วันที่ พุธ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

น้ำ ต ก ห้ ว ย แ ม่ ข มิ้ น … ท ริ ป นี้ ไ ม่ มี เ ห ง า (2)


January 21, 2008

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น … ทริปนี้ไม่มีเหงา (2)

 

เช้านี้ถึงแม้จะหม่นมัวด้วยสายหมอกและลมเย็นเยียบของฤดูหนาว แต่อากาศจากสายลมที่พัดมากระทบผิวนั้นบริสุทธิ์จริงๆค่ะ ฉันเหยียดแขนขึ้นไปในอากาศจนสุดตัว สูดโอโซนเข้าไปในปอดเต็มที่ รู้สึกได้ถึงความสดชื่นที่แทรกเข้าไปในช่องปอด และกลิ่นอายของธรรมชาติรอบๆตัว

เสน่ห์ในบริเวณน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นอยู่ที่บรรยากาศที่แตกต่างกันอย่างมากในการมาเยือนในแต่ละฤดูกาล ห้วยแม่ขมิ้นยามอวลอิ่มไปด้วยลมหนาวบรรยากาศจะเงียบสงบ  เยือกเย็นและโรแมนติกด้วยทะเลหมอก ดอกไม้งาม... บรรยากาศที่กลางวันสดใส แค่บ่ายคล้อยก็ดูเหมือนโพล้เพล้ หากคุณมีคนรักมาด้วยคุณคงไม่มีวันลืมบรรยากาศในช่วงเย็นและกลางคืนที่สายหมอกระเรี่ยอยู่หน้าเต็นท์ …

ในช่วงฤดูร้อนหรือปลายฝนต้นหนาว ภูเขาจะทำให้คุณเพลิดเพลินในกลิ่นอายของความโรแมนติกในบทเพลงแห่งสายลมที่จะยังคงก้องอยู่ในความรู้สึก เมื่อหลีกลี้จากไอร้อนของเมืองมายังที่ห่างไกล บรรยากาศดูจะสดใส สดชื่นไปหมด 

แต่…ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน ห้วยแม่ขมิ้นก็ไม่เคยร้างผู้คน และเป็นบริเวณท่องเที่ยวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นน้ำตกสวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ฉันตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่อยากพลาดชมความงามยามพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว … เดินผ่านเต็นท์ที่พักของเหล่าผองเพื่อนไปยังจุดชมวิวและลานดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดของอุทยาน … หากจะถามว่าทำไมฉันจึงชอบรอช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น และอัสดง … ฉันว่าการเดินทางของเส้นแสงนั้นมีเสน่ห์ ทำให้ฉันยินดีที่จะนั่งรอชมความมหัศจรรย์ ความงดงามยามอาทิตย์ยามโผล่พ้นขอบฟ้า

ตะวันขึ้นที่นี่เป็นภาพงดงามเหนือคำบรรยาย และอาจมีความหมายมากขึ้นหากคุณได้อยู่ข้างๆคนรู้ใจ อากาศที่ไร้มลพิษทำให้เห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน พระอาทิตย์ดวงสีชมพูแดงค่อยๆโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าขึ้นมาเล่นลีลาร่ายรำตามจังหวะของเวลา ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านตลอดแนวผาเบื้องหน้า … ลำแสงแรกของวันเปลี่ยนให้ฟ้าเป็นสีชมพูแดงที่ไล่เฉดสีลดหลั่นทีละน้อย  เสกให้เวิ้งภูเขาเป็นสีชมพูทั้งเวิ้ง  เหมือนสถานที่ในฝัน   … บรรยากาศของหุบเขาเบื้องล่างเมื่อชะโงกมองลงไปอบอวลด้วยสีฟ้าใส

ฉันนั่งมองทอดสายตาออกไปยังหมอกขาว ที่ลอยตัวอ้อยอิ่งเหนือเทือกเขาข้างหน้า สีขาวของหมอกกับสีเทาของภูเขาตัดกับสีของท้องฟ้า ดูสวยงาม ..

