหนังรักอารมณ์แบบนี้

หาได้น้อยในหนังไทยสมัยใหม่ แล้วอีกอย่างฉากธรรมชาติในหนัง

ก็สวยงามจริงๆ สอดคล้องกับอากาศที่หนาวเย็น และคนเมืองที่กำลัง

จะได้ไปเที่ยวปีใหม่ในภาคเหนือ

ขอฟันธงแต่ไม่คอนเฟิร์มว่าทั้งน่าดู และน่าไปเที่ยว

สำหรับปางอุ๋งที่ทริปหน้าเราจะไม่พลาด แต่คงจะต้องหาเวลาไปในช่วงหน้าโลว์

ไม่งั้นอาจเจอแต่กองทัพผู้คน

ภาพสุดท้ายที่ถ่ายโดยหนูหนิงเอง ณ ปายแคนยอน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน

โดย nuning

 

กลับไปที่ www.oknation.net