วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชิญมาอ่านข้อคิดจากปัจฉิมกถา..พี่(พ่อใหญ่)บำรุง บุญปัญญา..นักพัฒนาอาวุโสแห่งอีสานจากงานสมัชชากป.อพช.ครั้งที่๑๓


เราลืมความเป็น “คน” และ “ความฝัน” หรือยัง??


ปัจฉิมกถา “บำรุง บุญปัญญา” นักพัฒนาอาวุโส ในงานสมัชชา อพช. ภาคอีสาน ครั้งที่ ๑๓ ณ มูลนิธิพัฒนาอีสาน จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ ๕-๗ ธันวาคม ๒๕๕๑

ยุครัฐบาลทักษิณเขาบอกว่า เอ็น จี โอ เป็นนายหน้าค้าความจน ค้าความรวยไม่เป็น รวยก็ไม่เป็น ทะเลาะกัน แย่งเงินกันอีก ที่ผ่านมาสมบัติและมรดกความล้มเหลวเรามีมากมาย แต่เวลาพูดถึงยุทธศาสตร์ทำเป็นจริงจัง ขึงขัง เมื่อก่อนไม่มีเอ็น จี โอ มีแต่ “คน” ไม่มี กป.อพช. , กป.สสส. , กป.สกว. , กป.พอช. มีแต่คนที่มี “ความฝัน” คนที่ต้องการทำงานเพื่ออยากเห็นสังคมดีขึ้น เราลืมสิ่งนี้ไปหรือยัง? ไม่มีโปรเจกค์ ไม่มีคำว่าอาจารย์ ไม่สนใจว่าจะรวยหรือจน แต่สนว่าอยากทำให้สังคมดีขึ้น ซึ่งจะดีขึ้นไม่ได้เพราะ อยู่ที่ตัวเราด้วย ความเป็นคนของคุณหายไป เพราะคุณเป็นเอ็น จี โอ ทำไมมนุษย์ต้องเป็นสมัชชานั่น สมัชชานี่ เพราะว่าเราต้องการสร้างความยิ่งใหญ่แบบโครงสร้าง ซึ่งมันทำลายความฝันของตนเองไปหมดสิ้น

ทำไมความฝันเราหายไป ? ตอนนี้ผมไม่ได้เป็นเอ็น จี โอ ตอนเราเป็น “บัณฑิต” เราก็กระหยิ่มยิ้มย่องในความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคม หลังจากที่เป็นบัณฑิตแล้วก็จองหองขึ้น ไม่รู้ว่ากูคือใคร อาจารย์พวกดอกเตอร์ทำให้ผมเสีย บอกว่า คุณคือคนเปลี่ยนแปลงสังคมนะ คุณต้องพลิกผืนแผ่นดินไทยให้สามารถทำการผลิตเลี้ยงผู้คนทั้งโลกได้ พูดภาษาอังกฤษด้วย ไทยคำอังกฤษคำ ทีนี้เมื่อมนุษย์ตีนเลยจากพื้น ก็สร้างมายาภาพ คือยกย่องกันไปยกย่องกันมา ทั้งหมดเป็นสมมุติ

ทั้งที่ จริง ๆ เป็นลูกชาวนา แต่ถูกสอนให้หลงตัวเอง ลืมความเป็นมนุษย์ ตั้งศูนย์นั่นนี่มากมาย เช่น มหาวิทยาลัยชีวิต ทำให้ความฝันหายไป ไปเรียนทุนฟอร์ดมายิ่งจองหองใหญ่ ติดกับตัวเอง เหมือนหนูอยู่ในกรง เป็นหนูถีบจักร ขยันมากแต่ไม่รู้ว่าถีบอะไร ถีบไปไหน ถีบอยู่ที่ไหน เพื่ออะไร เรารักตัวเองไหม หรือเหลือแต่ความจองหอง เมื่อมนุษย์ขาดเป้าหมายที่เป็นความฝัน ก็เอาแท่งความสำเร็จมาใช้แทน


ประสบการณ์ตอนที่ผมไปออสเตรเลีย เขาไม่ได้ไปประชุมกันนะ เขานอนคุยกัน ก็คิดสงสัยอยู่ว่าจะมาปฏิวัติสังคมอย่างไรกัน เขาก็บอกว่า เขาไม่ได้มาประชุมกัน แต่เขามาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มารักกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกัน มาโกรธกัน หรือเบ่งใส่กัน อันนี้คือ พื้นฐาน ถ้าไม่รักกันมันก็แย่งกันกินนะสิ