หลายครั้ง แม้จะยังสนุกกับการเดินทาง ไม่รู้สึกเหงาสักนิด แต่ยังรู้สึกคิดถึงบ้านจับใจ ..  คิดถึงครอบครัว พ่อแม่ พี่น้อง หมายรวมถึงที่ที่มีคนที่เรารัก ห่วงใยและรอเราอยู่เสมอ…

นี่เองอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเดินทางส่งโปสการ์ดมายังผู้เป็นที่รัก เพื่อน หรือแม้แต่ตัวเอง นับล้านๆใบในทุกวันทั่วโลก เพื่อมอบกระดาษแผ่นสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เก็บความรู้สึกดีๆ ความทรงจำใหม่ๆที่ได้รับการบันทึกผ่านดวงตา ที่เราอยากให้คนที่เรารักได้มาเห็นด้วย.. หย่อนลงไปในตู้ไปรษณีย์ใบเล็ก ส่งโปสการ์ดเหล่านั้นให้ไปนอนรอให้เรากลับไปอ่านที่บ้าน .. จะอยู่ไกลแค่ไหน แต่หัวใจกลับไม่ได้ไปไกลจากบ้านเลยสักนิด .. เช้านี้เพื่อนเราหลายคนเลือกจึงที่จะหามุมโปรดเขียนโปสการ์ด ส่งไปให้เพื่อน คนรัก และตัวเอง

หลังกาแฟหอมกรุ่น … แสงแดดอุ่นๆเชื้อเชิญให้เราก้าวเดินอีกครั้งเพื่อไปทักทายกับน้ำตกชั้นที่ 5-7 ที่คงค้างการสำรวจอยู่จากเมื่อวาน

เราก็ออกเดินเท้าเดินไปตามแนวทางเดินป่าที่ทางอุทยานฯ จัดทำไว้ โดยเป็นเส้นทางเดินสบายๆ ที่ร่มครึ้มไปด้วยธรรมชาติของป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ เพื่อตรงไปยังน้ำตกชั้นที่ 5 ที่มีชื่อว่า "ไหลจนหลง"


       

ที่ถือว่าเป็นน้ำตกชั้นที่มีความพิเศษคือ หลักจากที่น้ำตกแยกจากลำห้วยสายหลังแล้ว กลับไหลตกลงหลุมยุบ ทำให้สายน้ำหายไป บริเวณหลุมยุบดังกล่าว เมื่อฝนตกลงมาทำให้หินปูนเกิดการชะล้าง ลึกกร่อน เป็นโพรง เป็นรูเล็กๆ ทำให้สายน้ำที่ไหลมาบริเวณนี้ มุดลอดได้สะดวก แต่ไม่สามารถมองเห็นธารน้ำได้ น้ำตกชั้นนี้จึงไม่ไหลรวมกับน้ำตก ชั้นที่ 4 3 2 และ 1 แต่จะไหลไปโผล่บริเวณเลยน้ำตกชั้นที่ 1 ไปแล้ว และไหลกลับลงห้วยเหมือนเดิม และเมื่อเราได้ไปเห็นแล้วก็ประจักษ์แจ้งกับตา เพราะว่าไม่เห็นสายน้ำเลยจริงๆ ดูแล้วก็แปลกและฮาดีที่น้ำตกแต่ดันไม่มีน้ำตกให้เห็นเลยสักนิด

ทว่าถึงแม้น้ำตกชั้นที่ 5 จะไม่มีน้ำตกลงมาให้เห็น แต่ก็ยังมีน้ำตกชั้นถัดไปให้ชมกันอีก นั่นคือ น้ำตกชั้นที่ 6 "ดงผีเสื้อ" น้ำตกชั้นนี้ที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะว่า ตรงบริเวณรอบๆ น้ำตกจะมีผีเสื้อหลากสีสันบินกันให้เห็น ส่วนตัวน้ำตกก็เป็นธารน้ำที่ไหลลดหลั่นตามกันมาเป็นชั้นๆ ไม่สูงมากนัก

