วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พุทธทำนาย


ครั้งสมัยพระผู้มีพระภาคเสด็จประทับอยู่ ณ แคว้นโกศลเขตเมืองพาราณสี  พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครองสิริราชสมบัติในพระนครนั้น  ทรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรมปกครองไพร่ฟ้าประชาราษฎร์  นำพาบ้านเมืองสงบสุขและเจริญก้าวหน้าปราศจากภัยพิบัติต่างๆ  ประชาชนต่างตั้งอยู่ในศีลธรรมประกอบอาชีพโดยสุจริต  พระองค์มีพระมเหสีพระนามว่า “มัลลิกาเทวี”ซึ่งประกอบในหลักศีลธรรมเป็นนิตย์เช่นเดียวกัน

          ในคืนหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสุบินนิมิต  แปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  ครั้นรุ่งเช้าทรงตรัสถามปุโรหิตเกี่ยวกับฝันของตน  ด้วยกลัวว่าจะเกิดอาเพศแก่ราชสมบัติ พระมเหสี หรือตัวพระองค์เอง  ปุโรหิตคิดชั่วจึงทูลว่าจะเกิดอาเพศอย่างร้ายแรงขอพระองค์จงกระทำพิธีบูชายัญ  แต่พระนางมัลลิกาเทวีทรงเห็นว่าควรนำเรื่องนี้ไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้า  ทั้งสองพระองค์จึงพร้อมกันไปที่วัดเชตวันมหาวิหาร

          พระพุทธเจ้าทรงสดับพระสุบินแล้วจึงตรัสว่า “จะไม่เกิดเหตุร้ายแก่พระองค์ทั้งสอง  แต่จะเกิดในอนาคตกาลภายภาคหน้า  ในสมัยที่ผู้ปกครองบริหารประเทศละเลยหลักธรรม”

          พระสุบินนิมิตและพุทธทำนายทั้ง ๑๖ ประการ  จะเกิดขึ้นได้จริงเพียงใดในสมัยปัจจุบัน  อะไรที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นเรื่องที่โลกควรศึกษาไว้  เพื่อเตรียมพร้อมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างมีสติ..

๑.ธรรมชาติวิปริต

หนึ่งฝันว่าโคทั้งสี่มีกำลัง                   แล่นประดังโดยทิศนิมิตเห็น

จะชนกันแล้วหันห่างกระเด็น               ต่างหลีกลี้หนีเร้นไปลับตัว

อภิปรายทายว่าฤดูฝน                       เมฆเบื้องบนมืดมิดทุกทิศทั่ว

ดั่งจะปรายสายพิรุณขุ่นหมองมัว           พายุพัดกลัดกลั้วละลายไป

จะลำบากยากใจแก่ไพร่พล                ด้วยฟ้าฝนมิตกมาในนาไร่

ทั้งต้นข้าวเต้าแตงเหี่ยวแห้งไป             ผลไม้ม่วงปรางจะบางเบา

ข้าวจะยากหมากแพงทุกแหล่งหล้า       ฝูงประชาแค้นคับลงอับเฉา

ด้วยมนตรีโมหาปัญญาเบา                 ลำเอียงเอาอามิสไม่คิดธรรมฯ

พระพุทธองค์ทรงพยากรณ์ว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า  ผู้ปกครองประเทศผู้บริหารบ้านเมืองและประชาชนทั่วไปไม่ตั้งอยู่ในธรรม  ทำให้สังคมโดยรวมมีความวิปริตเสื่อมทรามมีแต่ความเห็นแก่ตัว  คอยชิงดีชิงเด่นมือใครยาวสาวได้สาวเอาไม่มีที่สิ้นสุด  อาศัยเหตุนี้ฝนจักแล้งเมฆขาดหายไปข้าวกล้าในนาจักเสียหาย  ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่อุดมสมบูรณ์  จะเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพงประชาชนอดอยากยากแค้นกันโดยถ้วนทั่ว  ในบางคราวมีเมฆตั้งเค้าเหมือนฝนจะตกแต่ก็หาตกไม่  ตั้งเค้าลอยมาจากทิศทั้ง๔สายฟ้าฟาดกัมปนาทดังไปทั่วปฐพี  แต่แล้วเมฆฝนที่ดังคะนองก้องฟ้าทำให้ประชาราษฎร์ดีใจก็ไม่ตก  กลับเหือดหายไปเสียจนหมดสิ้น  มีอุปมาเหมือนโคที่วิ่งเข้าหากันทำท่าว่าจะชนกัน  แล้วก็หาชนกันไม่ฉะนั้นฯ”

          ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นโดยเฉพาะผู้ปกครองบ้านเมือง  มักใช้อำนาจในทางไม่ถูกไม่ควรไม่ถูกหลักศีลธรรม  เอารัดเอาเปรียบแต่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องบริวาร  โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องทุจริตคดโกงคอร์รัปชั่น  ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตมิชอบ 

          นอกจากเกิดความวิปริตผิดธรรมชาติแล้ว  ระบบสังคมต่างก็หวังผลประโยชน์แอบแฝง  ประเทศมหาอำนาจสร้างภาพพจน์ให้ตัวเองเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรม  แท้จริงแล้วหาผลประโยชน์เชิงธุรกิจทั้งนั้น

          สภาพการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากมนุษย์เห็นแก่ตัว  โดยเฉพาะผู้ปกครองบริหารประเทศไม่ดำรงตนอยู่ในศีลธรรม  จึงเป็นเหตุให้ประชาชนทำตามอุปมาเปรียบเหมือนผู้นำเป็นจ่าฝูงโค  เมื่อจ่าฝูงเดินไปทางไหนฝูงโคที่เหลือก็เดินไปทางนั้น

          ดังได้กล่าวมาแล้วจะเห็นชัดเจนว่าสังคมปัจจุบัน  เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วธรรมชาติแปรเปลี่ยนไป  แม้กระทั่งผู้บริหารบ้านเมืองมิได้ใส่ใจบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน  ผู้ที่ทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณก็มีจิตคิดชั่ว  มุ่งแต่ผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้องตามที่กล่าวแล้ว

          ทางแก้ของพุทธทำนายข้อนี้ คือ  ผู้ปกครองบริหารประเทศต้องยึดหลักคุณธรรมของนักปกครองที่เรียกว่า “ทศพิธราชธรรม”แล้วประเทศชาติบ้านเมืองก็จะพัฒนาเจริญก้าวหน้าต่อไป..

                   พาชีขี่คล่องคล้อย        ควรคลา

                   โคคู่ควรไถนา             ชอบใช้

                   บนชานชาติวิฬาร์         ควรอยู่

                   สุนัขเนาแต่ให้            ต่ำเหย้าเรือนควร

                                                          ..โลกนิติ..

ขอบคุณสำหรับ cursor สวยๆจาก “ลูกบัว” ที่.. http://www.oknation.net/blog/HappyToFly/2007/03/10/entry-1

cursor

โดย ศิษย์หลวงพ่อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net