วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2550

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

...... เพียงเราเข้าใจ ภาค ตามหาบ่อทองคำ - บทที่ 4 สัจธรรมช่างประปา


บทที่ 4  สัจธรรมช่างประปา

                เช้าวันนี้ รวยตื่นขึ้นด้วยอารมณ์แจ่มใสกว่าที่เคย เขารีบไปเก็บไข่ไก่จากเล้าเจ้าสมศรี สมทรง สมใจ และสม…..ทั้งตระกูลสมน่ะแหละ แม่เป็นคนตั้งชื่อไก่พวกนี้ให้ขึ้นต้นด้วยคำว่า สม พ่อกับผมก็ยึดเป็นนโยบายอย่างเคร่งครัด มันทำให้เรารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เพราะเราพึ่งพาอาศัยกัน เราเลี้ยงดูมัน แล้วมันขันปลุกเราทุกเช้า แล้วก็ออกไข่ให้เราทานทุกวัน ส่วนที่เหลือพ่อก็แพคไปขายในร้าน

                พ่อตื่นหลังจากเขาเล็กน้อย ตอนที่เขากลับมาล้างหน้าแปรงฟันอาบน้ำ พ่อก็ทำธุระเรียบร้อยไปแล้ว เขาคว้าหนังสือ เศรษฐกิจพอเพียงคืออะไร ที่พ่อให้ไว้เมื่อคืน มาพลิกๆดู เห็นในนั้นเขียนไว้ว่า

“เศรษฐกิจพอเพียง” (Sufficiency Economy) เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดรวมถึงการพัฒนาและบริหารประเทศ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ทางสายกลาง คำนึงถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ

                รวยคว้าสมุดโน๊ตขึ้นมา ดินสอคลึงอยู่ที่มุมปากอย่างครุ่นคิด อืม คนที่ยึดแนวนี้ท่าท่างจะไม่ได้รวยหรอก คำว่าทางสายกลางในศาสนาพุทธ หมายถึง สมถะ ไม่ใช่หรือ ไม่ให้ตึงไป ไม่ให้หย่อนไป แบบนี้ น่าจะทำให้เพียงแค่พอมีพอกินตามสมควรละมั้ง เอ่ เราจะจับจุดไหนดีนะ เขาคิดไปคิดมาก็ยิ้มออกมา พร้อมกับจรดดินสองบนสมุด ตีเป็นตารางเขียนลงไปในหน้าที่มีคำว่า ชีวิตที่พอเพียง เป็นสูตรการปรุงเหมือนอาหาร

                 รวย พยักหน้ากับตัวเอง ก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋าใบเก่งของขวัญวันเกิดปีที่แล้วจากป้าอ้วน พี่สาวคนโตของแม่ ไม่ลืมที่จะเอา Dictionary ใส่ไปด้วย ต้องค้นคำศัพท์ตอนนั่งรถไปบ้านป้าพอใจซะหน่อย แล้วก็ลุกไปทานข้าวไข่เจียวหมูสับกับพ่อ

                “พ่อครับ ล้างจานแล้วผมไปบ้านคุณป้าพอใจแต่เช้าเลยนะครับ การบ้านทำหมดตั้งแต่วันศุกร์แล้วละครับ”
                “ได้ เดินทางก็ระวังๆนะลูก แล้วอย่ากลับค่ำแบบเมื่อวานล่ะ พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน”
                “ครับพ่อ” รวยยิ้ม
                “พ่อไม่เคยพบกับป้าพอใจนี่หรอก แต่แม่เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นคนเก่ง เคยไปคลุกคลีที่บ้านนั้นแหละ ก็ฝากพ่อว่าต้องให้ลูกไปเอาบันทึกนั้นให้ได้ พ่อจะไปเองก็ไม่ยอม”
                “เอ่อ พ่อครับผมอ่านหนังสือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงคืออะไรที่พ่อให้ นิดนึงแล้ว ผมมาถามพ่อตอนเย็นนะครับ ตอนนี้ผมจะสรุปแบบที่ผมเข้าใจไปก่อน” พูดพลางก็หยิบโน๊ตของเขาส่งให้พ่อดู
                “ก็ดีนะ หัดคิดในแบบของตัวเอง หึ หึ” พ่อขำในความคิดสร้างสรรค์ของผม

