วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มากับสายลมหนาว : อึ่งแม่หนาวจากภูสูง


มากับสายลมหนาว : อึ่งแม่หนาวจากภูสูง

ลมหนาวปลายปีพัดมาอีกระลอก ฟังข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าหลังปีใหม่นี้อุณหภูมิจะลดลงกว่าเดิม

หลายคนบอกว่าชอบหน้าหนาวมากว่าฤดูกาลอื่น ๆ เห็นได้จากการที่มีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสัมผัสกับความหนาวในเขตอุทยานแห่งชาติหลายแห่งทั้งในเขตภาคเหนือและภาคอีสาน

สำหรับชาวบ้านทุ่งอย่างเราไม่ต้องไปแสวงหาบรรยากาศธรรมชาติความหนาวกันที่ไหน มันมาเยือนโดยมิได้บอกกล่าวถือเป็นฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผันไปตามวิถีแห่งธรรมชาติโดยมิต้องไปปรุงแต่งหรือแสวงหาเช่นเดียวกับ “อึ่งแม่หนาว” ที่มาเยือนในช่วงฤดูหนาวนี้

ผมเองพยายามศึกษาเกี่ยวกับเจ้าตัวที่มาพร้อมกับสายลามหนาวนี้จะใช่ตัวเดียวกันกับที่ชาวบ้านทุ่งเรียกว่า “เขียดมาหนาว” หรือเปล่า

เมื่อเปรียบเทียบลักษณะรูปร่างและภาพประกอบจากหลาย ๆ แหล่งข้อมูลจึงพบว่าเจ้า “เขียดมาหนาว”  น่าจะเป็น “อึ่งแม่หนาว” ตามภาษาไทยกลางทั่วไป ทั้งนี้จากข้อมูลของโครงการอุทยานธรรมชาติอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  และจากนิตยสารสารคดีเล่มล่าสุด ผมจึงมั่นใจว่าน่าจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวกัน หรือท่านผู้อ่านมีข้อคิดเห็นโต้แย้งอย่างไร ผมจึงเรียกมันว่า “อึ่งแม่หนาว” ตามภาษาไทยทั่วไปก็แล้วกัน

จากแหล่งข้อมูลดังกล่าวพบว่าเจ้า “อึ่งแม่หนาว” นั้นเป็นสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกสกุลเดียวกับกบมีชื่อสามัญว่า Berdmore chorus Frog ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Microhyla berdmorei  ลักษณะทั่วไปของมันจะมีลำตัวขนาดเล็กสีน้ำตาลมีลายรูปน้ำเต้าสีน้ำตาลบนหลัง ก้นสีดำ ท้องสีเหลือง ตัวผู้จะมีคางสีดำ  พบมากตามที่ราบลุ่มบนภูสูง จะออกหากินในช่วงต้นฤดูหนาว โดยจะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากเพื่อจับคู่ผสมพันธุ์ โดยธรรมชาติของสัตว์โลกทั่วไป  ในขณะเดียวกันก็ถือว่าเป็นโชคร้ายของมันที่ถูกมนุษย์จับมาเป็นอาหารในขณะช่วงของฤดูกาลขยายพันธุ์

มาถึงตอนนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจบอกว่าเจ้าอึ่งแม่หนาวมิสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้หรือ สูญพันธุ์แน่นอนครับเพราะไม่ได้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบกับรายงานการประเมินสถานภาพของสัตว์สะเทิ้นน้ำสะเทินบกในประเทศไทย โดยสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อปี 2548 พบว่า สัตว์ดังกล่าวอย่างน้อย 5 ชนิด อยู่ในสถานการณ์มีแนวโน้มใกล้จะสูญพันธุ์ และที่สำคัญในปี 2551 นี้ องค์การสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์โลก (waza) กำหนดปี้นี้เป็นปีแห่งกบ สวนสัตว์หลายแห่งได้มีการจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับกบและสัตว์ในสกุลเดียวกัน โดยหวังว่าให้ผู้คนได้เห็นความสำคัญของการลดจำนวนของกบ และเจ้าอึ่งแม่หนาวก็มีสถานการณ์ไม่แตกต่างกัน

