วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...เล่นการเมือง... เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม ... หรือเพื่อประโยชน์ส่วนตน?


โจทย์แบบนี้ถ้าเป็นนักวิชาการก็ตอบได้ง่ายมาก แต่ถ้าเป็นพรรคการเมืองก็ยังคงตอบได้ยากขึ้นหน่อย แต่ถ้าเป็นสมาชิกพรรคแล้วจะมีแนวโน้มไปทางผลประโยชน์ตัวเอง คำถามอื่นๆจะตามมาอีก เช่น แล้วประชาชนทั่วไปจะเล่นการเมืองได้ไหม เล่นแล้วได้อะไร ฯลฯ บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเล่นการเมืองอยู่ คำว่า”เล่น”ในความหมายก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ได้จริงจังอะไร สมมติว่าจะจริงจังแล้วจะต้องทำอย่างไร ก็ตอบได้ว่า”หยุดเล่น” แล้ว ”ทำงาน” คือทำงานการเมือง เพราะการทำงานนั้น ในทางวิชาชีพ เป็นการหารายได้เพื่อให้ได้ปัจจัยพื้นฐานอย่างน้อยสามประการคือ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค  แต่ในทางการเมือง มันมากกว่า ยิ่งคนที่เพียบพร้อมและสะสมไว้โดยเฉพาะในรูปของทรัพย์สินเงินทองแล้ว ความต้องการที่เป็นนามธรรมก็จะแตกต่างกันออกไป เช่น ตำแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์ ฯลฯ แล้วคนที่ยังไม่มี และคิดจะมาทำงานการเมืองหละ เขาคิดอะไรอยู่... อย่างน้อยเขาก็ควรจะมีอาชีพที่สุจริตเป็นหลักเป็นแหล่ง และก็ไม่มีข้อห้ามทางกฎหมาย และถ้าคิดจะสังกัดพรรคการเมืองแล้ว “ต้องมีอุดมการณ์ที่ไปด้วยกันได้”

 

จำต้องยก ”การเมือง” ไว้เหนือกว่า ”วิชาชีพ” เพราะการเมืองเป็นเรื่องระดับชาติ เรื่องของการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เรื่องของการสร้างความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขให้กับสังคมโดยส่วนรวม เรื่องของการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนรุ่นถัดไป ซึ่งว่าไปแล้ววิชาชีพก็เป็นเช่นนั้น แต่อยู่ในวงจำกัดกว่า ต้องเดินตามการเมืองให้สอดคล้องกันตามนโยบายแห่งรัฐที่มีนักการเมืองถือธงนำอยู่ ซึ่งก็เปลี่ยนไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์ที่นักการเมืองต้องมีโลกทัศน์ที่เหนือกว่า คงไม่อาจยอมได้ที่จะให้นักเลือกตั้งที่ซื้อเสียงจากประชาชนเพื่อเข้ามาอยู่ในวิถีการเมืองและเรียกตัวเองว่านักการเมือง ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้แสดงให้ประจักษ์ผ่านทางตุลาการภิวัฒน์และประชาภิวัฒน์แล้วว่า การทำเช่นนั้นไม่สามารถจะอยู่ได้ในสังคมไทย และต้องฝังกลบหรือเผาทำลายมิให้เหลือซากเดนที่เป็นเชื้อให้ระบาดเผยแพร่ได้อีก

 

การแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีขึ้น เป็นเพียงพิธีกรรม ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือความจำเป็นตามขั้นตอนของกฎหมาย ก่อนการบริหารรัฐนาวาที่จะเกิดขึ้นต่อไป ก็เป็นสิ่งที่รู้ๆกันอยู่ว่าองค์ประกอบและที่มาของรัฐบาลมีปัจจัยสำคัญที่จะอยู่ได้นานหรือไม่นั้นคือการประคองผลประโยชน์ของพรรคร่วมฯ ภายใต้แรงกดดันทางเศรษฐกิจที่ถดถอยไปทั่วโลก และการสร้างความนิยมที่จะมีขึ้นจากประชาชนเพื่อเตรียมการเลือกตั้งใหม่ที่จะได้เสียงสนับสนุนจากประชาชนมากที่สุด ... วนเวียนอยู่อย่างนี้แหละ ...

โดย Naive@KnowledgeValley

 

กลับไปที่ www.oknation.net