                ก่อนออกจากบ้าน รวยเห็นพ่อหิ้วกล้วยน้ำว้ามาเครือใหญ่ ตัดออกมาใส่ถุงส่งให้เขาสองหวี อีกถุงมีมะละกอสุกสองลูก มะพร้าวน้ำหอมอีกสองลูก ถามเขาว่าหิ้วไปไหวไหม ที่จริงผลไม้ปลูกเองที่พ่อเอาขึ้นรถไว้ก็มีหลายอย่างแต่กลัวว่าผมจะถือเองไม่ไหว เลยจัดให้เพียงแค่นั้น รวยยิ้มแล้วช่วยพ่อขนของ รวมทั้งไข่ไก่ และผลไม้ที่ตัดมาขึ้นไว้ท้ายรถปิคอัพ

                รวยมาถึงบ้านป้าพอใจตั้งแต่ยังไม่สิบโมงเช้า เขาทักทายพูดคุยอยู่พักหนึ่ง ป้าก็ชวนไปบ้านคุณหมอ คนเมื่อวานบอกว่ามีอะไรดีๆจะให้เขาดูด้วย คุณป้าวานให้เขาขี่จักรยานให้ซ้อนท้ายไป จึงใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีก็ถึง
                ตอนที่ รวยเดินเข้าไปในบ้านคุณหมอนั้น เขาเห็นชายคนหนึ่งกำลังก้มๆเงยๆอยู่ในแอ่งน้ำในน้ำตกจำลอง

                “นั่นคุณลุงวาริน นะไปทำความรู้จักซะสิ แล้วป้าพอใจก็เดินเลยไปนั่งที่เก้าอี้ชุด ที่รวยมานั่งคุยกับคุณหมอเมื่อวาน คุยกัยคุณหมอไปพลางก็หันมามองดู รวย ที่ยังยืนเก้ๆกังๆอยู่ที่เดิม เพราะทำตัวไม่ถูก
                “ตาวารินเอ๊อ ทำงานเพลินไม่เงยหน้าดูมั่งเลย ว่าใครไปใครมา” ป้าพอใจส่งเสียงทักทายแบบกันเอง
                “เอ้อ พอใจเรอะ มาถึงตอนไหน ฉันไม่เห็น อ้าวแล้วพ่อหน้ามนนี่ใครกันล่ะ มายืนจ้องฉันอยู่นี่ หือ”
                “หลานฉันเอง ลูกของเพื่อนน่ะคนที่เหมอเล่าให้ฟังงัย เขามาเยี่ยม เห็นวารินมาเลยพามาให้เรียนวิชาสักหน่อยจ้า” ป้าพอใจตอบ
                “สวัสดีครับ คุณลุง”  รวยได้โอกาสกล่าวทักทาย พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ๆ
                “ไหว้พระๆ” 
                “สวัสดีคุณหมอครับ” เด็กชายรีบทักเจ้าของบ้าน เมื่อหันมาเห็นว่าออกมายืนอยู่ข้างหลังเขานี่เอง
                “ลุงวาริน ทำอะไรหรือครับ ลุงหมอ”
                “ก็ซ่อมระบบการไหลเวียนของน้ำตกให้หมอน่ะสิ นี่น่ะฝีมือลุงวารินเป็นคนสร้างให้นะ น้ำตกนี้ รวย คุยกับลุงวารินไปก่อนก็แล้วกัน หมอมีธุระกับพอใจเขาหน่อย แล้วอยู่ทานกลางวันด้วยกันนะ อย่าเพิ่งกลับ” คุณหมอพูดเสร็จก็เดินไปสมทบกับป้าพอใจ ปล่อยเขายืนเก้ๆกังๆต่อไป
                “อ้าว เจ้าหนู มัวยืนทำไร มาที่อ๊อฟฟิตฉันซี่”


