วันที่ พุธ พฤษภาคม 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โอ้...แม่ดอกสเลเต


Cool Slideshows

โอ้....แม่ดอกสเลเต

                     

                       ทันทีที่ย่างก้าวเข้าสู่บริเวณบ้าน  กลิ่นหอมรวยรินของดอกไม้ชนิดหนึ่งก็โชยมาแตะจมูก จนฉันต้องหันไปหาที่มาของกลิ่นนั้น ทั้งทั้งที่แสนจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอันยาวไกล และอยากล้มตัวลงนอนพักเป็นหนักหนาแล้วก็ตาม หากเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นดอกไม้สีขาวกลีบบางบางที่กำลังชูช่อไสว ส่งกลิ่นหอมอวลอยู่ริมกำแพงบ้าน   หัวใจฉันก็พลันพองโตขึ้นมาด้วยความปิติและอิ่มเอม ดูเหมือนว่า ความเหนื่อยอ่อนเมื่อยล้าแทบจะมลายไปโดยสิ้นเชิง

                             “   สเลเตออกดอกแล้ว ” ฉันพึมพำกับตัวเองพลางก้มลงสูดกลิ่นหอมของดอกไม้กลีบบาง

                   ฉันรู้จักไม้ดอกสีขาวกลีบบางที่ชาวภาคกลางเรียกหากันว่ามหาหงส์มาแต่เนิ่นนานแล้ว หากไม่เคยรับรู้มาก่อนเลยว่า มหาหงษ์มีชื่ออื่นอีก จวบกระทั่งเมื่อมีโอกาสได้ไปทำงานในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เห็นไม้ชนิดนี้ปลูกอยู่ตามบ้านในชนบท และรับรู้ว่า เธอมีอีกชื่อหนึ่งว่า สเลเต   โอ้แม่ดอกสเลเต......... เพียงครั้งแรกที่ได้ยินชื่อ ก็หลงรักเธอทันที และนับแต่นั้นมาฉันก็ไม่เคยเรียกเธอว่าอื่นใด นอกจาก “ สเลเต ”                     

                    ยามที่ย้อนกลับผ่านวันเวลา  ช่วงหนึ่งของชีวิตได้เคยพักพิงยังดินแดนแถบภาคเหนือเพื่อเก็บข้อมูลภาคสนามในสาขาที่ร่ำเรียนมาด้านมานุษยวิทยา      ก็ในครั้งนั้นจึงได้รู้จักปิยะมิตรผู้หนึ่ง ซึ่งคอยห่วงใย ช่วยเหลือและเอื้ออาทร ตลอดระยะเวลาที่เก็บข้อมูลภาคสนามเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ชาวขมุ จนสามารถทำวิทยานิพนธ์สำเร็จลุล่วงลงได้ด้วยดี

           และปิยะมิตรผู้นี้อีกนั่นล่ะ ที่คอยเทียวรับเทียวส่งมิตรจากแดนไกล คอยหาที่พักพิงในพื้นราบ ยามที่เพื่อนต่างถิ่นกลับลงมาจากดงดอยสูง

               เอกนรินทร์ เป็นชื่อของปิยะมิตรผู้นั้น แต่ฉันมักเรียกเขาว่า  “ครูเอก ”  ตามคำเรียกขานของชาวขมุในหมู่บ้านที่ฉันทำวิจัย

             ครูเอกเป็นหนุ่มช่างคุย มีอารมณ์ขันและเอียดอ่อนเป็นนักเป็นหนา  อาจเป็นเพราะเราเกิดเดือนเดียวกัน แตกต่างก็แต่เพียงปีที่เกิด เราจึงสนิทสนมกันได้โดยไม่ยากนัก เพราะเป็นคนช่างสังเกต เอกนรินทร์จึงรู้ว่าฉันชอบที่จะพูดคุยเก็บข้อมูลกับชาวบ้าน ไม่เฉพาะแต่กลุ่มชาวขมุที่ฉันทำวิจัย แต่รวมไปถึงกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในอำเภอทุ่งช้าง จ.น่านด้วย

             ด้วยเหตุนี้เอง เอกนรินทร์จึงมักชักชวนให้ฉันไปทักทายและทำความรู้จักกับพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยชาวไตลื้อ ในหมู่บ้านที่เขาพำนักพักพิงอยู่เป็นเนืองนิตย์ เพื่อให้ฉันได้มีโอกาสพูดคุยและสอบถามข้อมูลจากพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยเหล่านั้น ฉันจึงมีโอกาสได้รู้จักสเลเตในนามที่แตกต่าง คือ ตาเหิร หรือต๋าเหิน

             ยังจำได้มิรู้เลือนถึงภาพแม่อุ๊ยชาวไตลื้อ     นุ่งซิ่นเกล้าผม   เสียบดอกสเลเตไหวไหว       ช่างงดงามยิ่งนักในความรู้สึกของฉัน .....และยิ่งรู้สึกเต็มตื้นมากล้น      ยามที่แม่อุ๊ยชาวเหนือเก็บงำดอกไม้กลีบบาง นามต๋าเหิน มอบเป็นบรรณาการยามที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยือน     ด้วยแม่อุ๊ยรู้ว่าฉันชมชอบในไม้ดอกต๋าเหิน.....ดอกไม้กลีบบาง ที่หอมละมุน จึงเก็บงำไว้แบ่งปัน

             มาในวันนี้  กาลเวลาที่ผันผ่าน ก็เนิ่นนานนักหนาในความเป็นจริง  ระยะทางอันไกลโพ้น ภาระหน้าที่อันรัดรึง จึงเป็นข้ออ้างที่เหมาะสมสำหรับเหตุผลของการร้างเลือน แต่ปิยะมิตรจะรู้ไหมหนอ ว่ายามใดที่เพื่อนเห็นดอกสเลเต...... หัวใจนั้นให้กระหวัดถึงเธอ     ปิยะมิตรจากแดนไกล   ผู้ไม่เคยหายห่างจากความทรงจำและมิตรภาพอันงดงาม.......

     งานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งจากหนังสือ 

 "ดอกไม้ วันวารและความทรงจำ"     

                                               โดย รอมแพง อริยมาศ  : เรื่อง

                                                   ชัยวุฒิ   ประเสริฐศรี   :  ภาพ

จัดพิมพ์ โดย แพรวสำนักพิมพ์  พ.ศ. 2549

                                       

                                                           

                          

โดย สเลเต

 

กลับไปที่ www.oknation.net