วันที่ ศุกร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

db ความรักที่เพิ่มพูนอย่างล้นเหลือ 01.2009




<<  ความรักที่เพิ่มพูนอย่างล้นเหลือ  >>  
  
โดย.. คุณพ่อฟรังซิส ไก้ส์ ซดบ.  

            การกลับใจของนักบุญเปาโลทำให้ท่านต้องเปลี่ยนทัศนคติและค่านิยม เพราะท่านได้ผ่านจากความพยายามที่จะเป็นคนสมบูรณ์ โดยปฏิบัติตามบทบัญญัติของโมเสสเข้าสู่การยึดมั่นพระคริสตเจ้าด้วยความเชื่อ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาไม่ได้แสวงหาความชอบธรรมที่มาจากการปฏิบัติธรรมบัญญัติ แต่แสวงหาความชอบธรรมที่มาจากความเชื่อในพระคริสตเจ้า และจากการรู้จักพระองค์ ความเชื่อนี้จึงเป็นการยึดมั่นในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และผูกพันกับความรักอย่างแน่นแฟ้น ความเชื่อในพระคริสตเจ้านำเราให้รับของประทานจากพระเจ้าด้วยความรักที่รู้คุณ  

            ความรักที่รู้คุณต่อพระเจ้าจึงเป็นท่าทีแรกที่มาจากความเชื่อ ท่าทีที่สองคือ ความรักเอื้ออาทรต่อเพื่อนพี่น้องของเรา ท่าทีที่สองนี้เป็นผลมาจากความรัก ที่เป็นของประทานจากพระเจ้าดึงดูดเราให้ดำเนินชีวิตในความรักเอื้ออาทรเช่นกัน นักบุญเปาโลเขียนถึงชาวกาลาเทียว่า  “ในพระคริสตเยซูนั้น การเข้าสุหนัตหรือไม่เข้าสุหนัตนั้นไม่สำคัญ เรื่องที่สำคัญก็คือ มีความเชื่อที่แสดงออกเป็นการกระทำอาศัยความรัก” (กท5:6)   

            ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างความเชื่อของคริสตชน กับความรักเอื้ออาทรมาจากความจริงที่ว่า ความเชื่อของคริสตชนเป็นการยึดผู้ที่ทรงรักเราจนสละชีวิตเพื่อเรา ผู้ที่ยึดมั่นในพระคริสตเจ้าได้รับความรักจากพระองค์ 2 ลักษณะคือ ในมิติเป็นผู้ถูกกระทำ และในมิติที่เป็นผู้กระทำ ในมิติที่ถูกกระทำหมายความว่า เราเป็นผู้ที่พระคริสตเจ้าทรงรักและได้รับพระพรต่าง ๆ จากพระองค์อย่างเต็มเปี่ยม ในมิติที่เป็นผู้กระทำคือ พระคริสตเจ้าทรงบันดาลให้เรามีความสามารถที่จะรัก และทรงเร่งเร้าเราให้รักผู้อื่น เราร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ในพลังเดียวกันของความรัก  

            “ความเชื่อถึงพระบุตรของพระเจ้า ผู้ทรงรักข้าพเจ้า และทรงมอบพระองค์เพื่อข้าพเจ้า” (กท2:20) พระคริสตเจ้าทรงเชิญชวนผู้มีความเชื่อให้รับพลังแห่งความรักนี้ ดังที่นักบุญเปาโลเขียนไว้ว่า “ท่านทั้งหลายจงทำตามแบบฉบับของพระเจ้า ประดุจบุตรสุดที่รักของพระองค์ จงดำเนินชีวิตในความรักดังที่พระคริสตเจ้าทรงรักเรา และทรงมอบพระองค์เพื่อเรา เป็นเครื่องบูชากลิ่นหอมถวายแด่พระเจ้า” (อฟ5:1-2)   

            ตั้งแต่จดหมายฉบับแรก นักบุญเปาโลเชิญชวนชาวเธสะโลนิกาให้ดำเนินชีวิตเช่นนี้ เพื่อเพิ่มพูนความรัก “ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าโปรดให้ท่านมีความรักต่อกัน และต่อทุกคนเพิ่มพูนขึ้นอย่างล้นเหลือ ดังที่เรารักท่าน” (1ธส3:12) คำว่า “ความรัก” ในภาษากรีกที่นักบุญเปาโลใช้คือ “agape” หมายถึงความรักที่มีพื้นฐานและหล่อหลอมขึ้น โดยอาศัยความเชื่อ เป็นความรักเอื้ออาทร เป็นความรักที่มอบให้ผู้อื่นโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์ของตน ความรักเอื้ออาทรนี้มาจากพระเจ้าและมุ่งที่จะก้าวหน้าเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ   

             ผู้ที่พูดว่า “ฉันมีความรักพอสมควรแล้ว ไม่ต้องการความรักมากกว่านี้” เขาก็ปิดตนเองต่อความรัก ตรงกันข้ามนักบุญเปาโลต้องการให้คริสตชนเพิ่มพูนความรักอย่างต่อเนื่อง “ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าโปรดให้ท่านมีความรักต่อกันและต่อทุกคนเพิ่มพูนขึ้นอย่างล้นเหลือ” (1ธส3:12) 

