วันที่ จันทร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ททท.เมืองคนดี จัด เพิ่มอาหารสมอง...พาน้องท่องภูเก็ตตอนที่ 3


ในการจัด"เพิ่มอาหารสมอง...พาน้องท่องภูเก็ต"ครั้งนี้ ได้รับการต้อนรับ และอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี จากคุณรสิกา  สุขประเสริฐ    หรือพี่เม  แห่ง ททท.สำนักงานภูเก็ตค่ะ  พี่เมล์น่ารักมาก  ช่วยประสานจัดหาที่พัก ร้านอาหาร ในราคาพิเศษ ให้กับคณะ  พร้อมทั้งช่วยนำทางในแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งใหม่ ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่  

ช่วงบ่ายก่อนรับประทานอาหารเย็น ได้นำน้องๆ ไปเยี่ยมแหลมพรหมเทพ จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในเมืองไทย 

มองลงไปจากจุดชมวิว มีเรือยอร์ชของชาวต่างชาติจอดอยู่หลายลำเลยค่ะ 

   แหลมพรหมเทพเป็นแหลมที่มีหน้าผาสูงอยู่ทางใต้สุดของเกาะภูเก็ต เดิมชาวบ้านเรียกแหลมนี้ว่า "แหลมเจ้า" จากริมหน้าผามีแนวต้นตาลลาดสู่แหลมที่เป็นโขดหิน มองเห็นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเป็นกระแสน้ำวนและลึก ไกลออกไปจะเห็นเกาะแก้วพิสดารอยู่ด้านหน้าแหลม

ศาลพระพรหมบริเวณแหลมพรหมเทพ 

บริเวณแหลมพรหมเทพ เราพบประภาคารกาญจนาภิเษก สร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี มีขนาดความกว้างที่ฐาน 9 เมตร สูง 50 ฟุต และแสงไฟจากโคมไฟจะมองเห็นไกลถึง 39 กิโลเมตร ใช้เป็นเครื่องหมายในการเดินเรือเนื่องจากภูเก็ตถือเป็นศูนย์กลางเส้นทางคมนาคมในทะเลอันดามันที่สำคัญ ภายในประภาคารมีการแสดงนิทรรศการเกี่ยวการสร้างประภาคาร การรักษาเวลามาตรฐาน การคำนวณ และแสดงเวลาดวงอาทิตย์ขึ้นและตก เรือหลวงจำลองพร้อมประวัติเรือแต่ละลำ จากบนยอดของประภาคารยังเป็น จุดชมทิวทัศน์โดยรอบแหลมค่ะ

หมายเหตุ   ชาวเรือถือกันว่า "ประภาคาร" เปรียบเสมือนดวงประทีปแห่งท้องทะเล   ป็นเครื่องหมายที่ช่วยการเดินเรือที่มีความสำคัญมาก โดยใช้แสงไฟแสดงที่หมาย ในการนำเรือเข้าร่องน้ำ อ่าว เขตท่าเรือ หรือ เตือนตำบลที่ ที่เรือจะวิ่งเข้าหากองหิน ที่ตื้น และสิ่งกีดขวาง ที่เป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

ดังนั้น ไฟดวงนี้จะ ดับไม่ได้ จึงต้องมีเจ้าหน้าที่ ควบคุมดูแลอยู่ ตลอดเวลา และกรมอุทกศาสตร์ ได้บรรจุตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ประภาคาร เพื่อควบคุมดูแล ประภาคาร เป็นเครื่องหมาย ช่วยการเดินเรือ ประเภทหนึ่ง เป็น "แสงสว่าง" ที่ตั้งไว้ในตำบลที่ หรือ ช่องทางสำคัญ เพื่ออำนวยความสะดวก และความปลอดภัย ในการเดินเรือ ให้แก่ชาวเรือทั้งหลายที่สัญจรไปมาในท้องทะเล

สำหรับ ประภาคารดังกล่าวนี้   เป็นประภาคารบนบก แห่งเดียวทางฝั่งทะเลอันดามัน ที่ประชาชนทั่วไป สามารถสัมผัสได้ และสามารถขึ้นไปชมทัศนียภาพ บริเวณแหลมพรหมเทพ ได้กว้างไกลขึ้น

ด้านหน้าประภาคาร จะมีการแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นและทุกทุกวัน

รุปจำลองของประภาคารอัษฎางค์ และกระโจมไฟที่ปลดระวางแล้ว 

 

ในเย็นวันที่ 10ม.ค. หลังจากชมวิวแล้ว เดินทางไปร้านอาหารกันเอง บรรยากาศสวยงามมาก ๆ ค่ะ เราเลยได้ชมวิวพระอาทิตย์ตกดินกันที่นี่

พี่วัลลีย์ เจ้าของร้านใจดี ลดราคาพิเศษ และร่วมรับประทานอาหารด้วย

อีกบรรยากาศในร้าน

มุมจำหน่ายของที่ระลึก

พรุ่งนี้จะนำเสนอตอนจบค่ะ บ๊ายบาย  อิงตะวัน

 

โดย อิงตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net