                รวยมองไปรอบๆไม่ยักเห็นที่ทำงานที่ว่า กำลังจะยกมือเกาหัวก็พอดี ลุงหมอเฉลยซะก่อนว่า ก็ลุงวารินทำงานตรงไหน ตรงนั้นก็เป็นอ๊อฟฟิตเขาละ แล้วก็หันไปหัวเราะกับป้าพอใจ รวยรีบถกขากางเกงขึ้นเหนือเข่าแล้วถอดรองเท้า ก้าวลงไปในแอ่ง มือก็ล้วงสมุดโน๊ตกับดินสอออกมาเตรียมพร้อมอย่างลังเล ปากก็เริ่มยิงคำถาม
                “ลุงจะให้ผมช่วยอะไรหรือครับ ทำไมต้องให้ลงมาในนี้ละครับ”
                “ก็เห็นพอใจเค้าว่าเธออยากเรียนวิชา หมอก็บอกว่าเธอชื่อรวย อยากรวยไม่ใช่เรอะ อยากรวยแล้วไม่มาทำความรู้จักมัน จะรวยได้ไง หือ”
                “ตัวเปียกนี่เกี่ยวกับการรวยยังไง หรือครับ” รวยสงสัยหนัก
                “ไม่รู้อะไรซะแล้ว ตัวเปียกมันไม่เกี่ยว แต่การเรียนรู้ที่จะเปียกโดยไม่กังวลสิใช่ คนมักจะมองหาโอกาส แต่พอโอกาสมาถึงตรงหน้ากลับลังเลกลัวที่จะกระโจนเข้าไปซะงั้น เข้าใจไหม”
                “อ๋ออออ ครับ แต่ถ้าเกิดคนคนนั้นว่ายน้ำไม่เป็นล่ะครับ” รวยยังสงสัยต่อ

                “การเรียนรู้ก็เหมือนเล่นเกมส์ คิดได้แต่ต้องเล่นด้วยจึงจะเก่งได้ คนว่ายน้ำไม่เป็น ถ้าไม่ลงน้ำเลยจะว่ายเป็นไหม ขอถามทีดิ๊ มันต้องลงมือทำด้วย หมั่นทบทวนอีกต่างหาก เข้าใจไหม”
                รวยคิดถึง โน๊ตเมื่อวานของเขา จึงพึมพำออกมาว่า ฟัง-คิด-ถาม-จด
                “ไม่พอ ต้องมี ลงมือ-ทบทวน ดวยจดไว้นะ ฝึกฝนทุกรูปแบบ แล้วคิดว่ามีทางทำให้ดีกว่าเดิมได้ยังไง การหัดว่ายน้ำโดยไม่ลงน้ำ นั่นก็แค่การหลอกตัวเองไปวันๆ เข้าใจไหม”

ฟัง-คิด-ถาม-จด-ลงมือ-ทบทวน

การเรียนรู้คือ เกมส์

                รวยจดลงแล้ว ยิงคำถามที่เขาคิดว่าเจ๋งออกไป
                “แล้ว วิสัยทัศน์ ของลุงคืออะไรครับ”
                “ไรนะ วิสัยทัศน์ อ้อ จะถามว่า Vision รึ หุหุ ฉันเป็นช่างประปานะ ฉันต้องการมีพลังงานจากน้ำ แทนที่จะใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงไงละ”
                “นั่นทำให้ลุงรวยหรือครับ”
                “เปล่า ฉันเรียนรู้ที่จะเป็นช่างประปาที่ดีกว่าเดิม ฉันมีธุรกิจเดินท่อประปา แล้วฉันก็เพิ่มบริการซ่อม บริการเดินสายไฟ จนเป็นที่เชื่อถือทั่วไป แล้วฉันร่วมมือกับคนที่บริหารเก่งๆมาสร้างเฟรนไชส์ ขยายสาขาออกไป เงินที่ได้มาบางส่วนฉันเอาไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ได้ดอกผลงอกเงยมาหล่อเลี้ยงกิจการของฉันไม่ขาด”

                 “ฉันใช้เงิน 40% ในการคุมค่าใช้จ่าย ที่เหลือเก็บไว้เพื่อขยายการลงทุนที่ดีๆ รวมทั้งโครงการในฝันของฉันด้วยนา”
                “’งั้น ลุงก็กลายเป็นนักธุรกิจไปแล้วสิครับ”
                “ปล่าเลยฉันไม่พิสวาสการเป็นนักธุรกิจ สักนิดฉันเป็นแค่ช่างประปาที่ดีกว่าก่อน แค่นั้น หุหุ”
                เด็กชาย แสดงสีหน้างุนงง เข้าไปอีก
                “ฉันไม่ชอบพวกตัวเลขรัยหรอก ปวดหัว ฉันชอบแต่งานประปานี่ล่ะ นั่นทำให้ฉันทุ่มเทสมองไปกับมัน เพราะฉันเองก็อยากรวย จึงมองวิธีสร้างรายได้จากระบบประปาง่ายๆนี่ล่ะ อยากรู้ไหมล่ะทำยังงัย” แล้วเขาก็เอามือเช็ดกับเสื้อ ก่อนจะยื่นมือมาคว้าเอาสมุดโน๊ตกำบดินสอไปร่างภาพก็อกที่มีน้ำหยดให้ เด็กชายดู