            นักบุญเปาโลเตือนคริสตชนชาวเธสะโลนิกาอีกว่า “พี่น้องทั้งหลาย ในที่สุดเราวอนขอและเตือนสติท่านในพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า ท่านเรียนรู้จากเราว่า จะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร เพื่อเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า ท่านก็ดำเนินชีวิตเช่นนี้อยู่แล้ว แต่ขอให้ท่าน มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นอีก ท่านทั้งหลายรู้อยู่แล้วถึงคำสั่งสอนที่เราให้ท่านเดชะพระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า นี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าคือ ให้ท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ละเว้นจากการผิดประเวณี แต่ละคนรู้จักใช้ร่างกายของตน ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และด้วยความเคารพ โดยไม่ปล่อยตัวตามราคะตัณหาอย่างคนต่างชาติที่ไม่รู้จักพระเจ้า  

            อย่าให้ผู้ใดล่วงเกินหรือหลอกลวงพี่น้องของตนในเรื่องนี้ เพราะองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงลงโทษในเรื่องความผิดเหล่านี้ทั้งหมด ดังที่เราเคยบอกและกำชับท่าน พระเจ้ามิได้ทรงเรียกเราให้มาเป็นคนสกปรกลามก แต่ให้เป็นคนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้น ผู้ที่ดูถูกคำเตือนนี้ ก็มิใช่ดูถูกเพียงมนุษย์เท่านั้น แต่ดูถูกพระเจ้าผู้ประทานพระจิตของพระองค์ให้แก่ท่านด้วย   

            ส่วนเรื่องความรักฉันพี่น้องนั้น ไม่จำเป็นต้องเขียนบอกอะไรท่านอีก เพราะท่านได้รับคำสอนจากพระเจ้าให้รักกัน และท่านก็ปฏิบัติเช่นนี้ต่อพี่น้องทุกคนไปทั่วแคว้นมาซิโดเนียอยู่แล้ว พี่น้องทั้งหลาย เราขอร้องท่าน ให้รักกันยิ่งๆ ขึ้น“ (1ธส4:1-10) นักบุญเปาโลจึงต้องการให้ทุกคนมีความรักเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นอยู่เสมอ 

            นักบุญเปาโลพูดถึงความรักฉันพี่น้อง เพราะคริสตชนที่ได้เป็นบุตรบุญธรรมของพระเจ้าในพระบุตรก็เป็นพี่น้องกันในพระเจ้า น่าสังเกตว่า นักบุญเปาโลไม่เริ่มเตือนชาวเธสะโลนิกาให้ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ แต่เริ่มชี้แจงว่า เขาทุกคนได้รับความรักเป็นของประทานจากพระเจ้า จึงต้องพัฒนาความรักให้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ “ส่วนเรื่องความรักฉันพี่น้องนั้น ไม่จำเป็นต้องเขียนบอกอะไรท่านอีก เพราะท่านได้รับคำสอนจากพระเจ้าให้รักกัน” (1ธส4:9) 

            นักบุญเปาโลคิดว่า ความรักเป็นเอกลักษณ์ของพันธสัญญาใหม่ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ “ความหวังนี้ไม่ทำให้เราผิดหวัง เพราะพระจิตเจ้าซึ่งพระเจ้าประทานให้เรา ได้หลั่งความรักของพระเจ้าลงในดวงใจของเรา” (รม5:5) คริสตชน “ได้รับคำสอนจากพระเจ้าให้รักกัน” คำสอนของพระองค์จึงได้เกิดผล พันธสัญญาเดิมเป็นกฎหมายภายนอกเขียนจารึกบนหินที่เปลี่ยนจิตใจมนุษย์ไม่ได้ ส่วนพันธสัญญาใหม่เป็นการกระทำโดยตรงของพระเจ้าในจิตใจของมนุษย์ ถ้าเราไม่ต่อต้านพระองค์ พระองค์ผู้สถิตใจในของเราจะทรงเร่งเร้าให้เรารักผู้อื่น พระเยซูเจ้าทรงบันดาลพระหฤทัยของพระองค์เข้าอยู่ในใจของเรา กระนั้นก็ดี การกระทำของพระเจ้าไม่ทรงทำให้เราเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียวที่ปล่อยให้พระเจ้าทรงกระทำทุกอย่าง แต่ถ้าพระเจ้าทรงกระทำด้วยความรัก เราก็ได้รับเชิญให้กระทำด้วยความรักเช่นกัน  

            ดังที่นักบุญเปาโลเขียนถึงชาวเอเฟซัสว่า “ท่านจงออกแรงด้วยความเกรงกลัวจนตัวสั่นเพื่อให้รอดพ้นเถิด พระเจ้าทรงทำงานในท่าน เพื่อให้ท่านมีทั้งความปรารถนา และความสามารถที่จะทำงานตามพระประสงค์” (ฟป2:12-13)…

       

โดย sdcenter

 

กลับไปที่ www.oknation.net