วันที่ พุธ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นายกอภิสิทธิ์ ยังไม่เข้าตา



ดูสัมภาษณ์ อ. แก้วสรร อ. ขวัญสรวง (เหมือนเป็นผู้สมัครคู่ จริงๆ ถ้าส่ง อ. ขวัญฯ ลงสมัคร กระแสต้านอาจจะน้อยกว่านะ ไม่รู้สิ....) เมื่อคืนเรื่องการพัฒนาระบบรางใหม่บนพื้นที่การรถไฟเดิมแล้วอยากให้รัฐบาลโอนอำนาจที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ให้ผู้ว่า กทม. ให้มากที่สุด หรือรวมศูนย์อำนาจไว้ที่หน่วยงานเดียว ไม่กระจัดกระจายแบบนี้ การทุ่มงบหลายแสนล้านลงไปที่ระบบขนส่งมวลชนในกรุงเทพ ย้ำ กรุงเทพ ดูจะไม่เป็นธรรมเท่าไรต่อภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ สมมติงบ 5 แสนล้าน ระบบของ อ. ขวัญ อาจจะใช้งบแค่ 1 ใน 4 เพราะเวนคืนน้อยมาก  ที่เหลือยังมีเมกะโปรเจคที่ต้องทำอีกมากมาย  อย่างเรื่องการพัฒนาการขนส่งสินค้าทางรถไฟทั่วประเทศ (รถไฟรางคู่) การขยายสนามบินสุวรรณภูมิ การจัดการทรัพยากรน้ำ การพัฒนาพลังงานทดแทน รถยนต์แห่งชาติ ฯลฯ อยากเห็นรัฐบาล ปชป. ลบภาพความเชื่องช้า ให้กล้าตัดสินใจ และเลิกยึดทฤษฎีของฝรั่งที่ร่ำเรียนมาโดยไม่ลืมหูลืมตา เพราะเห็นกับตากันแล้วว่า เขาสอนเราแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นแบบที่เขาจะไม่ทำเองถ้าเกิดกับตัวเขา เขามีผลประโยชน์ของเขาแม้กระทั่งสนับสนุนให้เกิดสงครามเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเขาก็ทำมาแล้ว (และอาจจะกำลังทำอยู่ตอนนี้...) คนยังไม่ลืมการเปิดเสรีทางการเงินโดยที่ไม่มีความพร้อมนะครับ

ด้านรายได้ ภาษีที่จัดเก็บได้น้อยลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจคงช่วยไม่ได้ ผมอยากเห็นภาษีมรดกเกิดขึ้นในรัฐบาลประชาธิปัตย์ครับ เพราะคงไม่มีโอกาสนี้อีกในเวลาอันใกล้นี้ อีกตัวที่พูดแล้วคงโดนด่า คือภาษีกำไรจากการซื้อขาย (รวมถึงโอนให้บุคคลอื่น) หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ผมว่าสมควรแก่เวลาแล้วครับที่คนที่ได้กำไรจากการนี้มากกว่า อาจจะ 1 แสนบาทใน 1 วันต้องเสียภาษีและให้คิดเป็นอัตราขั้นบันได โดยไปงดเว้นจัดเก็บภาษีเงินปันผลแทน ภาษีที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์ก็เช่นกันต้องจัดเก็บ นำภาษีคนรวยเหล่านี้ไปช่วยอุดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมต่อไป ท่านกล้าหรือไม่ ท่านยอมเสียสละเพื่อประชาชนได้จริงๆ หรือไม่ เท่านั้น

