วันที่ ศุกร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เสือดำในดวงแด


พลตรี จำลอง  ศรีเมือง เป็นนักเล่าเรื่องอดีตได้น่าฟัง ในสมัยที่ท่านยังเป็นผู้ว่าฯกทม. เมื่อยี่สิบกว่าปีล่วงมาแล้ว “มักกะสัน” เป็นที่รกรุงรัง  ชาวบ้านเล่าลือกันจนข่าวแพร่ไปทั้งเมืองว่ามีเสือดำมาเดินโท่งๆอยู่บริเวณนั้น คนจำนวนมากพากันหวาดกลัว วิตกกังวลว่าสักวันหนึ่งคงจะมีใครบางคนตกเป็นเหยื่อของเสือดำเข้าจนได้ เมื่อความหวาดกลัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆก็มีเสียงเรียกร้องให้ปราบโดยด่วน วันหนึ่งๆก็มีข่าวตามมาเป็นระยะๆว่านายพรานคณะนั้นคณะนี้อาสาเข้าไปจัดการ จนแล้วจนรอดก็ล่าไม่ได้ เพราะหาเสือดำไม่เจอ

 ร้อนถึง “กองอนุรักษ์สัตว์ป่า” กรมป่าไม้ ที่มี “คุณไพโรจน์ สุวรณากร”ซึ่งเป็นผู้อำนวยการในสมัยนั้น ต้องออกมาแสดงฝีมือเอง เพียงไม่กี่วันก็สามารถจับเสือดำได้  ชาวบ้านพากันดีใจเป็นการใหญ่ ต่างยกย่องชมเชยที่กรมป่าไม้มาช่วยได้ทันท่วงที หายกลัวเสือดำตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

 หลังจากนั้นอีก ๒ ปี ก็มีคนออกมาเปิดโปงว่าเสือดำที่จับได้ไม่ใช่เสือดำมักกะสัน แต่เป็นเสือดำที่ลูกน้องคุณไพโรจน์ไปซื้อมาด้วยราคาเป็นกันเองสามพันบาท แล้วแอบเอาเข้ามักกะสันตอนดึก พอตอนเช้าก็แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ให้ได้เห็นเสือดำกันจริงๆ แล้วนำไปปล่อยที่ป่าห้วยขาแข้ง

 “เสือดำมักกะสัน” จริงๆนั้นไม่มี แต่ชาวบ้านยืนยันว่ามี แล้วก็กลัวเอามากๆเสียด้วย กรมป่าไม้ไม่รู้จะแก้โดยวิธีใด จึงใช้วิธีนี้ นับว่าเป็นปฏิบัติการทางจิตวิทยาที่ได้ผลดีเยี่ยม เป็นเรื่องเล่าขานจนบัดนี้

 อุปาทาน หรือ ความยึดมั่นถือมั่นของคนนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ ข่าวลือจากปากต่อปากเป็นเรื่องที่แพร่สะพัดได้เร็วมาก แม้ในปัจจุบันนี้เรื่องทำนองเดียวกันก็ยังมีอยู่ไม่มีวันว่างเว้น ข่าวลือและข่าวลวงได้ทำหน้าที่ครอบงำความคิดคำนึงของมวลมนุษย์เป็นจำนวนมิใช่น้อย มันทำลายความเป็นอยู่อันผาสุกของคนในสังคมตลอดมาและจะทำลายอีกตลอดไป ตราบใดที่คนในสังคมยังไม่หนักแน่นมั่นคงทางความคิดอยู่บนพื้นฐานของความจริง ยังกระโดดโลดเต้นไปตามความเห็น

 สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่ความจริง อาทิเช่น หลายคนบอกว่าตนเองเห็นผี และยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าผีมีจริง นั่นก็ยังเชื่อไม่ได้ว่าเป็นความจริง อย่างมากก็สรุปได้ว่าเขาคนนั้นเห็นผีตามที่เขาเห็นจริงๆ แต่ผีตามที่เขาเห็นนั้นจะเป็นผีจริงๆหรือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยว่า คนเรามักมองเห็นตามที่ใจของตนเองมีอุปาทานรองรับอยู่ก่อนแล้วเสมอ ทำนองเดียวกับเรื่องคนพูดโกหกนั้นมีอยู่จริง แต่คำโกหกไม่ใช่ความจริง และคนในโลกจำนวนไม่น้อยพลอยเห็นดีเห็นงามไปกับคำโกหกจนเป็นจริงเป็นจัง

 พระพุทธเจ้าจึงสอนไว้ว่า “อย่าเชื่อถือมงคลตื่นข่าว” แบบเดียวกับที่นิทานอีสปเล่าเรื่อง “กระต่ายตื่นตูม” จนเกิดการวิ่งหนีฟ้าถล่มแผ่นดินทลายตามกระต่ายตื่นตูมไปกับเสียงลูกตาล โดยไม่ทันได้สืบสาวราวเรื่องเบื้องหน้าเบื้องหลังอย่างสุขุมคัมภีรภาพ กระทั่งเกือบจะพาฝูงสัตว์ไปสู่อาวสาน

 ขอพี่น้องผองไทยจงอย่าตื่นเต้นตกใจกับ “เศรษฐภัย” ที่กำลังแผ้วพาน

ขอให้หนักแน่นมั่นคงในความคิดเศรษฐกิจพอเพียงหลีกเลี่ยงแหลกลาญ

 

โดย ท่านจันทร์

 

กลับไปที่ www.oknation.net