                “ฉันมาเรียนรู้ว่า เงินที่หามาได้คือน้ำในท่อ แต่ฉันใช้จ่ายมันหมด เหมือนการเปิดก็อกปล่อยให้น้ำไหลไปอย่างสูญเปล่า ตามทันไหม”
                “ตอนที่เป็นช่างประปาไม่มีความคิด ฉันได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนัก เพื่อให้มีน้ำในท่อมากขึ้น แต่ฉันก็ปล่อยน้ำให้ไหลออกไปมากด้วยการใช้จ่ายหมดไปเช่นกัน”
                “พอได้คุยกับคุณหมอประสิทธิ์นี่ ฉันเห็นภาพชัดขึ้นเยอะ ว่าจะเป็นช่างประปาที่ดีกว่าเดิมยังงัย นี่งัยล่ะฉันถึงตอบแทนแกด้วยการมาทำน้ำตกนี้ให้หมอฟรีๆ ฉันเองก็ได้ทดลองทฤษฎีของฉันไปด้วย ได้ประโยชน์สองต่อ”

                “ด้วยการเป็นช่างประปาที่ดีขึ้น ฉันเริ่มเก็บออม แต่ในที่สุดมันก็มีวันหมดไป ฉันจึงพยายามเป็นช่างประปาที่ดีขึ้นไปอีก ฉันแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนพอประมาณ อย่างสมเหตุสมผล ไม่เสี่ยงจนเกินไปนัก ฉันก็ได้ท่อน้ำและก็อกใหม่เพิ่มขึ้น เห็นยังว่า เงินมันต่อเป็นเงินได้ เดี๋ยวนี้เงินได้จากการลุงทุน มันมากกว่าเงินที่จากแรงงานฉันซะอีก เจ้าหนู”

                คำพูดของลุงนี่คุ้นๆจัง เด็กชายยกสมุดโน๊ตหน้าที่เขาเขียนเมนูชีวิตที่พอเพียงขึ้นมา อื้อ เหมือนกันเลย กาดอกจันท์ไว้ก่อนที่หน้านี้ แล้วเขาก็เขียนลงไปในหน้าใหม่ว่า

 ลงทุน โดยใช้หลักการพอเพียง***

                “มองดูดีๆนะ ว่าเงินที่เราใช้จ่ายไป มันไม่เคยกลับมา แต่เงินที่ลงทุนอย่างระมัดระวัง จะสร้างเม็ดเงินกลับมา ด้วยวิธีนี้ฉันจึงเพิ่มสัดส่วนการลงทุนขึ้นเรื่อยๆ” พูดจบลุงวารินก็ จูงมือ รวยขึ้นจากน้ำเพื่อไปล้างตัวและร่วมวงกับคุณหมอและป้าพอใจ   รวยรีบเขียนลวกๆ ลงไปอีกว่า

 สัจธรรมทางน้ำไหล ***

        เพราะ รวย ยังไม่เข้าใจถ่องแท้นั่นเอง เขาจะต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้กระจ่างให้ได้
                “สองคนมาพอดี สนุกกันไหมล่ะ มาเลยอาหารพร้อมแล้ว เดี๋ยวมาทานกันก่อน ค่อยว่ากันต่อไป ฉันก็อยากคุยกับวาริน อยู่เหมือนกัน ไปๆ ล้างเนื้อล้างตัวกันเสียทั้งสองคน” ป้าพอใจหัวเราะอย่างใจดี พลางจัดเตรียมโต๊ะอาหาร โดยมีลุงหมอนั่งอมยิ้มอ่านหนังสืออยู่ไม่ห่าง

ที่มา: แปลบางส่วนจาก Wink and Grow Rich, Roger Hamilton

 

โดย ปิรันญ่า

 

กลับไปที่ www.oknation.net