วันที่ อังคาร ธันวาคม 2551

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การผลิตที่เคลื่อนย้ายและแตกกระจาย


โดย ดุลยทัศน์ พืชมงคล   

ปัจจุบันการบริหารจัดการธุรกิจด้วยการ Outsource งานบางส่วนหรือหลายๆส่วนออกไปให้ผู้รับจ้างรายอื่นดำเนินการแทนได้รับความนิยมมากขึ้นทั่วโลก และเป็นประเด็นที่น่าสนใจและติดตามความเคลื่อนไหวอย่างยิ่งเรื่องหนึ่ง

ในสหรัฐอเมริกาและหลายประเทศในยุโรปมีการใช้ระบบ
Outsource กันมาเนิ่นนานแล้ว เนื่องจากเป็นประเทศที่มีต้นทุนแรงงานที่สูงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในภูมิภาคอื่นๆ ดังนั้นการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปยังพื้นที่ที่มีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่าอย่างในประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย ฯลฯ ซึ่งมีความพร้อมทั้งในด้านภูมิศาสตร์ ทักษะการผลิต และต้นทุนแรงงาน จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดทั้งในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต และการกระจายสินค้าจากจุดที่ผลิตไปยังจุดขายต่างๆ จากที่สินค้าอาจจะต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าครึ่งค่อนโลกก่อนจะมาถึงชั้นวางสินค้าที่โตเกียว ก็สามารถย่นย่อการเดินทางให้สั้นและเร็วขึ้นกว่าครึ่งเมื่อสายการผลิตอยู่ที่ชลบุรีแทนที่จะเป็นดีทรอยส์ และที่สำคัญตลาดใหญ่ของโลกในยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นภูมิภาคเอเชียของเรานั่นเอง
               
การเคลื่อนย้ายอันเนื่องมาจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า

การเป็นผู้รับจ้างผลิต แม้จะสามารถสร้างรายได้และอัตราการจ้างงานให้แก่ตนเองและประเทศมายาวนานหลายทศวรรษ แต่ปัจจุบันหลายสิ่งหลายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตและ Outsource
กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆของโลกได้เคลื่อนย้ายจากประเทศต่างๆที่เคยเป็นประเทศผู้รับจ้างผลิตแต่เดิมไปยังไปยังมณฑลต่างๆในประเทศจีนกันขนานใหญ่ เนื่องจากจีนมีต้นทุนแรงงานที่ต่ำกว่ามากและมีขนาดตลาดที่ว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในที่เดียวกัน

การเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศจีนในระยะแรกอาจจะอยู่ในกลุ่มสินค้าที่ไม่มุ่งเน้นด้านคุณภาพ ดังนั้นผลกระทบที่มีต่อประเทศผู้ผลิตเดิมจึงไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กล่าวได้ว่าหนักหนาสาหัส แต่เพียงไม่กี่ปี ความสามารถการผลิตของแรงงานจีนก็ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาก้าวหน้าไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ผลกระทบที่หนักหน่วงจึงเริ่มปรากฎขึ้นอย่างชัดเจน

เหตุการณ์ที่ผลิตภัณฑ์รองเท้ากีฬาหรือสิ่งทอซึ่งเคยว่าจ้างหรือ Out Source ให้ผู้ผลิตในประเทศไทย ได้เคลื่อนย้ายการฐานการผลิตไปยังประเทศจีน พม่า หรือเวียดนาม และปรากฎผลออกมาในลักษณะของโรงงานในไทยต้องปิดตัวลงไป จึงไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายของภาครัฐและผู้ประกอบการเท่าไรนัก

จริงอยู่ที่คงไม่ใช่ทุกผลิตภัณฑ์ที่จะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่น แต่คงปฎิเสธได้ยากว่าการผลิตในบางประเภทอุตสาหกรรมอาจจะต้องล้มหายตายจากไป ในขณะที่อีกหลายต่อหลายประเภทจะได้รับผลกระทบในระดับที่แตกต่างกันไป การจะหลีกเลี่ยงหรือรับมือการสถานการณ์ดังกล่าวนั้น ดูอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายดายนัก นอกจากจะต้องยอมรับความจริงที่จะเกิดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะนำไปสู่การพัฒนาเส้นทางใหม่ๆ ในด้านนวัตกรรมการผลิต การบริการ หรือการเป็นผู้สร้างตราสินค้าระดับโลกขึ้นเป็นของเราเองต่อไป

จากผลิตสู่บริการ

 อุตสาหกรรมการผลิตดูจะเป็นเรื่องเก่าไปแล้วเมื่อเทียบการการ Outsource ด้านงานบริการ
เพราะในปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าและทันสมัยส่งผลให้ประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และอีกหลายๆประเทศอุตสาหกรรมใหม่ เริ่มหันมาส่งออกงานบริการรวมไปถึงงานทางด้านวิชาชีพต่างๆไปยังแหล่ง Outsource ที่มีความพร้อมและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า