ปัจจุบันมิได้มีการนำมาเป็นอาหารในครัวเรือนเท่านั้น   แต่ยังมีการจับมาขายตามตลาดทั่วไป เห็นแล้วใจหายครับ ผมเห็นมากับตาเมื่อเช้านี้เอง มีแม่ค้านำอึ่งแม่หนาวใส่รถปิคอัพมาเร่ขายตามหมู่บ้านเหมือนสินค้าทั่วไป

ผมถามแม่ค้าที่นำมาขายว่าได้มาอย่างไร คำตอบคือเพิ่งจับได้จากภูสูงใกล้ ๆ หมู่บ้านเมื่อคืน โดยซื้อต่อจากชาวบ้านหลายเจ้าก่อนที่จะนำมาบรรจุลงในถุงพลาสติกถุงละ 15 ตัว ในราคา 20 บาท มีทั้งตัวผู้และตัวเมียไว้สำหรับบริการลูกค้า  ผมถามต่อไปว่ารู้ได้อย่างไรว่าตัวไหนเป็นตัวผู้และตัวเมีย แม่ค้าตอบว่าตัวผู้นั้นจะมีลำตัวขนาดใหญ่ มีลำตัวค่อนข้างดำ ส่วนตัวเมียจะมีลำตัวขนาดเล็กสีออกโทนขาว ใต้ท้องจะสังเกตเห็นมีไข่ด้วย เป็นการสังเกตง่าย ๆ ของชาวบ้านโดยมิต้องอาศัยทางวิทยาศาสตร์เลย

   

อึ่งแม่หนาว มาพร้อมกับสายลมหนาว

มาถึงตอนนี้ผู้อ่านหลายท่านอาจถามว่าอึ่งแม่หนาวจะประกอบอาหารอะไรได้บ้าง หากเป็นสัตว์ชนิดนี้จะนำมาประกอบอาหารจำพวกแกง ปิ้ง หรือป่นทำเป็นน้ำพริก แต่ที่นิยมคือการแกงใส่ผักพื้นบ้าน ใส่มะเขือพวงผสมลงไปด้วย ทำให้มีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

แกงอึ่งแม่หนาวนั้นจะต้องใส่ “ข้าวเบือ”  โดยการนำข้าวเหนียวไปแช่น้ำในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำมาตำให้ละเอียดผสมลงไปในน้ำแกงในขณะร้อน ๆ ผมคิดว่าน่าจะคล้าย ๆ กับเครื่องปรุงรสที่ผลิตจำหน่ายในปัจจุบันลักษณะเดียวกันกับ “คะนอร์”  ทำนองนั่น  แต่นี้ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ไม่ต้องซื้อหา ปรุงรสตามชอบใจก็จะได้แกงอึ่งแม่หนาวรสชาดถูกใจวางอยู่ตรงหน้า หรือบางคนก็จะทำห่อหมกอึ่งแม่หนาวก็อร่อยไปอีกแบบหนึ่งครับ

แต่อย่างไรก็ตามความต้องการในการดำรงชีวิตของชาวบ้านทุ่งของเรา ถึงแม้ว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี รวมทั้งวัฒนธรรมอาหารจานด่วนตามร้านอาหารหรือตลาดบ้านทุ่งมีให้บริการโดยทั่วไป แต่ก็ยังมีสัตว์อีกหลายประเภทที่วางจำหน่าย รวมทั้งตลาดในเมืองด้วย  อีกไม่นานจะถือว่าเป็นสัตว์ที่มีราคาแพงและหายากต่อไป และถึงเวลานั้นเจ้าอึ่งแม่หนาวก็อาจสูญหายไปจากโลกนี้ก็เป็นได้

ข้อมูลประกอบการเขียน                                                                                    นิตยสารสารคดี : ปีที่ 24 ฉบับที่ 286 ธันวาคม 2551                              http://www.kanchanapisek.or.th 

โดย เจนอักษราพิจารณ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net