วันที่ อังคาร ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมสำหรับการอบรม


Behavioral Objectives หรือวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม หมายถึง วัตถุประสงค์ของการเรียนการสอนที่สามารถบอกเราได้ว่า เมื่อเสร็จสิ้นการเรียนการสอนในเรื่องนั้นหรือบทเรียนนั้นแล้วผู้เรียนจะสามารถทำอะไรได้บ้างโดยแสดงออกเป็นลักษณะของพฤติกรรมที่สามารถวัดได้ สังเกตุเห็นได้เป็นแบบใด

วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมจะสมบูรณ์ได้ต้องประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

1. Expected Behavior คือ พฤติกรรมที่คาดหวัง ซึ่งหมายถึง พฤติกรรมที่คาดหวังว่าผู้เรียนจะแสดงออกอันจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้เรียนมีความรู้หลังจากที่ได้ผ่านการเรียนไปแล้ว วิธีการเขียนพฤติกรรมที่คาดหวังในวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ถูกต้องนั้นต้องใช้คำที่แสดงกริยาที่สามารถมองเห็นหรือสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนเป็นเอกภาพ เช่นคำว่า บอก อธิบาย คำนวณ แสดงท่า แยก รวม ระบุ กำหนด ตัวอย่างเช่นเรื่องการสอนขับรถเราอาจเขียนว่า

หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถได้

จากตัวอย่างจะเห็นว่าการขับรถคือพฤติกรรมที่เราคาดหวังว่าหลังจากเรียนจบแล้วผู้เรียนจะสามารถขับรถได้ แต่การขับรถได้นั้นมันยังกว้างไปซึ่งเรายังไม่รู้ว่าเป็น รถอะไร สี่ล้อหรือสิบล้อ รถบรรทุกหรือรถเก๋ง ขับกลางวันหรือกลางคืน เกียร์ธรรมดาหรือเกียร์ออโต้สิ่งเหล่านี้คือเงื่อนไขซึ่งจะต้องระบุให้ชัดเจนขึ้นดังนั้นส่วนประกอบของวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมจึงต้องมี

2. Condition คือ เงื่อนไข  จะเป็นตัวที่ทำให้วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมที่กำหนดหรือเขียนไปนั้นชัดเจนและมีขอบเขตที่แคบลง เราลองกลับมาดูการเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมกรณีเดิมคือเรื่องการสอนขับรถจากที่เราเขียนไว้ว่า "หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถได้" ถ้าเราใส่เงื่อนไขเข้าไปเช่นเราต้องการให้ผู้เรียนสามารถขับรถที่เป็นรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้วัตถุประสงค์ก็จะเป็นลักษณะนี้

 หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้

เราจะเห็นว่าวัตถุประสงค์จะแคบลงมีขอบเขตชัดเจนขึ้นคือขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้ ไม่เกี่ยวกับรถเกียร์อัตโนมัติ รถบัส รถกระบะ รถบรรทุก อะไรทั้งสิ้น แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าการขับรถได้นั้น ได้แค่ไหนเพราะการขับรถได้ของแต่ละคนก็ไม่เท่ากันอีกอย่างที่เราพูดกันว่าคนนี้ขับรถเก่ง คนนั้นขับไม่เก่ง เพราะฉะนั้นเราต้องการสอนให้เก่งแค่ไหนจึงต้องมีการกำหนดระดับความรู้ของผู้เรียนไว้ในวัตถุประสงค์ด้วย ดังนั้นในวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมจึงควรมีการกำหนด

3. Criteria หรือ เกณฑ์ ซึ่งก็คือระดับของพฤติกรรมที่คาดหวังว่าจะต้องมีมากแค่ไหน อยู่ในระดับใดจึงจะสามารถรับได้หรือถือว่าเรียนรู้ได้ตามที่ต้องการ ดังนั้นเราจะต้องใส่เกณฑ์เข้าไปในวัตถุประสงค์ด้วยเพื่อความสมบูรณ์ โดยปกติเกณฑ์นี้จะเขียนเป็นเชิงคณิตศาสตร์ เช่น อย่างน้อย 5 หรือผิดได้ไม่เกิน 10 หรือได้ภายใน 5 นาที หรือได้ทั้งหมด หรือได้ทุกข้อ เป็นต้น กลับมาที่การสอนขับรถของเราอีกครั้งมาดูว่าจะทำอย่างไรดี จากที่เราใส่เงื่อนไขไปแล้วออกมาเป็น "หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้" ทีนี้เรามาเพิ่มเกณฑ์เข้าไปก็จะได้เช่น

หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้โดยออกรถแล้วเครื่องดับได้ไม่เกิน 2 ครั้งจากการออกรถ 10 ครั้ง

หรือ

หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้อย่างปลอดภัยภายในระยะ 10 กิโลเมตร

หรือ

หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้อย่างไม่ผิดกฎจราจรทุกข้อจากการทดสอบในสนามสอบ

อย่างนี้เป็นต้น

จะเห็นว่าการเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมนั้นจะระบุขอบเขตที่ค่อนข้างแคบ และชัดเจนเป็นเรื่องเดียว แต่จะทำให้เรารู้ว่าเมื่อมีการอบรมเสร็จสิ้นแล้วผู้เรียนจะทำอะไรได้ แค่ไหน ภายใต้เงื่อนไขอย่างไร ดังนั้นถ้าเราจะออกข้อสอบเพื่อมาวัดว่าการเรียนการสอนในครั้งนั้นผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ก็เอาวัตถุประสงค์นั่นแหละมาออกข้อสอบ เช่น ถ้าวัตถุประสงค์เราเขียนไว้ว่า "หลังจากจบการอบรมแล้วผู้เรียนสามารถขับรถเก๋งเกียร์ธรรมดาได้โดยออกรถแล้วเครื่องดับได้ไม่เกิน 2 ครั้งจากการออกรถ 10 ครั้ง" เราก็เอาผู้เรียนมาสอบโดยการให้ออกรถ 10 ครั้ง ถ้าผู้เรียนออกรถ แล้วเครื่องดับ ไม่เกิน 2 ครั้งก็สอบผ่าน ถ้าเกินก็สอบตก ก็แค่นั้นเอง

ข้อสังเกตุอีกอันหนึ่งก็คือว่าในการเขียนวัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมในวิชาหรือบทเรียนหนึ่งๆนั้นอาจมีหลายวัตถุประสงค์ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับว่าบทเรียนนั้นๆ ต้องการให้ผู้เรียนสามารถทำอะไรได้บ้างหลังจากเรียนจบบทเรียน....ลองเขียนดูนะครับ

โดย อาจารย์เศก

 

กลับไปที่ www.oknation.net