แต่การ Outsource
งานบริการก็มีความสลับซับซ้อน ที่ต้องศัยทักษะเฉพาะซึ่งแตกต่างกันมากเมื่อเปรียบเทียบกับงานด้านการรับจ้างผลิต เพราะผู้รับจ้างไม่ได้พึ่งพาแรงงานที่มีฝีมือด้านการผลิตเชิงอุตสาหกรรมและเครื่องจักรขนาดใหญ่อีกต่อไป แต่อาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย ความเชี่ยวชาญด้านภาษา และทักษะเฉพาะทางวิชาชีพ ตลอดจนการอบรมชนิดแข็งขันอย่างต่อเนื่อง เป็นหลัก

หนึ่งในประเทศที่เป็นผู้นำของการรับงาน Outsource ด้านบริการในยุคนี้ก็คือ อินเดีย
บรรยากาศการทำงานของ call center ในอินเดีย ซึ่งมีอยู่มากมายในบังกะลอร์ ลองนึกภาพลูกค้าที่พูดคุยอยู่ในสายซึ่งนั่งอยู่ที่ห้องทำงานในบอสตัน กำลังโทรศัพท์สำรองที่นั่งและสอบถามเส้นทางไปยังร้านอาหารเปิดใหม่ใกล้ๆ จากคนที่นั่งอธิบายอยู่ที่อีกฟากหนึ่งของโลก
ในบังกะลอร์ (เมืองแห่งเทคโนโลยี คล้ายซิลิคอน วัลเลย์ ในสหรัฐฯ) มีออฟฟิตจำนวนมากนับพันแห่งที่ให้บริการ Outsource งานด้านบริการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานบริการลูกค้าสัมพันธ์อย่าง Call centers งานด้านการจัดทำบัญชีและงบการเงิน งานรับจ้างเขียนซอร์ฟแวร์ งานด้านการแพทย์ ฯลฯ ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆในสหรัฐและยุโรป โดยใช้แรงงานยุคใหม่นี้จากคนทำงานและนักศึกษาในอินเดียซึ่งพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่วและผ่านการอบรมเกี่ยวกับงานที่พวกเขาจะต้องจัดการ ให้คำตอบ หรือคำแนะนำลูกค้าจากอีกฟากฝั่งของโลกมาเป็นอย่างดี

 ที่สำคัญ นอกจากพวกเขาจะมีค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาก (แต่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่เลวนักในอินเดีย) เมื่อเทียบกับค่าแรงในตะวันตกแล้ว เวลากลางวันและกลางคืนที่ตรงข้ามกันยังช่วยให้ผู้ว่าจ้างจากฝั่งตะวันตกสามารถรับงานจากลูกค้าของพวกเขาและส่งงานต่อไปยังอินเดียได้ด้วยเพียงปลายนิ้วในตอนเย็นก่อนเลิกงาน โดยจะตื่นมารับงานที่เสร็จสมบูรณ์เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าของเขาได้ในเช้าวันรุ่งขึ้น

นักวิชาการ นักคิด นักเขียนทางตะวันเชื่อว่า การผลิตในยุคต่อไปจะเป็นเรื่องของการกระจายการผลิต ไปยังแหล่งการผลิตหรือบริการที่ดีที่สุดและต้นทุนต่ำที่สุดที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีและความสามารถในการแสวงหาแหล่งการผลิตที่อาจจะย่อขนาดลงไปจนเหลือเพียงหน่วยเล็กๆอย่างการให้บริการเป็นรายบุคคล

เราอาจจะลองนึกภาพการก่อสร้างโรงแรมในบราซิล ที่เจ้าของโครงการอยู่ที่สหรัฐฯ แต่มีทีมวิศวะกร และสถาปนิคผู้ออกแบบอาคาร รวมทั้งงานตกแต่งภายในที่เชียวชาญเฉพาะ 3 คนจาก 3 ประเทศ โดยมีบริการสำรองห้องพักและจัดทำบัญชีอยู่ที่อินเดีย งานบุคคลอยู่ที่สิงคโปร์ ก็จะเห็นภาพที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นี่คือโมเดลการจัดการที่บริษัทยักษ์ใหญ่และยักษ์เล็กทั่วโลก รวมทั้งบริษัทชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทยกำลังใช้หรือใช้อยู่ โดยมีแนวโน้มที่จะกระจายงานต่างๆมากขึ้นไปกว่าเดิม

ในสถานการณ์เช่นนี้ ที่ยืนของผู้ประกอบการรับจ้างผลิตของไทยในอนาคตจะเป็นอย่างไร จึงเป็นเรื่องที่น่าคิดจริงๆ.

โดย paisal

 

กลับไปที่ www.oknation.net