จากชั้นที่ 6 เราเดินเลยต่อไปอีกนิดก็มาถึงยังน้ำตกชั้นสุดท้ายชั้นที่ 7 ที่มีชื่อเรียกว่า"ร่มเกล้า" เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม สายน้ำไหลมาจากชั้นหินปูนด้านบนที่แผ่กว้าง ไหลตกลงสู่แอ่งน้ำเบื้องล่าง เหมาะแก่การลงเล่นน้ำเย็นๆ เสียเหลือเกิน น้ำตกก็เย็นสดชื่นใจ เอามากๆ … จ่าจินต์ กับ รอยคีน ..  Buddy ต่างวัย ย่ำน้ำออกไปเก็บความประทับใจอย่างใกล้ชิด

ฉันนั่งอยู่ริมน้ำตกเนิ่นนาน เปิดใจกว้าง ปล่อยให้วิญญาณของป่าและสายน้ำไหลเวียนเข้ามาสัมผัสอย่างเสรี … รู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก ตัวของฉันเบาหวิวยามสูดอากาศสะอาด … ฉันห่างจากบ้านมาไกลมาก แต่เหมือนฉันไม่ได้ไปไหนไกลจริงๆ … แหงนหน้ามองธรรมชาติ ภูเขา น้ำตก พร้อมกับถามตัวเองว่า ธรรมชาติให้อะไรกับเราบ้าง .. หลายคำตอบผุดขึ้นมาในใจ

ธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่ … อาจจะเป็นหลายอย่างในสายตาของหลายคน … มนุษย์เหยียบย่ำเยี่ยมเยือนธรรมชาติมาแล้วทุกแห่ง ทั้งมนุษย์ที่สูงศักดิ์ และผู้คนที่ต่ำต้อย … แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ สุดท้ายต้องกลับไป ไม่มีใครสามารถครอบครองเป็นเจ้าของธรรมชาติได้อย่างแท้จริง …  

เราเดินกลับไปยังน้ำตกชั้นที่ 4 ซึ่งเป็นจุดหมายที่พักของเรา …  ระหว่างทางเดินกลับ เราใช้เวลาในการเดินชื่นชมธรรมชาติรอบๆ ตัวอย่างเต็มอิ่ม … ชมนก ชมไม้ และเดินเรื่อยมาตามน้ำตกแต่ละชั้น พร้อมกับนึกอยู่ในใจว่า ธรรมชาตินี้มันช่างมีความอัศจรรย์จริงๆ ช่วยคลายความร้อนอบอ้าวของอากาศ และยังช่วยคลายความร้อนลุ่มในจิตใจของเราให้เย็นลงได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

ความงดงามของน้ำตกที่อยู่เบื้องหน้า ดึงดูดใจให้เหล่าศิลปินสีน้ำในกลุ่มพู่กันสัญจรออกมาบรรเลงฝีแปรงลงบนกระดาษ … น่าทึ่งจริงๆค่ะ ขณะที่เฝ้าดูเหล่าศิลปินตวัดฝีแปรงลงบนกระดาษ ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆที่จะจับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าให้มาอยู่ในกระดาษสี่เหลี่ยม เหมือนจะหยุดกาลเวลาให้อยู่บนภาพวาดที่งดงาม …

 

น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี การเดินทางจากรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหมายเลข 323 ถึงจ.กาญจนบุรี จากนั้นใช้เส้นทาง 3199 กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ จนถึงด่านการไฟฟ้าเขื่อนศรีนครินทร์ (กฟฝ.) สามารถเลือกเดินทางได้ 3 เส้นทาง คือ 1. ทางรถยนต์ ทางแพขนานยนต์ โดยข้ามแพ 2 ครั้ง และทางเรือ

ขอบคุณ : ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

 

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net