เมื่อมนุษย์ติดความสำเร็จ เท่ากับการติดยาเสพติด เมื่อมนุษย์ติดโครงการสร้างความสำเร็จ ก็คือการทำลายตนเอง ติดยศ ติดสรรเสริญ โลกใบนี้ไม่ได้อยู่ที่โครงสร้าง โครงสร้างเข้ามาทำลายความฝัน ตอนนี้มีปริญญาจอมปลอม ไฮเทค โลเทค ดิสโกเทค อย่าเอาโครงสร้างเก่ามาบังคับ ไม่งั้นท่านจะสำเร็จแค่เปลือกนอก การมีชื่อเสียง องค์กรเล็ก องค์กรใหญ่ ในที่สุดมันก็ทำลายความเป็นมนุษย์

เรากำลังสร้างอาณาจักรที่ไม่ใช่เอ็น จี โอ เรากำลังสร้าง “อาณาจักรแห่งความฝัน” พร้อม ๆ กันถามว่าเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร? ที่ตีกันจะตายตอนนี้จะเดินไปอย่างไร? สิ่งเหล่านี้จะไม่สามารถตอบได้ ถ้าเราเอาธงแห่งชัยชนะมาคุยกัน เมื่อจินตนาการสิ้นสุดลง เราก็มาคุยกันเรื่องยุทธศาสตร์ เรากำลังเป็นหนูถีบจักร เป็นไก่ในกรง เป็นวัวฝรั่ง คือการประสบความสำเร็จเฉพาะงาน สังคมต้องการ “จักร” ต้องการคนถีบจักรเยอะ แต่การปลดปล่อยไม่เกิด เราจะออกจากกรงอย่างไร จะหยุดถีบจักรไหม? เราต้องคิดให้เลยผ่านเรื่องนี้ทั้งหลายทั้งปวง

 



สารที่เราจะสื่อกัน คือลึกกว่าสมัชชา ลึกกว่า อพช. แต่มันเป็นสารของความเปลี่ยนแปลงที่มันจบไม่ได้ เราต้องบ่มเพาะความรู้สึก หรือจินตนาการ อาณาจักรความฝัน ความฝันที่เลยโครงสร้างไป เรื่องนี้เราต้องคิด ผมชวนท่านคิด ไม่ได้ล้างสมอง ถ้าเราเดินทางไกล เราจะมีพาหนะ ถึงที่หมายแล้ว แต่ท่านไม่ลงท่านก็บ้า เมื่อทะลวงแล้วไม่มี พี่ น้อง แก่ อ่อน มันมีแต่ความเป็น “คน” ทุกคนฝันได้เท่ากันหมด อย่าทำตัวกระจอก สิ่งนี้บ่มเพาะในตัวแล้ว แต่ท่านไม่รู้สึกตัว เกิดภาวะสุญญากาศ ที่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ ท่านมีแก่น มีกระพี้ มีเปลือกของท่าน ความดับสูญของความฝัน จะสร้างขึ้นได้ด้วยการหายใจเข้าออกหรือเปล่า เราต้องมาสร้างอุดมการณ์จากภายใน จากความรู้สึกภายใน

เมื่อเป็นอย่างนี้ เรามาเจอกัน จิตวิญญาณที่จะส่งคือเรื่องภายใน เป็นอาณาจักรที่ไม่สิ้นสุด และไม่ใช่สิ่งลม ๆ แล้ง ๆ การมาประชุม สัมมนา เป็นการมาเพื่อสร้างจินตนาการ เป็นสถานะของญาติธรรม มาพบญาติ เราไม่ใช้สถานะว่า กป. หรือเอ็น จี โอ มันจึงเป็นความฝัน ความรัก มันเหนือกว่าการสรุปยุทธศาสตร์ จากวันนี้ไปกลับไป ต้องสร้างความฝันให้ได้

ผมวัย ๖๔ ปี มีความหวังกับทุนคนเสมอ ถ้าจะสร้างความฝัน ความรู้สึก ความหวัง ความเชื่อมั่นร่วมกัน จะนั่งอยู่ใต้ต้นมะม่วง หรือตรงไหนก็ตาม เมื่อเราแบ่งปันความรู้สึก ภาวนาในความรู้สึกว่าคุณยังคิดที่จะทำดี แค่นี้ก็มีสุขแล้ว ไม่ต้องคิดว่าโปรเจกค์จะสำเร็จหรือไม่ ความหวังของเราที่มาอยู่ร่วมกัน คือคิดถึงเพื่อน เมื่อเรารู้สึกอย่างนี้เราก็อบอุ่น ก็ขอให้พี่น้องคิดถึงความฝัน ว่าเราจะเจอกันอีกตอนไหนก็ช่าง เราจะยืนหยัดในความฝัน เราจะไม่เอาอุปสรรคใด ๆ มากั้นขวางความฝันร่วมกันของเรา

ขอบคุณข้อมูลจากเวบไซต์......เสียงคนอีสาน

http://www.esaanvoice.net/esanvoice/know/showart.php?Category=knowlege&No=9507

ที่มา : บำรุง บุญปัญญา (117.47.103.252) [2008-12-08 17:51:35]


โดย ไทบ้าน

 

กลับไปที่ www.oknation.net