วันที่ อังคาร มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พุทธทำนาย ๕ กินจนท้องปรือไม่พอเพียง


ความฝันในข้อนี้คือ  ม้ามีปากสองปากมองเห็นหญ้าที่คนเลี้ยงนำมาให้  ถึงกับอ้าปากน้ำตาไหลด้วยความหิวโหย  คนเลี้ยงม้ายื่นหญ้าส่งป้อนให้พร้อมๆกันแทบไม่ทัน  กินไม่รู้จักอิ่มจนน่าอ่อนใจ

          ห้า ฝันว่าม้ามีสองปาก            เห็นหญ้าอยากปากอ้าน้ำตาไหล

บุรุษสองปองป้อนจนอ่อนใจ      หยิบหญ้ายื่นป้อนให้ไม่เว้นวาย

มีพุทธฎีกาพยากรณ์               ผู้ตัดรอนความราษฎร์สิ้นทั้งหลาย

จะรวมหัวกินกันทั้งสองฝ่าย       แนะนำให้นายโจทย์และจำเลย

กินสองทางพลางข่มด้วยลมลวง ทำเหนี่ยวหน่วงถามทิ้งแล้วนิ่งเฉย

บ้างอาศัยใช้การจนนานเลย       ความก็เกยเหี่ยวแห้งอยู่แล้งปี ฯ

พุทธทำนายในข้อนี้

          ในอนาคตกาลเบื้องหน้า.. ผู้รับผิดชอบตัดสินความของราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ในศาลต่างๆ  จะคิดคบร่วมกันเบียดเบียนประชาชนทั้งสองฝ่าย  คือทั้งฝ่ายโจทย์และฝ่ายจำเลย  โดยกินสินบนของทั้งสองแม้นฝ่ายใดมากกว่าก็จะตัดสินให้ฝ่ายนั้นชนะความ  โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องหรือไม่จำเป็นต้องสืบค้นหาความถูกต้องเลย

          แม้จะรู้แน่ชัดว่าใครผิดแต่ก็แสร้งปรับเปลี่ยนสำนวนคำฟ้องให้เป็นผู้บริสุทธิ์ได้  ทำให้คนที่ไม่มีความผิดต้องถูกลงโทษจองจำอย่างไร้มนุษยธรรม  และระหว่างดำเนินคดีก็แสร้งถ่วงเวลาให้นานออกไป  พร้อมกับเรียกร้องเอาผลประโยชน์จนพอใจไม่มีที่สิ้นสุด

          การพิจารณาตัดสินคดีความล้วนเป็นไปเพื่อผลประโยชน์และพวกพ้อง  ปล่อยให้คนบริสุทธิ์เป็นผู้รับบาปส่วนคนผิดกลับลอยนวล  พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นั่นคือเงินทอง  ตัดสินเอนเอียงด้วยมีผลประโยชน์เป็นสิ่งจูงใจ

          พฤติการณ์เช่นนี้เพราะความโลภ  เหมือนม้าสองปากที่มองหาอาหารด้วยความโหยหิว  เมื่อกินก็กินทั้งสองปากโดยไม่บันยะบันยังตะกละตะกลาม  เปรียบเหมือนผู้พิพากษาอรรถคดีความต่างๆ  เมื่อถูกความโลภครอบงำย่อมสูญเสียความเป็นกลาง  ตัดสินความโดยเห็นแก่ผลประโยชน์ของตน  ทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่มีความเที่ยงธรรม

          ความโลภเห็นแก่ตัวนั้น  เกิดขึ้นกับใครที่ไหนก็มีอันตรายที่นั่น  บุคคลเห็นแก่ตัวนั้นจัดว่าอันตรายเป็นบุคคลที่น่ากลัว  ไม่คำนึงถึงคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรมและสันติธรรม  คนที่เห็นแก่ตัวและพวกพ้องเป็นตัวทำลายความยุติธรรม

          ความยุติธรรม คือ หลักของสังคมในการลงโทษผู้กระทำผิด  และปกป้องรักษาคนดีในสังคมทุกระดับ  ถ้าสังคมขาดความยุติธรรมจะเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า  บ้านเมืองไม่สงบสุขมีแต่ความเหลื่อมล้ำต่ำสูง  และแตกแยกไปในที่สุด

ทางแก้ไขในพุทธทำนายข้อนี้

          ผู้บริหารปกครองหรือผู้พิพากษาศาลยุติธรรม  เมื่อมีอำนาจในการชี้ถูกชี้ผิดแล้ว  จะต้องเว้นจาก อคติ(ความลำเอียง) ๔ ประการ ได้แก่..

๑.ฉันทาคติ ลำเอียงเพราะรักใคร่  เสียความยุติธรรมเพราะเห็นแก่หน้าคนที่ตนรัก

๒.โทสาคติ ลำเอียงเพราะชัง  เสียความยุติธรรมเพราะลุแก่อำนาจความเกลียดชัง  กลั่นแกล้งทำลายกันต่างๆนานา

๓.โมหาคติ ลำเอียงเพราะหลง  เสียความยุติธรรมเพราะโง่ ไม่รอบคอบ ไม่ถี่ถ้วน รู้เท่าไม่ถึงการณ์

๔.ภยาคติ ลำเอียงเพราะกลัว  เสียความยุติธรรมเพราะความโลเลไม่มั่นคง  เกรงกลัวอิทธิพล  ไม่เป็นตัวของตัวเอง  ตกอยู่ภายใต้อำนาจของผู้อื่น

          อคติ ทั้ง๔ประการนี้  แม้มีเพียงข้อหนึ่งข้อใดก็เป็นเหตุให้เสียความยุติธรรม  เป็นเหตุให้เสียความเป็นผู้ใหญ่  ดังนั้นผู้บริหารปกครองประเทศหรือผู้นำหมู่คณะต่างๆ  ทั้งผู้พิพากษาอรรถคดีความต่างๆควรละเว้น  ไม่ประพฤติด้วยประการทั้งปวง..ฯ

          ดำชลเชือกยึดมั่น                  อย่าคลาย

          คุณพระมั่นไม่ตาย                 ต่อสู้

          ลูกขุนมั่นกฎหมาย                 เป็นแบบ

          สินทรัพย์ให้ท่านกู้                 ยึดมั่นมีกรรม..

                                                ...โลกนิติ...

ความยุติธรรม คือ สิ่งที่คนทุกคนบนโลกนี้ต้องการเท่าๆกันมิใช่หรือ?

อันใดเดือดร้อนเขา       สบายเรา         อย่าทำ

อันใดเดือดร้อนเรา       สบายเขา        อย่าทำ

อันใดเดือดร้อนเขา       เดือดร้อนเรา    อย่าทำ

อันใดไม่เดือดร้อนเขา   ไม่เดือดร้อนเรา จงทำ

ขอขอบคุณ cursor สวยๆจาก “ลูกบัว” ที่.. http://www.oknation.net/blog/HappyToFly/2007/03/10/entry-1

 

cursor

โดย ศิษย์หลวงพ่อ

 

กลับไปที่ www.oknation.net