วันที่ ศุกร์ มกราคม 2552

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พาลูกชายไหว้พระเมืองหลวง


เมื่อวันที่ 17-18 มกราคม  ที่ผ่านมา  มีโอกาสพาลูกชายเข้ากรุงเทพ  เลยพร้อมใจกันตื่นเช้าพ่อแม่ลูก และคุณลุงคุณป้าพร้อมลูกชายเช่นกัน  ไปไหว้พระ ที่วัดบวร และวัดชนะสงคราม  มีความสุขมาก ๆ ค่ะ

 

 

 (พระประธานในโบสถ์)

วัดบวรนิเวศวิหาร หรือวัดบวรฯ ที่เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร  อยู่บริเวณ บางลำพู  ค่ะเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นเจ้าอาวาส เมื่อครั้งที่ยังทรงผนวชอยู่   ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว      สำหรับพระประธานในโบสถ์มี 2 องค์ คือพระพุทธชินสีห์  (องค์หน้า) และ พระสุวรรณเขต (องค์หลัง)  แต่สำหรับอิงตะวัน คนเมืองไกลจะรู้จักแต่ชื่อของ พระพุทธชินศรี   นอกจากพระประธานทั้ง 2 องค์แล้ว ในโบสถ์ยังน่าชมไปด้วยภาพจิตกรรมฝาผนังที่แบ่งเป็น 2 ตอนคือ ตอนบน เป็นภาพแสดงปริศนาธรรมฝีมือขรัวอินโข่ง ส่วนตอนล่างเป็นภาพแสดงเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมไทยและประเพณีทางพระพุทธศาสนา อาทิ ภาพโกนหัวทำขวัญนาค  การบวช การทอดกฐิน  เสียดายที่ถ่ายภาพได้ไม่ดี และไม่มีภาพประกอบบรรยายมากนักเนื่องจากมิได้นำกล้องถ่ายรูปมาด้วย  เลยใช้โทรศัพท์มือถือทำหน้าที่แทนค่ะ



ทางวัด แจกน้ำมนต์ ท่านละ 1 ขวด ค่ะ 

(จุดธูปไหว้หลวงพ่อดำ)

  

หลวงพ่อดำ หรือ พระทีฆายุมหมงคล พระพุทธรูปฉลองพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งว่ากันว่าถ้าใครมากราบไหว้บูชาแล้วจะประสบแต่โชคดี ค่ะ

(พระไพรีพินาศจำลอง)

พระไพรีพินาศจำลอง  เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร ประดิษฐานอยู่ตรงด้านล่างของเจดีย์ ซึ่งองค์จริงประดิษฐานบนเจดีย์  วันนั้นได้ไปไหว้องค์จริงด้วย แต่ไม่สามารถบันทึกภาพด้วยโทร.มือถือได้ เนื่องจากภาพสะท้อนกระจก  แต่ดีใจที่ได้ไปสวดมนต์หน้าองค์ท่าน แล้วมาจุดธูปที่องค์จำลองด้านล่าง   พระไพรีพินาศนั้นได้ชื่อว่ามีดีทางกำหราบศัตรูทั้งปวงที่คิดร้ายแต่คนที่ใช้อานุภาพต้องบริสุทธิ์จริง ๆ นะคะ

ณ วัดชนะสงคราม  กราบพระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดม บรมศาสดาอนาวรญาณ ประดิษฐานอยู่บนฐานสูง ๒ เมตร เดิมสูง ๑.๓๐ เมตร มีอัครสาวกยืนประนมมืออยู่ด้านหน้าพระประธาน ๒ องค์ เบื้องหลังพระประธานมีประภามณฑลโพธิพฤกษ์ และภาพจินตนาการ เบื้องบนมีฉัตรกั้น” เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย 

วัดชนะสงคราม เดิมชื่อวัดมอญ   เป็นวัดโบราณขนาดเล็ก สร้างในสมัยอยุธยา ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง เดิมเรียกว่า “วัดกลางนา” เพราะบริเวณรอบวัดเป็นทุ่งนา ต่อมาสมัยรัชกาลที่ ๑ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาททรงรวบรวมชายฉกรรจ์ชาวมอญจากพื้นที่ต่างๆ เข้ามาเป็นกองกำลังทหารในการสู้รบกับพม่า และให้ครอบครัวทหารเหล่านั้นตั้งหลักฐานอยู่รอบวัดกลางนา พร้อมทั้งให้ก่อสร้างปฎิสังขรณ์วัดกลางนา เพื่อให้พระสงฆ์มอญจำพรรษา โดยลอกเลียนนามวัดและขนบธรรมเนียม “วัดตองปุ” ซึ่งเป็นวัดที่พระสงฆ์มอญพำนักอยู่ในกรุงศรีอยุธยาและลพบุรี
  เนื่องจาก
เป็น ๑ ใน ๙ วัดที่ควรมากราบไหว้เพื่อเสริมความสิริมงคล  มีความเชื่อกันว่า  ผู้ที่มากราบไหว้บูชา จะ มีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง 

       เมื่อบ้านเมืองสงบสุขร้างศึกกับพม่าแล้ว สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้บูรณะวัดตองปุใหม่ทั้งวัด ได้แก่พระอุโบสถ กุฎิสงฆ์ พร้อมทั้งถาวรวัตถุอื่น ๆ เมื่อสำเร็จ แล้วจึงน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า “วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงมีชัยชนะต่อพม่าในการรบทั้ง ๓ ครั้ง ตราบจนทุกวันนี้ค่ะ

รดน้ำมนต์เป็นสิริมงคล ณ วัดชนะสงคราม

โดย อิงตะวัน

 

กลับไปที่ www.oknation.net