ด้วยข้อจำกัดของการได้มาซึ่งอำนาจทำให้เราได้รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและพาณิชย์ที่ต้องพึ่งข้าราชการและที่ปรึกษาเป็นหลัก มันบอกอยู่แล้วว่าคนเป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องแกร่งเพียงใดจึงจะเอาอยู่ บอกตรงๆ ในปชป. เวลานี้ คนที่เป็นนายกฯ ได้ นอกจากคุณชวนแล้วก็มีแค่คุณกรณ์ครับ ขอโทษที่พูดตรงๆ ครับ 
บอกตรงๆ ว่าจุดเดียวที่ดีใจที่ได้ ปชป. เป็นรัฐบาลคือไม่อยากเห็นความรุนแรง ความประทับใจแรกหรือคำฝรั่งว่า first impression สำหรับท่านนายกฯ คนที่ 27 แห่งพรรคแม่พระธรณีบีบมวยผมนั้นไม่มากเลยครับ ท่านมีรัฐมนตรีเงาทำงานกันมาตลอด แต่กลับทำแค่ครึ่งเดียวคือหาข้อผิดพลาด แต่ไม่ได้เตรียมการก่อ คือไม่ได้คิดไว้ว่า แล้ว ปชป. ควรจะทำอย่างไร ถ้าไม่ทำแบบเขา ที่สุดก็เลยต้องลงเอยเป็นการ "สานต่อ" นโยบายไป

การต่ออายุ 6 มาตรการก็เหมือนกัน ไม่ทราบว่าท่านได้ประเมินผลหรือยังว่ามาตรการทั้งหลายของรัฐบาลชุดก่อนนั้นไปถึงประชาชนที่เดือดร้อนจริงหรือไม่ ยกตัวอย่าง ผมได้ยินเด็กตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เปิดน้ำเล่น พอผู้ใหญ่มาว่าก็บอกว่า ไม่เห็นเป็นไร ยังไงก็ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ ผมอยากรู้ว่าคนที่เดือดร้อนจริงๆ อย่างคนอยู่บ้านเช่าเขายังต้องจ่ายค่าน้ำให้หอ หรืออพาร์ตเม้นต์อยู่หรือเปล่าครับ 50 ลบม. มากเกินไปครับ ยกเลิกไปเลยยังได้ เอาเงินไปช่วยทางอื่นผมว่ามันสื่อไปที่ประชาชนแบบผิดๆ

ส่วนเรื่องน้ำมัน พอน้ำมันถูกหน่อย คนไทยก็เริ่มลืมการประหยัดอีกแล้ว ตอนนี้ยิวถล่มฉนวนกาซ่ากระตุ้นราคาน้ำมันขนานใหญ่แล้ว ก่อนหน้านี้เราน่าจะเชื่อผู้รู้ด้วยการยกเลิกการลดภาษีน้ำมันก่อนกำหนด และอาจจะเก็บเข้ากองทุนน้ำมันมากขึ้นด้วยซ้ำ อ่อ ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกกองทุนน้ำมันครับ อาจจะยังจำเป็นอยู่ ถ้าโดนปั่นไป 100 เหรียญอีกครั้ง ใครจะไปรู้ (เก็บเงินย้อนหลังบริษัทน้ำมันด้วยครับ พวกดึงเวลา ไม่ยอมลดราคาขายหน้าปั๊มตามจริง ดึงไว้ 7 วัน 10 วันก็กำไรมหาศาล เราก็ปล่อยเลยตามเลย ตามกลไกตลาด ฮา........)

ท่านนายกฯ เป็นนักการเมืองอาชีพ ชำนาญการแก้เกมการเมือง และอาจจะกังวลอยู่กับแผนการหลังการเลือกตั้งซ่อมวันอาทิตย์นี้ (ที่รอศาลฎีกาฯ พิพากษา 10 โมงอยู่นี้ ว่าอายุของรัฐบาลจะสั้นกว่าที่คิดไว้หรือเปล่า) ท่านต้องไม่ลืมว่าการตัดสินใจของรัฐบาลในเรื่องเศรษฐกิจในช่วงเวลาวิกฤตอย่างนี้นั้น เรื่องนโยบายหลักจะพลาดไม่ได้เลย เรื่องการคาดการณ์ผลกระทบจะต้องมีเป็นสิบๆ scenario 


เป็นกำลังใจให้รัฐบาลครับ อย่าประมาทวิกฤตนี้ อย่าคิดแต่เรื่องคนตกงาน มันมีมิติที่กว้างกว่านั้นมากมาย ท่านต้องคิดไว้ว่า เวลาของท่านอาจจะมีน้อย จงรีบใช้สอย (เวลา) อย่างประหยัด (และมีวิสัยทัศน์ที่สุด)






โดย ซันนี่

 

กลับไปที่ www.oknation.net